‘ปชป.’ ชูปฏิบัติการ90วัน แก้ไทยหายจน กางมาตรการ10ข้อเร่งด่วน

'ปชป.' ชูปฏิบัติการ90วัน แก้ไทยหายจน กางมาตรการ10ข้อเร่งด่วน

‘ปชป.’ ชูปฏิบัติการ90วัน แก้ไทยหายจน กางมาตรการ10ข้อเร่งด่วน

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘ปชป ชูปฏิบัติการ90วัน แก้ไทยหายจน กางมาตรการ10ข้อเร่งด่วน ‘พท.’ดันคนละครึ่งโปรแม็กซ์ ‘สุดารัตน์’ลุยปราบโกงชาติ

“อนุทิน” ลงตึกไทยฯ ไหว้กรมหลวงชุมพรฯ บอกเป็นนายกฯมาหลายเดือนจนจะพ้นวาระ คนทักให้ไปไหว้ เจอถามหา “คนละครึ่งพลัส” รับปากจะทำให้ดีที่สุด “อภิสิทธิ์” เปิดแผนปฏิบัติการ 90 วันไทยหายจน ตั้งเป้า 4 ปี ดันจีดีพีโต 5% ใครขวางการปราบทุนเทาพร้อมเด้งทันที ไม่ทิ้งกลุ่มเปราะบาง รถสาธารณ 5-30 บาท-เบี้ยผู้พิการ 2 เท่า-แก้ปัญหาฝุ่นพิษ‘สีหศักดิ์’ ตั้งเป้าดัน ‘ศก.การทูต’ไม่จำกัดตัวเองแค่ 2 ขั้วมหาอำนาจโลก ต้องมีสัมพันธ์ที่ดีกับชาติอื่น เพื่อไว้ช่วยถ่วงดุล ‘เพื่อไทย’ ชู‘คนละครึ่งโปรแม็กซ์’รัฐเปย์70% ปชช.จ่าย30% เติมเงินคนจนเดือนละ 3,000 บาท

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยและ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อไปสักการะพระอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บริเวณด้านข้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพณิชยการพระนคร พร้อมแวะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดของกรุงเทพมหานคร ที่ดูแลพื้นที่บริเวณดังกล่าว

‘อนุทิน’ไหว้กรมหลวงชุมพร

จากนั้นนายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า ตนมาเป็นนายกฯหลายเดือนจนจะพ้นวาระแล้ว และมีคนบอกว่าพระอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ควรจะต้องไปไหว้ พอดีตนมีเวลาก็เลยลงมาสักการะ ผู้สื่อข่าวถามว่าพอบอกได้หรือไม่ขอพรอะไรไปบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ก็เหมือนกับทุกคนไปไหว้ขอพร

เมื่อถามว่าพระอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์อยู่ใกล้ทำเนียบรัฐบาลได้ขอพรให้ได้กลับมาเป็นนายกฯอีกหรือเปล่า นายกฯ กล่าวว่า ที่ไหนก็ใกล้ทั้งนั้น

เจอถามถึงคนละครึ่งพลัส

นายอนุทิน กล่าวว่า หลังไหว้เสร็จได้เจอพนักงานของกทม. และได้ทักทายสารทุกข์สุกดิบ ไม่ได้เป็นการหาเสียง แต่ดีเสียอีกเราได้รับฟัง โดยคุณป้าร้านดอกไม้บอกว่าถ้ามีม็อบมาก็ขอให้รีบๆเคลียร์ปัญหาให้เขา เพราะเวลาม็อบมาบังพื้นที่ตรงนี้ ขายดอกไม้ไม่ได้ ขายอะไรก็ไม่ได้ อย่าให้เขาต้องรอ ซึ่งตนรับฟังแล้วมีเหตุมีผลและเราต้องให้ความสำคัญเวลามีม็อบมาหากออกมาเจรจาพูดคุยกับเขาได้ต้องมา ไม่ใช่ให้เขามานั่งรอเป็นเดือนหลายเดือนแล้ว ไม่มีคำตอบ ไม่มีอะไร และตนก็ฟังเจ้าหน้าที่กวาดขยะของกทม.ทราบว่าเขาทำงานสองกะ บางคนถามหาคนละครึ่ง จึงได้ถามว่าทำไมถึงถามหาได้รับคำตอบว่า คราวที่แล้วเขาไม่ได้ ตนจึงจะกลับไปบอก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ว่าถ้าเรามีโอกาสที่จะทำอีกต้องพยายามที่จะขยายวงให้คนได้รับสิทธิประโยชน์ของเขาเท่าที่จะทำได้ นี่คือสิ่งที่เราได้มีโอกาสรับฟังความเห็นโดยตรงจากประชาชน ไม่ต้องไปฟังรายงานใครที่ไหน ออร์แกนิกทั้งสองฝ่าย

