ปชป.เปิดนโยบายหลัก เข็มทิศเศรษฐกิจ ตั้งเป้า 4 ปี ดันจีดีพีโต 5% ให้คนไทยหายจน

ปชป.เปิดนโยบายหลัก เข็มทิศเศรษฐกิจ ตั้งเป้า 4 ปี ดันจีดีพีโต 5% ให้คนไทยหายจน

ปชป.เปิดนโยบายหลัก เข็มทิศเศรษฐกิจ ตั้งเป้า 4 ปี ดันจีดีพีโต 5% ให้คนไทยหายจน

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.44 น.

เปิดแผนปฎิบัติการ90วันไทยหายจน! ปชป. เปิดนโยบายหลักเข็มทิศเศรษฐกิจ ตั้งเป้า 4 ปี ดันจีดีพีโต 5%  “อภิสิทธิ์” ลั่น 90วัน ใครขวางการปราบทุนเทาพร้อมเด้งทันที ย้ำกระตุ้นเศรษฐกิจตามความจำเป็น-ไม่ทิ้งกลุ่มเปราะบาง พร้อมเดินหน้าประกันรายได้ -รถสาธารณะ 5-30 บาท-เบี้ยผู้พิการ 2 เท่า-แก้ฝุ่นพิษ 

วันที่ 16 มกราคม 2569 เมื่อเวลา 09.30 น.ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พรรคประชาธิปัตย์ เปิดแผนปฏิบัติการ 90 วันแรก ทำอย่างไร ให้ไทยหายจน นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และนายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรค ดูแลเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนเชื่อว่าประชาชนจะได้ยินนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ จำนวนมาก หลายคนสับสนว่านโยบายของใครเป็นอย่างไร ที่สำคัญมักเห็นการดีเบตแถลงและวิเคราะห์เจาะนโยบายประชานิยม ที่ประชาธิปัตย์ยืนยันคือการเลือกตั้งมีความหมายมากกว่าแก้ปัญหาเฉพาะหน้า  หลังจากที่ 10 ปีที่ผ่านมาไทยสูญเสียโอกาส จึงเสนอนโยบายไทยหายจน ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน วัดผลงานภายใน 4 ปี เศรษฐกิจไทยต้องเติบโตอย่างน้อย  5% 

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าความเป็นจริงหากเศรษฐกิจดี ประชาชนกินดีอยู่ดี จะหวังพึ่งเงินภาครัฐอย่างเดียวไม่ได้ สิ่งที่ทำให้ไทยหายจนคือ ปรับบทบาทภาครัฐและโครงสร้างไปพร้อมกัน โดยพรรคประชาธิปัตย์มีแผนปฏิบัติการ  90 วันแรกเพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย 5% คือ รัฐบาลประชาธิปัตย์ชี้ทางให้เห็นสำหรับนักลงทุน นักธุรกิจ ประชาชนว่าเศรษฐกิจเดินไปทางไหน จะเป็นผู้เปิดทางด้วยการลงทุน คน โครงสร้างพื้นฐาน ปรับแก้หลายอย่างที่ทับซ้อน และการต่างประเทศเชิงรุก เพื่อสร้างโอกาสให้คนไทย นอกจากนั้นจะไม่ขวางทางด้วยการปฏิรูปปรับรื้อ กฎหมายที่ซ้ำซ้อน รวมถึงจำเป็นดูแลประชาชนทุกกลุ่มโดยเฉพาะผู้เปราะบาง

“ยกระดับภาคเกษตรเป็นเกษตรแปรรูป ไม่ใช่สินค้าโภคภัณฑ์เท่านั้นแต่เป็นผลิตภัณฑ์ เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และสร้างธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปการเกษตร ในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ไม่ใช่ทำแค่ชิ้นส่วน แต่จะพัฒนาอุตสาหกรรมเชื่อมโยงต่อเนื่อง รวมถึงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น ภาคบริการ ท่องเที่ยวที่ยกระดับต่อยอดการท่องเที่ยวนิเวศน์ สุขภาพ อุตสาหกรรมเวลเนส ชีววิทยาศาสตร์ อุปกรณ์การแพทย์ นอกจากนั้นคือ เศรษฐกิจดิจิทัล เป็นการหารายได้จากเทคโนโลยี ครอบคลุมการเงิน การค้าปลีกที่เป็นธรรมสร้างรายได้ให้คนไทย และพลังงานทางเลือก พลังงงานสะอาด” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่าสำหรับเครื่องมือที่จะใช้ คือ  รื้อกฎหมาย ลงทุนทักษะ โครงสร้างพื้นฐาน ใช้การเจรจา การทูตระหว่างประเทศ ในเศรษฐศาสตร์เชิงรุก

