‘เต้น’ปลุกชาวปากน้ำ เลือก‘เพื่อไทย’ยกจังหวัด หลังเคยกาตามกระแส

‘เต้น’ปลุกชาวปากน้ำ เลือก‘เพื่อไทย’ยกจังหวัด หลังเคยกาตามกระแส

‘เต้น’ปลุกชาวปากน้ำ เลือก‘เพื่อไทย’ยกจังหวัด หลังเคยกาตามกระแส

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.24 น.

“เต้น”ปลุกชาวปากน้ำ เลือก”เพื่อไทย”ยกจังหวัด หลังเคยกาตามกระแส เหน็บ 2 ปีที่ผ่านมา สส.ทำหน้าที่เสมอต้นเสมอปลาย ไม่เคยเห็นหน้า บอก พท.มีนโยบายมอบโอกาสให้ประชาชน แต่พรรคส้มกลับมอบโอกาสให้”อนุทิน”นั่งนายกฯ เย้ย ชีวิตทางการเมืองไม่มีใครให้มากกว่านี้แล้ว

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 ที่ตลาดนัดบางปูแลนด์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยทั้ง 8 เขต ประกอบด้วย นายอัครวัฒน์ อัศวเหม ผู้สมัคร สส.เขต 1 เบอร์ 3 นายยงยุทธ สุวรรณบุตร ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 8 นายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ ผู้สมัคร สส.เขต 3 เบอร์ 3 นายกรวัฒน์ หันประดิษฐ์ ผู้สมัคร สส.เขต 4 เบอร์ 7 นายปิยะพงษ์ เหมะ ผู้สมัคร สส.เขต 5 เบอร์ 9 นางนฤมล ธารดำรงค์ ผู้สมัคร สส.เขต 6 เบอร์ 8 นายประชา ประสพดี ผู้สมัคร สส.เขต 7 เบอร์ 7 นางสลิลทิพย์ สุขวัฒน์ ผู้สมัคร สส.เขต 8 เบอร์ 7 โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาขนมารอฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่ ทั้งนี้ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาร่วมลงพื้นที่ด้วย

โดยในเวลา 17.50 น.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย และผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า วันนี้เราเจอกันในวาระโอกาสอันดี เป็นวันครู ทุกคนผ่านการเรียนรู้ มีครูของตัวเอง ก็ถือว่าพบกันในวันมงคล แต่วันครูปีนี้ หวยไม่ออก แต่ไม่เป็นอะไรแม้วันครูปีนี้หวยไม่ออก แต่ตนจะบอกหวยพี่น้องฟังดีๆ งวดนี้เลขที่ออกคือเบอร์ 9

“แต่เอาเบอร์เดียวไม่พอเพราะเลข 9 เป็นเบอร์พรรคเพื่อไทย แต่สมุทรปราการมี 8 เขต ดังนั้น ขอให้กาบัตร 2 ใบให้เพื่อไทยยกจังหวัดสมุทรปราการ คราวที่แล้วผมมาปราศรัยที่สมุทรปราการก็เฮแบบนี้ แต่ทำไมพรรคเพื่อไทยหายไป หลายคนท่องเพื่อไทยออกจากบ้าน พอไปลงคะแนน กาแฉลบคราวนี้เอาใหม่ให้เลือกเพื่อไทยที่เต็มไปด้วยนโยบายและทำได้จริง ทำได้ตลอด 20 ปี” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า เลือกตั้งครั้งที่แล้วมาเป็นกระแส บางคนไม่รู้จักหน้าผู้สมัคร แต่ถามว่ากาทำไม เพราะกระแส ผ่านมา 2 ปีกว่า ก็ยังไม่เคยเห็นหน้า จนเลือกใหม่ก็ยังไม่เห็น แต่พรรคเพื่อไทย ทำงานเสมอต้นเสมอปลายวันที่เป็นก็เห็นหน้า วันที่ไม่ได้เป็นก็เห็นหน้า เพราะพรรคเพื่อไทยคือพรรคการเมืองที่อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุข ร่วมแบกปัญหา ร่วมวัฒนธรรม ร่วมวิถีชีวิต หลักคิดนโยบายของพรรคเพื่อไทยคือการยื่นโอกาสให้ประชาชน