เมื่อถามว่าแม้ในอนาคตจะไม่ได้กลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยเป็นเพียงพรรคร่วมรัฐบาลจะผลักดันโครงการคนละครึ่งพลัสต่อหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

ปชป.กางแผน90วันคนไทยหายจน

เวลา 09.30น.ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคปชป.เปิดแผนปฏิบัติการ 90วันแรก ทำอย่างไรให้ไทยหายจน นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และนายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรค ดูแลเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

โดย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนเชื่อว่าประชาชนจะได้ยินนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ จำนวนมาก หลายคนสับสนว่านโยบายของใครเป็นอย่างไร ที่สำคัญมักเห็นการดีเบตแถลงและวิเคราะห์เจาะนโยบายประชานิยม ที่ประชาธิปัตย์ยืนยันคือการเลือกตั้งมีความหมายมากกว่าแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หลังจากที่ 10 ปีที่ผ่านมาไทยสูญเสียโอกาส จึงเสนอนโยบายไทยหายจน ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน วัดผลงานภายใน 4ปี เศรษฐกิจไทยต้องเติบโตอย่างน้อย5% ความจริงหากเศรษฐกิจดี ประชาชนกินดีอยู่ดี จะหวังพึ่งเงินภาครัฐอย่างเดียวไม่ได้ สิ่งที่ทำให้ไทยหายจนคือ ปรับบทบาทภาครัฐและโครงสร้างไปพร้อมกัน โดยพรรคประชาธิปัตย์มีแผนปฏิบัติการ90วันแรก เพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย 5% คือ รัฐบาลประชาธิปัตย์ชี้ทางให้เห็นสำหรับนักลงทุน นักธุรกิจ ประชาชนว่า เศรษฐกิจเดินไปทางไหน จะเป็นผู้เปิดทางด้วยการลงทุนคน โครงสร้างพื้นฐาน ปรับแก้หลายอย่างที่ทับซ้อนและการต่างประเทศเชิงรุก เพื่อสร้างโอกาสให้คนไทย นอกจากนั้นจะไม่ขวางทางด้วยการปฏิรูปปรับรื้อ กฎหมายที่ซ้ำซ้อน รวมถึงจำเป็นดูแลประชาชนทุกกลุ่มโดยเฉพาะผู้เปราะบาง

“ยกระดับภาคเกษตรเป็นเกษตรแปรรูป ไม่ใช่สินค้าโภคภัณฑ์เท่านั้นแต่เป็นผลิตภัณฑ์ เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และสร้างธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปการเกษตร ในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ไม่ใช่ทำแค่ชิ้นส่วน แต่จะพัฒนาอุตสาหกรรมเชื่อมโยงต่อเนื่อง รวมถึงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น ภาคบริการ ท่องเที่ยวที่ยกระดับต่อยอดการท่องเที่ยวนิเวศน์ สุขภาพ อุตสาหกรรมเวลเนส ชีววิทยาศาสตร์ อุปกรณ์การแพทย์ นอกจากนั้นคือ เศรษฐกิจดิจิทัล เป็นการหารายได้จากเทคโนโลยี ครอบคลุมการเงิน การค้าปลีกที่เป็นธรรมสร้างรายได้ให้คนไทย และพลังงานทางเลือก พลังงงานสะอาด” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ผลักดันศก.เติบโต5%ภายในเวลา4ปี