ทางด้านนายกรณ์​ กล่าวย้ำว่า สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์เห็นความสำคัญต่อการผลักดันเศรษฐกิจโตให้ได้ 5% ภายใน 4 ปี คือ ให้ความสำคัญกับของที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพ แต่ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น โดยระยะสั้น จะใช้ทรัพย์สินของรัฐพัฒนาให้เกิดความคุ้มค่า ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดภาระทางงบประมาณ คือ เปิดให้ประชาชน เอกชนเข้าถึงข้อมูลของรัฐ เพื่อใช้ในเชิงธุรกิจ ที่ดิน อาคารของรัฐ รวมไปถึงการเปิดให้เอกชนลงทุนกับรัฐ เช่น ไฟฟ้า เปิดระบบสายส่งกับประเทศเพื่อนบ้าน ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ เพื่อให้เกิดการเช่าใช้ในโครงสร้างที่ลงทุนไว้แล้ว หรือ ระบบการชำระเงิน หรือ พร้อมเพย์ ที่มีประสิทธิภาพมากในโลก แต่ไม่สามารถใช้อย่างทั่วถึง ต้องขยายผล รวมถึงระบบคมนาคม ควรใช้โครงสร้างระบบพื้นฐานทำให้ประชาชนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตในราคาเข้าถึงได้ ให้เป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชน

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า จากที่ฟังทุกพรรค มีคนพูดถึงน้อย คือ ภาคการเกษตร โดยยุทธศาสตร์ของพรรคประชาธิปัตย์ ต้องยกระดับภาคการเกษตร ให้เป็นอุตสาหกรรรมอาหาร ผ่านโครงการประกันรายได้ ปรับปรุงให้ทันกับยุคสมัย และเหมาะสม แก้ภาระหนี้สินของเกษตรกร ที่ทำเป็นระบบ ผ่านกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตร รับซื้อหนี้ พร้อมหลักประกัน ไม่พักหนี้ มีงบประมาณฟื้นฟูเกษตรกร คือ สร้างโอกาสใหม่ให้เกษตรกร

“ระยะยาวต้องทำ คือ ทำให้ราคาพืชผลสูงอย่างยั่งยืน ปฏิรูปโดยรวม เพิ่มอำนาจต่อรองให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งทุน ปุ๋ยราคาถูก และเข้าถึงตลาด ยุทธศาสตร์คือปฏิรูปสหกรณ์ให้ทันสมัย โปร่งใส บริหารรูปแบบบริษัท แปลงจากเกษตรกรจากผู้ขายเป็นผู้ถือหุ้น  พร้อมกับเจาะตลาดใหม่ทั่วโลก ใช้เงินกำไรทำอาร์แอนด์อี เพิ่มมูลค่าของผลผลิตได้ในอนาคต” นายกรณ์ กล่าว

ส่วนนางการดี กล่าวถึงฐานของการเติบโตไปสู่เศรฐกิจดิจิทัล คือ การเปิดข้อมูลภาครัฐ ให้ประชาชนใช้บริการภาครัฐง่าย สะดวก ลดซ้ำซ้อน เพื่อโปร่งใส วันนี้ประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลางการลงทุนด้านข้อมูล แต่สิ่งที่ต้องปลดล็อก ไม่ใช่ที่ดิน พลังงาน หรือ น้ำเท่านั้น ยังมีโอกาสที่เกิดขึ้น คือ ปลดล็อกให้ทำงานร่วมกัน ส่งเสริมการเชื่อมโยงองค์ความรู้ใหม่ สร้างคนที่ตอบโจทย์อนาคต ทั้งนี้ต้องส่งเสริมเอสเอ็มดี และกลุ่มสตาร์อัพ ให้เข้าถึงการบริการด้านเทคโนโลยีได้ในราคาถูก

