
กกต.ซัด‘พวกเสียสติ’ ทำลายป้ายหาเสียง ยํ้าทำโพลห้ามจูงใจ รู้ผลลต.ไม่เกิน5ทุ่ม
วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
กกต.ซัด‘พวกเสียสติ’ ทำลายป้ายหาเสียง ยํ้าทำโพลห้ามจูงใจ รู้ผลลต.ไม่เกิน5ทุ่ม
กกต.เตือนผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.อย่าหาเสียงแบบผิดกฎหมาย หลังพบมีการร้องเรียนในลักษณะใส่ร้าย-ข่มขู่ ส่วนพวกทำลายป้าย มีแต่พวกเสียสติ ย้ำทำโพลควรอยู่ในหลักวิชาการ ไม่จูงใจ ด้าน “แสวง” ย้ำนับคะแนนเลือกตั้ง-ประชามติถ่ายภาพได้ แต่ห้ามขัดขวางกดดันเจ้าหน้าที่ คาดรู้ผลไม่เป็นทางการไม่เกิน 5 ทุ่ม มองรวมตัวคว่ำบาตรพรรคการเมือง เสี่ยงผิดกฎหมายเลือกตั้ง ชี้ไม่พอใจด่า กกต.แทนได้
เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง(ประธาน กกต.) กล่าวถึงการหาเสียงเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ว่า กกต.และสำนักงาน กกต.จะต้องดูบริบทของสังคม โดยครั้งนี้ตนมองว่า มีการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งดูจากพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครมีจำนวนมาก โดยทางกกต. ให้นโยบายในการเตรียมความพร้อมเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทางนี้อยากสื่อไปถึงพรรคการเมืองว่า ในการหาเสียงขอให้ท่านหาเสียงโดยนโยบาย หรือในเชิงบริหารและเชิญชวนให้ประชาชนออกมาเลือกพรรคของตัวเอง การหาเสียงที่ผิดกฎหมายไม่เกิดประโยชน์และเกิดโทษกับท่านเอง เช่น การหาเสียงใส่ร้าย และการข่มขู่ ขณะนี้มีคนมาร้องเรียนแล้ว ซึ่ง กกต.กำลังดำเนินการอยู่
นอกจากนี้ กกต.ได้ออกระเบียบซึ่งกรรมการและอนุกรรมการก็ได้ประชุมกันในเรื่องนโยบายพรรค ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเงิน งบประมาณ ซึ่งจะต้องส่งเรื่องให้กกต.ตรวจสอบ ในเรื่องประโยชน์และแหล่งที่มาของเงิน โดยภาพรวมก็ยังไม่ได้รับรายงานอะไรที่เป็นประเด็น และอยากให้คงการหาเสียงแบบนี้ไว้
เมื่อถามว่าในขณะนี้มีการหาเสียงที่ดุเดือด กกต. จะมีมาตรการป้องกันอย่างไร นายณรงค์กล่าวว่า เมื่อวานได้ประชุมกับผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั่วประเทศ โดยให้นโยบายไปว่า ต้องทำงานเชิงรุก กฎหมายให้อำนาจ กกต.อยู่แล้ว ในการสอดส่องดูแลการเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดความสุจริต ซึ่งคงจะต้องดำเนินการในเรื่องนี้ เพราะเป็นหน้าที่อยู่แล้ว และเบื้องต้น ก็ได้มีการตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง ซึ่งมีทุกจังหวัด จังหวัดละ 6-8 คน โดยทำหน้าที่ติดตามข่าวในเรื่องการหาเสียง ว่า มีการหาเสียงที่รุนแรง หรือผิดกฎหมายหรือไม่ มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง นอกจากนี้ทางสำนักงานก็ได้มีการแต่งตั้งตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ คิดว่าจะเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่ง ในการที่ให้หน่วยงานนอกช่วยสอดส่องดูแล
“ในการจัดการเลือกตั้งแต่ละครั้ง กกต.มีบุคลากรแค่ประมาณ 2,000คน นอกนั้นจะเป็นเครือข่ายที่มาช่วยจัดการเลือกตั้งซึ่งหลักๆ ก็คือ กปน.ที่เข้ามาช่วยการเลือกตั้ง ซึ่งทางสำนักงานได้พยายามอบรมให้ความรู้ในการจัดการเลือกตั้งกับ กปน.ทั่วประเทศ โดยในการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ ใช้จำนวนคนเช้ามาดูแลประมาณ 1,500,000 คน ซึ่งมีจำนวนมหาศาล โดย กกต.อยากให้ความรู้ทุกเรื่องซึ่งถ้าเป็น กปน.ที่เคยทำมาแล้วก็ไม่ห่วง แต่ถ้าเป็น กปน.หน้าใหม่ก็พยายามกำชับว่าให้ฝึกอบรมการจัดการเลือกตั้งให้ถูกต้อง” นายณรงค์ กล่าว
