ได้กลิ่นความพังหรือยัง! ชูวิทย์ ซัด พรรคส้ม วัยรุ่นสร้างตัวสีเทา แทรกซึมเข้าพรรค ปูดรายต่อไปตัวอักษรย่อ ส

ได้กลิ่นความพังหรือยัง! ชูวิทย์ ซัด พรรคส้ม วัยรุ่นสร้างตัวสีเทา แทรกซึมเข้าพรรค ปูดรายต่อไปตัวอักษรย่อ ส

ได้กลิ่นความพังหรือยัง! ชูวิทย์ ซัด พรรคส้ม วัยรุ่นสร้างตัวสีเทา แทรกซึมเข้าพรรค ปูดรายต่อไปตัวอักษรย่อ ส

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 07.42 น.

วันที่ 16 มกราคม 2569 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ไม่เอาเทา แต่มีรายที่ 3-4 อีก (ได้กลิ่นความพังหรือยัง?)

ผมเคยเตือนว่า สโลแกนพรรคส้มให้ระวัง เพราะความเทาเข้าถึงได้ง่าย

แบ่งความเทาได้ 3 ระดับ

1. เทาอ่อน ขายของผิดกฎหมายเบาๆ เช่น ขายบุหรี่ไฟฟ้า เป็นเอเย่นต์นำเข้าให้เก็บที่โกดังบริษัท เป็นต้น 

2. เทากลาง พวกหนีภาษี ขายสินค้าเถื่อน หลบเลี่ยงนำเข้า จ่ายเงินใต้โต๊ะ

3. เทาเข้ม พนันออนไลน์ เพราะมอมเมาเยาวชนเป็นวงกว้าง

ส่วน “ดำ” เข้าข่ายยาเสพติด ฟอกเงิน ค้ามนุษย์

ผมอยากถามพรรคส้ม ที่เอาเรื่อง “ไม่เอาเทา” มาหาเสียง ได้ไปปรึกษาหารือใครมา?

ขอภาวนาอย่าได้เป็นบรรดาอาจารย์ ปรมาจารย์ส้มทั้งหลาย เพราะว่าไม่ได้คบหาสมาคมกับใคร 

อาจารย์พวกนี้ตกเย็นเข้าบ้านเลี้ยงหมา ตกดึกสวดมนต์ก่อนนอน หากว่าง เสาร์-อาทิตย์ พาลูกเมียไปเที่ยวทะเล 

ใช้ชีวิตแบบนั้นไม่ได้ผิด แต่วิถีของคนขาวจะไปรู้อะไรเรื่องเทาๆ ได้ไง?

อย่าง สส. ที่ถูกจับเว็บพนันไม่ใช่สมาชิกในพรรคส้มไม่รู้ แถมมีเตือนกันแล้วภายใน แต่ไม่ฟังกันเอง

เพราะคนนี้เขาบอก “ดูแลค่าใช้จ่ายหาเสียงเองได้“ เช่นเดียวกับคนแรกที่โดนของพรรคส้ม 

วิธีการตรวจสอบเทาไม่เทา ไม่ใช่ไปเช็คทะเบียนประวัติอาชญากรรม หรือไปเช็คเครดิตบูโร

มันจะไปได้ข้อมูลอะไร ไม่ใช่การรับสมัคร รปภ. หรือแม่บ้าน 

แต่นี่คือ “ผู้สมัคร สส. ของพรรคส้ม” ที่มีนโยบาย “มีส้ม ไม่มีเทา“ มันต้องลึกกว่านั้น 

พรรคอ้างว่ามีนโยบายเปิดกว้างให้คนทุกระดับเข้ามาทำงานในพรรค

แต่เมื่อไม่มีระบบตรวจสอบที่เข้มข้นมากพอ พวก “วัยรุ่นสร้างตัวสีเทา” ก็แทรกซึมเข้ามาร่วมงานพรรคด้วย

อย่างนี้ไม่ทราบว่าเป็นความผิดใคร?

ที่หลับหูหลับตาเอาคนเทาๆ พวกนี้ไปให้ประชาชนเลือก

พรรคส้มเองมีทั้งเทาไปยันดำ พูดไว้ตั้งแต่ไก่โห่ ก็หาว่าผมโจมตีใส่ร้าย

รายต่อไปตัวอักษรย่อ ส.