ด้าน นายกรณ์ กล่าวย้ำว่า สิ่งที่พรรคปชป.เห็นความสำคัญต่อการผลักดันเศรษฐกิจโตให้ได้5% ภายใน 4ปี คือ ให้ความสำคัญกับของที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพ แต่ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น โดยระยะสั้น จะใช้ทรัพย์สินของรัฐพัฒนาให้เกิดความคุ้มค่า ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดภาระทางงบประมาณ คือ เปิดให้ประชาชน เอกชนเข้าถึงข้อมูลของรัฐ เพื่อใช้ในเชิงธุรกิจ ที่ดิน อาคารของรัฐ รวมไปถึงการเปิดให้เอกชนลงทุนกับรัฐ เช่น ไฟฟ้า เปิดระบบสายส่งกับประเทศเพื่อนบ้าน ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ เพื่อให้เกิดการเช่าใช้ในโครงสร้างที่ลงทุนไว้แล้ว หรือ ระบบการชำระเงิน หรือ พร้อมเพย์ ที่มีประสิทธิภาพมากในโลก แต่ไม่สามารถใช้อย่างทั่วถึง ต้องขยายผล รวมถึงระบบคมนาคม ควรใช้โครงสร้างระบบพื้นฐานทำให้ประชาชนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตในราคาเข้าถึงได้ ให้เป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชน

ประกันรายได้ให้กลุ่มเกษตรกร

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า พรรคปชป.ยังมียุทธศาสตร์ยกระดับภาคการเกษตรให้เป็นอุตสาหกรรมอาหาร ผ่านโครงการประกันรายได้ ปรับปรุงให้ทันกับยุคสมัย และเหมาะสม แก้ภาระหนี้สินของเกษตรกร ที่ทำเป็นระบบ ผ่านกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตร รับซื้อหนี้ พร้อมหลักประกัน ไม่พักหนี้ มีงบประมาณฟื้นฟูเกษตรกร คือ สร้างโอกาสใหม่ให้เกษตรกร ส่วนสิ่งที่ต้องทำในระยะยาว คือทำให้ราคาพืชผลสูงอย่างยั่งยืน ปฏิรูปโดยรวม เพิ่มอำนาจต่อรองให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งทุน ปุ๋ยราคาถูก และเข้าถึงตลาด โดยปฏิรูปสหกรณ์ให้ทันสมัย โปร่งใส และมีการบริหารในรูปแบบบริษัท แปลงจากเกษตรกรจากผู้ขายเป็นผู้ถือหุ้น และเจาะตลาดใหม่ทั่วโลก ใช้เงินกำไรในการทำวิจัยและพัฒนา เพิ่มมูลค่าของผลผลิตได้ในอนาคต

ไม่ทอดทิ้ง’เอสเอ็มอี-สตาร์ทอัพ’

นางการดี กล่าวย้ำว่า กลุ่มเอสเอ็มดีได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ดังนั้นต้องหาทางเพื่อตอบโจทย์และแก้ปัญหา ทั้งนี้มองว่าควรให้ทรัพย์สินทางปัญญามาเป็นหลักประกันของการขอสินเชื่อ นอกจากนั้นในการทำงานของกลุ่มเอสเอ็มอี และสตาร์อัพต้องต่อยอดสู่การขยายตลาด และลงทุนได้มากยิ่งขึ้น ขณะที่กลุ่มที่เพิ่งเริ่มทำงาน คำนึงถึงระบบ กยศ.ที่มีประสิทธิภาพ ผ่านทำงานแลกหนี้ โดยคำนึงถึงวินัยการเงินและคุ้มครองแรงงานอิสระ ให้มีสัญญาจ้างเป็นธรรม และต่อยอดเข้าถึงบริการการเงิน นอกจากนั้นมีกองทุนสร้างสรรค์ที่ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ไปสู่ตลาดโลกได้