นางการดี กล่าวย้ำว่า กลุ่มเอสเอ็มดีได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ดังนั้นต้องหาทางเพื่อตอบโจทย์และแก้ปัญหา ทั้งนี้มองว่าควรให้ทรัพย์สินทางปัญญามาเป็นหลักประกันของการขอสินเชื่อ นอกจากนั้นในการทำงานของกลุ่มเอสเอ็มอี และสตาร์อัพต้องต่อยอดสู่การขยายตลาด และลงทุนได้มากยิ่งขึ้น ขณะที่กลุ่มที่เพิ่งเริ่มทำงาน คำนึงถึงระบบ กยศ. ที่มีประสิทธิภาพ ผ่านทำงานแลกหนี้  โดยคำนึงถึงวินัยการเงิน และคุ้มครองแรงงานอิสระ ให้มีสัญญาจ้างเป็นธรรม และต่อยอดเข้าถึงบริการการเงิน นอกจากนั้นมีกองทุนสร้างสรรค์ที่ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ไปสู่ตลาดโลกได้

ส่วนนายพีระพงษ์ กล่าวว่าการเพิ่มจีดีพีให้ประเทศ จาก 1-2% ให้เป็น 5% สามารถทำได้ผ่านการยกระดับอุตสาหกรรมใหม่ ให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศไทย   ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป  ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางอาหารโลก ผ่านการทำงานร่วมกันของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และเอสเอ็มอี ซึ่งต้องยกระดับมาตรฐานของความยั่งยืนและการทำงานร่วมกันของเกษตรกร   2.อุตสาหกรรมยานยนต์รถไฟฟ้า ที่ไทยเป็นจุดแข็ง 3.ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงพร้อมกับนวัตกรรม 4. อุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยสร้างจุดเด่นให้ประเทศไทย เร่งผลักดันเมืองรอง และเมืองหลักให้เป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ พัฒนามาตรฐานศูนย์กลางสุขภาพอาเซียน ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัย 

นายพีระพงษ์ กล่าวต่อว่า  5.ภาคการเงิน ไทยไม่ต้องการเป็นศูนย์กลางการฟอกเงิน ดังนั้นต้องกันไม่ให้สแกมเมอร์เป็นปัญหา ต้องบูรณาการภาครัฐ ทั้ง ปปง. ธนาคารแห่งประเทศไทย ตำรวจ ทำงานร่วมกัน และต้องเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อให้คนตัวเล็ก สร้างมาตรฐานการแข่งขัน  และ 6.อุตสาหกรรมพลังงานทางเลือก ให้ประชาชนมีส่วนร่วมพัฒนา เช่น ติดโซลาร์เซลที่สามารถขายไฟฟ้าให้รัฐ  เป็นต้น 


นายอภิสิทธิ์ กล่าวในตอนท้ายด้วยว่า แผนปฏิบัติการณ์ภายใน 90 วัน 1.วาระมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นต้องดูความเหมาะสมและประเมิน ทั้งนี้ต้องเป็นมาตรการที่เงินถึงเร็ว ง่าย ไม่ซับซ้อน ขณะที่นโยบายที่ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง 27 ข้อ จำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณ แต่ที่จะทำ เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล สิทธิเกิดขึ้นทันที เช่น คนพิการ ได้สิทธิ 2 เท่าจากเดิม แต่ต้องรอจัดสรรงงบประมาณปีถัดไป จ่ายให้ย้อนหลัง รถไฟฟ้า เหลือ 5-30 บาทแบ่งเป็นโซน จะทำทันทีไม่ได้ ทำได้เฉพาะบางระบบ คือในสายสีม่วงและสายสีแดงที่ทำได้ทันทีเพราะมีกองทุนตั๋วร่วม 2.วาระกฎหมายลบล้างความยุ่งยาก กฎระเบียบ เช่น เกี่ยวข้องข้อมูล กฎหมายแม่บทเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ  ต้องผ่านครม. ภายใน 90 วัน เพื่อให้การเริ่มต้นของกระบวนการสภาฯ ทำได้เร็ว รวมถึงยกเลิกกฎหมายที่ซ้ำซ้อนหากทำได้ทันทีจะทำ จะบังคับใช้กฎหมายสัญญาที่ไม่เป็นธรรม เพื่อให้เกิดการแข่งขันการค้าที่เป็นธรรม ไม่ปล่อยให้สินค้าที่ถูกเกินจริงมาทำลายกลุ่มเอมเอ็มอี แก้กฎหมายการออมแห่งชาติ เพื่อทำสลากออมทรัพย์จังหวัดและเติมเงินให้เด็กแรกเกิด