ตามที่สมาชิกพรรคส้มแนะนำให้ออกมายอมรับ แต่คงไม่ออกมาจนกว่าหมายจับจะไปถึง

เพราะพวกเทาหากจับไม่ได้ไล่ไม่ทันไม่มีใครไปยอมรับ

หัวหน้าเท้งลีลา “เล่าปี่“ ผู้พนมมือให้กับชนทุกชั้น 

ออกมาหน้าซีดเซียวบอก “จะจัดการเทา ไม่เอาไว้” 

ถึงขนาดมีหมายจับแบบนี้ จะยังเอาไว้ก็เปลืองเปล่า ต้องยันไว้ก่อนว่าถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง

แล้ววนมาเรียกร้องความเสมอภาคให้ไปจับพรรคอื่นด้วย

พูดอย่างนี้มันไม่แฟร์ ในเมื่อพฤติกรรมของพรรคไม่ดูตาม้าตาเรือ ไม่ตรวจสอบคนที่จะไปทำงานให้ประชาชน

พอเข้าสภามีอำนาจบารมี เงินเทาหมุนฟอกใครจะไปกล้าแตะ

ก็ดันเปิดบ้านอ้าซ่าให้เทาเข้ามาเอง 

แล้วที่สำคัญแม้แต่คนในพรรคยังรู้ และเตือนกันแล้ว ทำไมไม่จัดการตั้งแต่แรก?

ธนาธรจะไปพูดบนเวทีดีเบตว่า “นี่อาจเป็นความผาสุกของคนรุ่นใหม่ เป็นอนาคตของลูกหลาน”

แต่เรื่องของ “ลูกพรรค” ยังไม่รู้ จะไปปกป้องถึงลูกหลานชาวบ้านได้ไง?

นี่ไง เป็นเพราะไม่มาคุยกับชูวิทย์เรื่องเทาๆ 

อยากรู้อีกไหมว่า ”ใครเป็น สส. พี้ยา?“ 

อย่างนี้เป็น “เทาขนาดไหนดี?”

อย่าไปเหนียมอาย เพราะมีทั้งฟอกเงิน ยาเสพติด พนันออนไลน์ หากมีสแกมเมอร์อีกจะครบสูตรสีเทาไปดำ 

แล้วหากพรรคส้มได้เป็นรัฐบาล จะรื้อโครงสร้างใหม่ ก็ช่วยจัดตั้งกระทรวงใหม่ไปด้วย คือ “กระทรวงการเทา” แล้วให้ The Professional ไปจัดการที

แต่เกรงว่าบรรดา Professional ทั้งหมดจะไม่รู้ทันเรื่องเทา เพราะขาวดีเกิ้น

คนเทาๆ อย่างผม หากจะให้คิดสโลแกนต้องเป็น “จัดการเทา เรารับประกันไม่ผิดหวัง” 

แล้วเชือดคนเทาในพรรคเป็นตัวอย่าง เพื่อให้สังคมเห็นว่าทำจริง ไม่ใช่รอตำรวจจับแล้วมาทำท่าขึงขังไม่เอาไว้

ผมไม่มีความต้องการใดๆ เพียงแต่เมื่อตัวพรรคส้มเองหาเสียงเรื่องเทา ก็ต้องแน่ใจว่าเราไม่มีเทา 

ไม่ใช่ชี้หน้าไม่ผสมพันธุ์กับเทา แต่ตัวเองกลายเป็นส้มเน่า เทาเต็มกระบุง

เริ่มแรกผมแค่เตือนเพื่อช่วยพรรคส้ม ช่วยบ้านเมือง

แต่ “ด้อมส้มสมองกลวง” รวมทั้งอาจารย์ “นักวิชาการเทียมสีส้ม“ ที่อยากหาแสงหวังเข้ามาได้ตำแหน่ง พาดพิงว่าผมเป็นพวกการเมืองเก่า ส้มต้องการทำ ”การเมืองใหม่“

ถึงวันนี้มันกลับไปเก่ากว่าเดิมอีก

จริงๆ ผมเป็นการเมืองใหม่ “รุ่นไฮบริด” ของแท้

เรื่องนี้พรรคส้มควรทำมากกว่าแค่ ”ขอโทษ” พร่ำเพื่อ

หากจะปั่นคะแนนเสียงสังเวยความรับผิดชอบเรื่องเทาๆ ตามสโลแกนนโยบายพรรค

ครั้งนี้หากได้ สส. ต่ำกว่าครั้งที่แล้วก็ต้องถือว่าสอบตก

หัวหน้าพรรคควรประกาศรับผิดชอบด้วยการ “ลาออก” เหมือนที่คุณอภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์เคยทำมาแล้ว

การเมืองใหม่ควรมี “มาตรฐานจริยธรรม” สูงกว่าการเมืองเก่า 

ไม่ใช่เก่งแต่เพ้อฝัน ปราศรัยด้วยคำพูดสวยหรู

เสมือนไล่จับผีเสื้อในทุ่งลาเวนเดอร์ไปวันๆ

ตอนนี้ ”ได้กลิ่นความพัง“ หรือยัง?

Leave a comment