‘มาร์ค’เปิดแผนปฎิบัติการ10ข้อ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอนท้ายด้วยว่า แผนปฏิบัติการณ์ภายใน 90 วัน 1.วาระมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นต้องดูความเหมาะสมและประเมิน ทั้งนี้ต้องเป็นมาตรการที่เงินถึงเร็ว ง่าย ไม่ซับซ้อน ขณะที่นโยบายที่ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง 27 ข้อ จำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณ แต่ที่จะทำ เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล สิทธิเกิดขึ้นทันที เช่น คนพิการ ได้สิทธิ 2 เท่าจากเดิม แต่ต้องรอจัดสรรงงบประมาณปีถัดไป จ่ายให้ย้อนหลัง รถไฟฟ้า เหลือ 5-30 บาทแบ่งเป็นโซน จะทำทันทีไม่ได้ ทำได้เฉพาะบางระบบ คือในสายสีม่วงและสายสีแดงที่ทำได้ทันทีเพราะมีกองทุนตั๋วร่วม 2.วาระกฎหมายลบล้างความยุ่งยาก กฎระเบียบ เช่น เกี่ยวข้องข้อมูล กฎหมายแม่บทเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ ต้องผ่านครม. ภายใน 90 วัน เพื่อให้การเริ่มต้นของกระบวนการสภาฯ ทำได้เร็ว รวมถึงยกเลิกกฎหมายที่ซ้ำซ้อนหากทำได้ทันทีจะทำ จะบังคับใช้กฎหมายสัญญาที่ไม่เป็นธรรม เพื่อให้เกิดการแข่งขันการค้าที่เป็นธรรม ไม่ปล่อยให้สินค้าที่ถูกเกินจริงมาทำลายกลุ่มเอมเอ็มอี แก้กฎหมายการออมแห่งชาติ เพื่อทำสลากออมทรัพย์จังหวัดและเติมเงินให้เด็กแรกเกิด 3.โครงการที่ประกาศไว้ นำเสนอจะบัญญัติไว้ในกฎหมายงบประมาณ ปี70พร้อมนำเสนอต่อสภา ภายใน 90 วัน 4.พื้นฐานเศรษฐกิจดีมาจากบ้านเมืองที่สุจริต เครื่องมือที่ประหารคอร์รัปชั่นคือ ข้อมูล ดังนั้น 90 วันแพลตฟอร์มที่สามารถเข้าตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง การประมูลงานรัฐต้องพร้อมให้ตรวจสอบ 5.ปฏิรูประบบราชการ จัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินแห่งชาติ และจัดการกลไกภาครัฐที่ทับซ้อนกันอยุ่ เช่น การบริหารจัดการน้ำต้องสะสาง 6.การจัดการทุนเทามีแผนปฏิบัติการ 90 วัน ใครก็ตามในกลไกรัฐและกระบวนการยุติธรรม และเป็นอุปสรรค เตรียมตัวย้ายออก และเพิ่มเครื่องมือทำให้ประสิทธิภาพปราบทุนเทาสูง เช่น ปรับแก้กฎหมายอายัดทรัพย์ที่พิสูจน์ที่มาไม่ได้ ให้สามารถทำได้ เข้มงวดใช้ตัวแทนหรือนอมินี แก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ด้วยเงินสด ที่เป็นปัญหาฟอกเงิน สามารถออกพระราชกำหนด และใช้เอไอ ช่วยตรวจจับเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ

ปราบทุนเทาใครขวางเด้งใน90วัน

7.พลังงาน จัดงบช่วยโซลาเซล จะเปิดเสรีทันที เดินหน้าให้ค่าไฟลดลงถาวร ต่ออายุใช้งานโรงไฟฟ้าที่หมดอายุสัมปทานโดยรัฐไม่ต้องเสียค่าพร้อมจ่าย เปิดเผยการซื้อไฟฟ้าของกฟภ. ให้ประชาชนมั่นใจ 8.เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ต้องขับเคลื่อนร่วมกับภาคเอกชน จะตั้งกลไกรัฐร่วมกับเอกชน ทำงนร่วมกันและช่วยเหลือ เอสเอ็มอี สตาร์อัพ ในเรื่องกองทุน 9.พีเอ็ม 2.5 มาตรการระงับซื้อพืชผลจากพืชที่มีการเผา จะผลักดันกฎหมาย เช่น อากาศสะอาด และ 10.ภัยพิบัติ ยกระดับหน่วยงานภัยพิบัติชาติขึ้นตรงกับนายกฯ ให้ประสานเป็นเอกภาพมีประสิทธิภาพควบคู่กับการช่วยเหลือ ฟื้นฟูหาดใหญ่ ผ่านซอฟท์โลนปลอดดอกเบี้ย เป็น10เรื่อง90วัน ที่เป็นความพร้อมของรัฐบาลประชาธิปัตย์ ด้วยประสบการณ์ จะจัดตั้งองค์กรเฉพาะกิจ ผมมีบทเรียนจากการเป็นนายกฯ หลายครั้งการสั่งการ มีมติ ครม.สุดท้ายระบบการติดตามบกพร่อง ดังนั้น ทั้งมาตรการ 90 วัน นโยบายหลักที่เป็นเข็มทิศเศรษฐกิจ มีหน่วยงานเฉพาะกิจติดตามเพื่อให้เกิดขึ้นได้จริง เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ ไม่สามารถจัดการปัญหาทุนเทาได้ การประกาศของพรรคจะทำได้จริงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีบุคคลที่เกี่ยวข้องในการทำงาน เช่น กลต.มีข้อสงสัย ไม่มั่นใจว่า มีปัญหาเรื่องในอดีตหรือไม่ ต้องให้หลีกทางไป เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าไม่มีใครขวางทาง ที่ประเทศไทยถูกมองว่า จัดการปัญหาช้ากว่าประเทศอื่น ต้องเอาคนเหล่านี้ออกไปภายใน 90วัน

‘สีหศักดิ์’ตั้งเป้าดัน‘เศรษฐกิจการทูต’

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงแนวทางเศรษฐกิจการทูตที่ตอบโจทย์ของประเทศว่า ต้องหาตลาดใหม่ หรือแม้กระทั่งเอเชียกลาง เรื่องการค้าเสรี ต้องสนับสนุนการเจรจาการค้าเสรี และที่สำคัญที่สุดคือ อยากจะให้เอกอัครราชทูตทำงานเชิงรุกทางเศรษฐกิจ เข้าใจว่าประเทศไทยต้องขายอะไรต้องการตลาด ต้องการเทคโนโลยีใหม่ เพื่อขับเคลื่อนเครื่องยนต์ใหม่ๆ ทางเศรษฐกิจ และเข้าถึงบริษัทต่างๆ ที่สำคัญในระดับสูง เพื่อเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยในยุคนี้ เพราะโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การทูตต้องทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกด้วย เราต้องระวังไม่เลือกข้างใดข้างหนึ่ง พยายามรักษาความสมดุล แต่มีจุดยืนไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ตรงกลางตลอดไป ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เราต้องมีความกล้าหาญพอที่จะมีจุดยืนของเรา พยายามหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง แต่ถ้ามีความจำเป็น และในประเด็นที่เขาขัดแย้งกันอยู่ แต่เป็นประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ของเราก็ต้องมีจุดยืน ผลประโยชน์เราอยู่ตรงไหน ก็ต้องไปทางนั้นและโลกนี้เป็นโลกหลายขั้ว เพราะฉะนั้นเราไม่ควรจำกัดตัวเองกับ 2 ขั้วควรจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับขั้วอื่นๆ ด้วยคือ อินเดีย ญี่ปุ่น อียู ออสเตรเลีย เกาหลี การที่เรามีความสัมพันธ์ที่ดี จะช่วยในการถ่วงดุลระหว่างขั้วต่างๆ ทำให้มีทางเลือกมากขึ้น ตอนนี้ก็มีนโยบายที่เพิ่งเริ่มคือ นโยบายประเทศไทยสู่แอฟริกา เพราะเป็นประเทศที่ไม่ได้ด้อยพัฒนาเหมือนแต่ก่อน หลายประเทศกำลังก้าวขึ้นมา มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

พท.ชู‘คนละครึ่งโปรแม็กซ์70-30

ด้าน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย (พท.) ประกาศสานต่อและยกระดับโครงการยอดฮิตอย่าง “คนละครึ่ง” ให้กลายเป็นโครงการที่ทำได้จริงและทรงพลังกว่าเดิม โดยปรับสัดส่วนให้รัฐบาลช่วยแบกรับภาระถึง 70% และให้ประชาชนควักกระเป๋าเพียง 30% เท่านั้น หวังกระตุ้นกำลังซื้อระดับฐานรากให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