3.โครงการที่ประกาศไว้  นำเสนอจะบัญญัติไว้ในกฎหมายงบประมาณ ปี70พร้อมนำเสนอต่อสภา ภายใน 90 วัน 4.พื้นฐานเศรษฐกิจดีมาจากบ้านเมืองที่สุจริต เครื่องมือที่ประหารคอร์รัปชั่นคือ ข้อมูล ดังนั้น 90 วันแพลตฟอร์มที่สามารถเข้าตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง การประมูลงานรัฐต้องพร้อมให้ตรวจสอบ 5.ปฏิรูประบบราชการ จัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินแห่งชาติ และจัดการกลไกภาครัฐที่ทับซ้อนกันอยุ่ เช่น การบริหารจัดการน้ำต้องสะสาง

6. การจัดการทุนเทามีแผนปฏิบัติการ 90 วัน ใครก็ตามในกลไกรัฐและกระบวนการยุติธรรม และเป็นอุปสรรค เตรียมตัวย้ายออก และเพิ่มเครื่องมือทำให้ประสิทธิภาพปราบทุนเทาสูง เช่น ปรับแก้กฎหมายอายัดทรัพย์ที่พิสูจน์ที่มาไม่ได้ ให้สามารถทำได้ เข้มงวดใช้ตัวแทนหรือนอมินี แก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ด้วยเงินสด ที่เป็นปัญหาฟอกเงิน สามารถออกพระราชกำหนด และใช้เอไอ ช่วยตรวจจับเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ

7.พลังงาน จัดงบช่วยโซลาเซล จะเปิดเสรีทันที เดินหน้าให้ค่าไฟลดลงถาวร ต่ออายุใช้งานโรงไฟฟ้าที่หมดอายุสัมปทานโดยรัฐไม่ต้องเสียค่าพร้อมจ่าย  เปิดเผยการซื้อไฟฟ้าของกฟภ. ให้ประชาชนมั่นใจ 8.เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ต้องขับเคลื่อนร่วมกับภาคเอกชน จะตั้งกลไกรัฐร่วมกับเอกชน ทำงนร่วมกันและช่วยเหลือ เอสเอ็มอี สตาร์อัพ ในเรื่องกองทุน

9.พีเอ็ม 2.5 มาตรการระงับซื้อพืชผลจากพืชที่มีการเผา จะผลักดันกฎหมาย เช่น อากาศสะอาด  และ 10.ภัยพิบัติ ยกระดับหน่วยงานภัยพิบัติชาติขึ้นตรงกับนายกฯ ให้ประสานเป็นเอกภาพมีประสิทธิภาพควบคู่กับการช่วยเหลือ ฟื้นฟูหาดใหญ่ ผ่านซอฟท์โลนปลอดดอกเบี้ย

“เป็น 10 เรื่อง 90 วันที่เป็นความพร้อมของรัฐบาลประชาธิปัตย์ ด้วยประสบการณ์ จะจัดตั้งองค์กรเฉพาะกิจ ผมมีบทเรียนจากการเป็นนายกฯ หลายครั้งการสั่งการ มีมติ ครม. สุดท้ายระบบการติดตามบกพร่อง ดังนั้น ทั้งมาตรการ 90 วัน นโยบายหลักที่เป็นเข็มทิศเศรษฐกิจ มีหน่วยงานเฉพาะกิจติดตามเพื่อให้เกิดขึ้นได้จริง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ ไม่สามารถจัดการปัญหาทุนเทาได้ การประกาศของพรรคจะทำได้จริงหรือไม่ ​นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีบุคคลที่เกี่ยวข้องในการทำงาน เช่น กลต. มีข้อสงสัย ไม่มั่นใจว่ามีปัญหาเรื่องในอดีตหรือไม่ ต้องให้หลีกทางไป เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าไม่มีใครขวางทาง  ที่ประเทศไทยถูกมองว่าจัดการปัญหาช้ากว่าประเทศอื่น ต้องเอาคนเหล่านี้ออกไปภายใน 90 วัน 

Leave a comment