ด้าน ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการกกต.กล่าวว่าสำนักงาน กกต.ได้มีการประชุมร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยในเรื่องการทำลายป้ายของผู้สมัครหาเสียงว่าขณะนี้มีการทำลายป้ายหาเสียงทั่วประเทศประมาณ 60 ป้าย สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำความผิด ซึ่งได้มีการจับกุมบางรายแล้ว โดยพบว่า เป็นผู้เสียสติ สำหรับผู้ที่จงใจทำร้ายป้ายขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสืบสวนอยู่ ซึ่งทาง กกต.จะได้มีการประสานกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป
เมื่อถามย้ำถึงลักษณะของการทำลายป้ายหาเสียง ร.ต.อ.ชนินทร์ กล่าวว่า เป็นลักษณะถูกฉีกขาดเสียหายเป็นรู บางป้ายก็ล้ม ลักษณะดังกล่าวกระจายไปทั่วประเทศมีทุกพื้นที่ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งให้ทราบในทุกเคส ส่วนกรณีกลุ่มผู้สมัครทำลายป้ายยังไม่ได้รับรายงาน ในกรณีความผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งที่มีโทษทางอาญา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินการตาม ป.วิอาญาได้ทันที และรายงานมาที่สำนักง กกต.เพื่อให้ กกต.มีมติว่าจะรับโอนคดีหรือไม่ ถ้าไม่รับโอนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีอำนาจดำเนินการไปจนสิ้นสุด แต่ถ้า กกต.รับโอนคดีก็จะทำในเรื่องของใบเหลือง-ใบแดงซึ่งความผิดเกี่ยวกับการทำลายป้ายหาเสียงจะเป็นเรื่องคดีทางอาญา เป็นเรื่องการทำให้เสียทรัพย์ ยกเว้นจะมีข้อมูลอื่นที่บ่งบอกให้เห็นถึงการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต เที่ยงธรรม เป็นการกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้าม ก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ส่วนเรื่องการทำโพลหัวหน้าพรรคบางพรรคได้กล่าวหาว่า มีการปั่น เพื่อชี้นำการเลือกตั้ง นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต.กล่าวว่าเรื่องทำโพลเป็นเรื่องของหลักวิชาการ สามารถทำและเผยแพร่ได้ก่อนวันเลือกตั้ง 7 วัน แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผลของการทำโพลมีวัตถุประสงค์ทางการเมือง ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ผลประโยชน์หรือไม่ ถ้าโพลนั้นเป็นการจูงใจโดยไม่อยู่ในหลักวิชาการ อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้เราไม่ได้นิ่งนอนใจ เราต้องการให้การเลือกตั้งออกมาดี ซึ่งมีองค์ประกอบ 3 อย่าง คือ 1.การเลือกตั้งที่เป็นธรรม ซึ่งเรื่องของผลโพลก็อยู่ในส่วนนี้ ไม่ใช่คำโพลเพื่อดึงใจคน ที่จะถือว่าเป็นการหลอกลวง เพราะมีเจตนาพิเศษ 2.สร้างบรรยากาศการเลือกตั้งที่ดี แต่ถ้ามีคนไปใช้คำหยาบหรือด่าทอ ไม่ใช่การแข่งขันที่ดีตามหลักประชาธิปไตย ส่วนจะผิดกฏหมายหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เราไม่ได้ทิ้งอยู่แล้ว แต่บรรยากาศแบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น ส่วนที่ 3 คือการบริหารจัดการที่ดี โดย กกต.ซึ่งถ้ามาพร้อมกันทั้ง 3 ส่วนนี้ ก็จะทำให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับซึ่งกกต.ก็จะดูแลทั้ง3 ส่วนให้ออกมาดีที่สุด