เติมเงินคนจนเดือนละ3,000บาท

พร้อมย้ำจุดยืนสานต่อจิตวิญญาณ”ไทยรักไทย”ประกาศสงครามกับความยากจนทุกรูปแบบ ผ่านนโยบาย “คนไทยไร้จน” โดยระบุว่าหากใครมีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน รัฐบาลพร้อมเติมเงินช่วยเหลือเดือนละ 3,000 บาท ทันที เพื่อดึงประชาชนให้พ้นจากวิกฤตความยากจนอย่างเป็นรูปธรรม

ชู7นโยบายหลักช่วยเรื่องปากท้อง

ขณะที่ ดร.อ๊อฟ รวีภัทร์ จิรศักดิ์วัฒนา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงนโยบาย “ล้างหนี้-มีกิน” ว่า ต้องทำจริงเพื่อปากท้องพี่น้องประชาชน ชู 7 นโยบายหลักช่วยเรื่องปากท้อง เช่น ปิดหนี้นอกระบบ หนี้เสีย หนี้ผู้สูงอายุ, พักหนี้เกษตรกร, ปราบปรามยาเสพติด, ปราบสแกมเมอร์, หวยเกษียณ, สนับสนุน SME และอีคอมเมิร์ซ รวมถึงการพัฒนาคนให้เรียนรู้ตลอดชีวิต ปีละ 1 ล้านคน คนละ 1 หมื่นบ้าน ให้คนไทยเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ รองรับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

‘เจ๊หน่อย’ลุยคอรัปชั่นปีละ5แสนล้าน

วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด พบปะพี่น้องประชาชนและขึ้นรถแห่ขอคะแนนเสียง ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักและอบอุ่น ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากประชาชนในพื้นที่ โดยมีการจัดเวทีปราศรัยรวม 4 เวที มีผู้สนใจเข้ารับฟังนโยบายอย่างเนืองแน่น คุณหญิงสุดารัตน์ ปราศรัยว่า คนไทยถูกปล้นเงินในกระเป๋าจากการคอร์รัปชันปีละกว่า 500,000 ล้าน นี่คือสาเหตุที่ทำให้เศรษฐกิจทรุด ทำคนไทยยากจน ทั้งที่งบประมาณประเทศเพิ่มขึ้นทุกปี จนสูงถึงเกือบ 4 ล้านล้านบาท แต่ไม่ได้ทำให้ชีวิตคนไทยดีขึ้น กลับเหนื่อยหนักกว่าเดิม เพราะงบประมาณจำนวนมหาศาลนี้ ถูกโกง ถูกปล้นไปสร้างความมั่งคั่งให้กับนักการเมืองที่โคตรโกง แทนที่จะไปทำให้ประชาชนหายจน ดิฉันและพรรคไทยสร้างไทย ขออาสาไปทวงคืนเงิน 500,000 ล้านที่คนไทยถูกโกง กลับมาคืนใส่กระเป๋าคนไทยทุกคน ไทยสร้างไทยไม่รับเงินจากนายทุนคนไหน ไม่ว่าทุนเทา ทุนดำ จึงกล้าฟันทุกคนที่โกงชาติ ที่สำคัญ ดิฉันมีเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ ที่จะสร้างการเมืองสุจริต ปรารถนาที่จะเห็นประเทศไทยที่โปร่งใส ขจัดระบบคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ในช่วงชีวิตของดิฉัน ไม่ต้องการให้มันเป็นมรดกบาปไปถึงลูกหลาน ที่เขาควรจะมีอนาคตที่ดีในประเทศนี้ ให้มันจบที่รุ่นแม่อย่างดิฉัน

คุณหญิงสุดารัตน์ ได้ย้ำถึงความตั้งใจของพรรคไทยสร้างไทย ที่จะอาสาเข้ามาดูแลพี่น้องประชาชน ให้หายจน หมดหนี้ มีรายได้มั่นคง โดยเฉพาะเกษตรกรที่ต้องเผชิญกับปัญหาความไม่แน่นอนด้านต้นทุนการผลิต ราคาผลผลิต และปัญหาน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งเป็นปัญหาสะสมที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนมาอย่างยาวนาน ถ้าท่านยังไม่ตัดสินใจที่จะเลือกพรรคไหน โปรดพิจารณาพรรคไทยสร้างไทย คะแนนของท่านจะไม่สูญเปล่า ไม่ตกน้ำ แต่จะได้พรรคการเมืองและคนทำงานจริงจัง ที่ไม่โกง มีประสบการณ์ ไปดูแลเงินงบประมาณซึ่งเป็นภาษีของท่าน ไม่ให้ถูกโกง เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงให้ท่านและลูกหลานไทย” ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ยังได้ขอคะแนนเสียงจากพี่น้องชาวร้อยเอ็ด ให้สนับสนุนผู้สมัครจากพรรคไทยสร้างไทยทั้ง 3 เขต

‘หมอวรงค์’นำทีมหาเสียงนครปฐม

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 1 พร้อมนายพรชัย วุ่นยรรยงค์ ผู้สมัคร สส.เขต 6 จ.นครปฐม ขึ้นลงแห่หาเสียงพื้นที่ดอนหวาย – ไร่ขิง ก่อนเดินแนะนำตัวและเสนอนโยบายพรรค ที่ตลาดมิ่งมงคล โดย นพ.วรงค์ระบุว่า หลายพรรคการเมืองรณรงค์ให้แก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณเป็นหมื่นล้าน ไม่ได้แก้ปัญหาปากท้องอยากถามว่า ประชาชนเดือดร้อนจากรัฐธรรมนูญมาตราไหน มีแต่นักการเมืองที่เดือดร้อน ต้องการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของนักการเมือง พรรคมีจุดยืนชัดเจนไม่เห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ หน้าตาของรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ แม้อ้างว่า มี สสร.เป็นผู้ร่าง แต่ก็เป็น สสร.จากเครือข่ายนักการเมือง ซึ่งอันตรายมาก อาจมีการยัดไส้แก้ไขเนื้อหาเพื่อประโยชน์ของนักการเมือง ทำลายหลักรัฐธรรมนูญปราบโกง ทำลายการตรวจสอบที่เข้มข้น ทำลายเรื่องจริยธรรม รวมทั้งความซื่อสัตย์สุจริตของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี มีความเสี่ยงที่จะยุบ หรือลดอำนาจองค์กรอิสระ หรือศาลรัฐธรรมนูญ ทำลายกองทัพ นอกจากนี้ยังเกิดการแทรกแซงของต่างชาติ ผ่าน NGO ที่รับเงินจากต่างชาติมารณรงค์แก้รัฐธรรมนูญ

นพ.วรงค์ กล่าวว่า ขณะนี้มีโจรเต็มสภา มีโจรต้องมีเรา เพื่อให้เราไปปราบโจร โดยพรรคไทยภักดีเป็นต้นแบบผู้นำปราบโกง มีนโยบายนักการเมืองโกง 100 ล้านโทษสูงสุด ประหารชีวิตภายใน 15 วันหลังคดีถึงที่สุด ห้ามขออภัยโทษ ประชาชนฟ้องตรงได้ ที่ผ่านมาพรรคมีผลงานจริงโครงการจำนำข้าว นายกรัฐมนตรีและผู้ร่วมขบวนการติดคุก นักโทษชั้น 14 โกงการติดคุกก็ร่วมกับภาคประชาชนจนตอนนี้กลับเข้าไปอยู่ในคุก ระหว่างเดินหาเสียง มีผู้ค้ารายหนึ่งตะโกน ”29 เข้าสภา“ เพื่อให้กำลังใจ นพ.วรงค์ และผู้สมัคร สส.เขต 6 โดยระบุ ขอให้หมอวรงค์ปราบโกงอย่างจริงจัง ตนอยู่พื้นที่หนองแขม แต่ยืนยันจะกาบัตรสีชมพู หมายเลข 29 ล้านเปอร์เซ็นต์

Leave a comment