ทางด้าน นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. กล่าวถึงการเลือกตั้ง การออกเสียงประชามติ และการนับคะแนนการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ว่า คนไทยในต่างประเทศที่ไปใช้สิทธิที่จะถ่ายภาพการนับคะแนนบรรยากาศการใช้สิทธิการนับคะแนนได้ เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพแต่ต้องไม่ไปรบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งไม่ควรที่จะไปถ่ายภาพในลักษณะจ้องถ่ายที่ทำให้เจ้าที่รู้สึกว่าเหมือนถูกจับผิด นอกจากนี้ขอความร่วมมือในการรณรงค์ออกเสียงประชามติ โดยกฎหมายให้การคุ้มครองเรื่องของการแสดงความคิดเห็นเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่การแสดงความคิดเห็นนั้นจะต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น
“ขณะนี้มีบรรยากาศการรณรงค์ที่เหมือนไปกดดันให้บุคคลตอบว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ซึ่งถ้าเป็นบุคคลสาธารณะประชาชนก็ให้ความสนใจ แต่การจี้หรือไปบังคับให้เขาตอบอย่างใดอย่างหนึ่งจะต้องพิจารณาว่าเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลนั้นหรือไม่” เลขาธิการ กกกต.ย้ำ
นายแสวง ยังกล่าวถึงการรวมคะแนน การลงคะแนน และการประกาศผลว่า มีคนตั้งข้อสังเกตว่ากกต.อาจไม่โปร่งใสในช่วงของการลงคะแนน โดยหลักการทำงานของกกต.มี 4 หลัก 1.ความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ 2.อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน 3.หลักการมีประสิทธิภาพของการมีส่วนร่วม เงินฝากทุกสตางค์ที่มาจ่ายงบประมาณ 4. การมีส่วนร่วม ซึ่งประชาชนอาจไม่เห็นว่าเราทำอะไรแต่เราทำบนหลักนี้ทุกเรื่อง การรายงานผลคะแนนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงให้กับผู้สมัคร จะต้องลงให้ตรงกับที่เราไปประกาศผล นี่คือความโปร่งใสซึ่งจะมีขั้นตอนในการตรวจสอบ ในชั้นหน่วย เขต จังหวัด และกกต. ว่าทุกคะแนนตรงกับเจตจำนงของประชาชนหรือไม่ ครั้งนี้เราได้ร่วมกับสื่อในการรายงานผล
โดยจะรายงานตั้งแต่คะแนนแรกที่ออกมา ทั้งสส. และประชามติ คาดว่าไม่เกิน 23.00 น.จะทราบผลอย่างไม่เป็นทางการ ยืนยันว่าเราทำงานด้วยความโปร่งใส และหน้าหน่วยก็จะมีการติดรายละเอียดการใช้สิทธิของผู้มีสิทธิในหน่วยนั้นและผลคะแนนที่นับได้ในหน่วยนั้นด้วย พร้อมกับจะมีการส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวเข้ามาที่จังหวัดและลงในระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ผู้สังเกตการณ์และพรรคการเมืองก็สามารถถ่ายรูปเอกสารดังกล่าว และสามารถตรวจสอบของหน่วยเลือกตั้งอื่นทั่วประเทศได้ในระบบคอมพิวเตอร์
นายแสวง ยังกล่าวถึง กลุ่มนักวิชาการรวมตัวกันประกาศคว่ำบาตรพรรคการเมืองหนึ่งว่า เรื่องนี้ต้องดูว่าเป็นการใส่ร้ายหรือไม่ ถ้าใส่ร้ายก็ถือว่ามีความผิด จะต้องดูข้อความก่อนว่าทำให้พรรคการเมืองเสียหายหรือไม่ เนื่องจากช่วงนี้อยู่ในช่วงของการเลือกตั้ง โดยการจะไปคว่ำบาตรพรรคการเมืองต้องดูกฎหมาย เพราะในกฎหมายประชามติและกฎหมายเลือกตั้งก็มีระบุในเรื่องของคำว่าใส่ร้าย
ทั้งนี้ ช่วงนี้หากมีการรณรงค์ออกเสียงประชามติเพียงอย่างเดียว และพูดถึงการคว่ำบาตรพรรคการเมืองอาจจะไม่มีความผิด แต่อาจจะผิดกฎหมายอาญา ไปคุกคามสิทธิเสรีภาพ อย่างไรก็ตามหากพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลังก็ถือเป็นการหวังผลคะแนน หากประชาชนทำด้วยรู้สึกไม่พอใจ หรือทำไมเพราะโกรธ ก็อาจจะไม่มีความผิด อย่างไรก็ตามก็ไม่อยากจะให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
นายแสวงยังพูดติดตลกว่า “หากอยากด่าพรรคการเมืองก็มาด่า กกต.แทน เรารับได้อยู่แล้ว ด่าเลขา กกต.ก็ได้”