“พรรคการเมืองเขาอื่นก็ยื่นโอกาสให้เช่นกัน พรรคสีส้มเขายื่นโอกาสในการเป็นรัฐบาลให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล มี สส. 150 ที่นั่ง แต่ไปทำเอ็มโอเอเลือกนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งที่เขามีเพียง 70 ที่นั่ง แต่ได้เข้าไปนั่งเก้าอี้นายกฯ จนถึงวันนี้ ถามว่าสมการแบบนี้เคยเกิดขึ้นหรือไม่ในการเมืองไทย บอกเลยว่าไม่เคยเกิดขึ้น แต่พอมีขึ้นมา นายอนุทิน และพรรคภูมิใจไทย ก็ถูกหวยสีส้ม พูดได้เลยว่าชีวิตทางการเมืองของนายอนุทินไม่เคยมีใครหยิบยื่นโอกาสให้เท่ากับพรรคสีส้ม ไม่มีใครให้นายอนุทิน มากกว่านี้อีกแล้ว” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า สำหรับการประกาศนโยบายคนละครึ่ง หลังๆ ตนไม่แน่ใจว่าบ้านเมืองนี้เกิดอะไร จากคนละครึ่ง เดี๋ยวนี้เราเจอวันละเครน ทั้งเครนที่ อ.สีคิ้วและเครนที่ถนนพระราม 2 ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้า เป็นเรื่องที่เจ็บปวดที่ประชาชนผู้บริสุทธิ์เพียงแค่เดินทางต้องมาบาดเจ็บ และสูญเสีย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่ก็หาเรื่องมาโจมตีกัน ทั้งนี้ รัฐบาลต้องรับผิดชอบและมีมาตรการที่เด็ดขาดในการแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก รงมถึงต้องดำเนินการอย่างไม่ละเว้น

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า รัฐบาลที่แล้วน.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เกิดแผ่นดินไหวตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม ตอนนี้ผู้บริหารบริษัทที่เกี่ยวข้องก็อยู่ในเรือนจำยังไม่ได้ออกมา แต่เวลานี้รัฐบาลนายอนุทิน มีหน้าที่ทำก็ต้องทำไป ไม่มีการไปหาเศษหาเลยกับท่าน ที่ตนต้องพูดเพราะนั่งดูข่าวมาในรถ

“ท่านบอกว่ารำคาญนักข่าวถามนั่น ถามนี่ รำคาญโซเชียลมีเดียที่ไปขุดค้นที่มาของการจ้างงาน ขอนายกฯ อย่ารำคาญประชาชน เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่นายกฯ รำคาญประชาชน ได้โปรดรู้ว่าประชาชนโคตรรำคาญนายกฯ เหมือนกัน ใช้คำว่ารำคาญกับประชาชนไม่ได้ แล้วไม่รู้ท่านจะรำคาญเรื่องอะไร เพราะในทีวี ในโซเชียลคนเขาไปขุดมาทั้งสองโครงการ สุดท้ายเจอผู้รับเหมาเจ้าเดียวกัน จัดจ้างในยุครัฐมนตรีเดียวกันคือ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า นอกจากจะเจอวันละเครนแล้ว หันไปอีกพรรคก็เจอวันละเทา บอกว่ามีเราไม่มีเทา ตนก็ไม่ได้ว่าอะไร เพื่อไทยก็เห็นด้วย สีดำสีเทา เราไม่เอา ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ใครผิดต้องดำเนินคดี อันนี้เห็นตรงกัน แต่พออีกพรรคประกาศทุกวัน มีเรา ไม่มีเทา ตำรวจได้ยินเข้าเลยสนองนโยบาย เข้าไปจับ 2 เทาแล้ว ฉะนั้น ก็เริ่มงง เพราะตอนที่เข้ามาบอกเป็นการเมืองใหม่ การเมืองที่มีอยู่เดิมเป็นการเมืองเก่า ของเขาใหม่ไม่เหมือนกัน พอโดนจับเรื่องสีเทาคนก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเขามาชี้บอกว่าพรรคอื่นก็เหมือนกัน สรุปว่าเหมือนหรือไม่เหมือน ซึ่งเรื่องนี้ก็เหมือนกัน ที่ไม่ใช่จะมาหาเรื่องโจมตีกัน

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ตนเพียงจะบอกว่าพรรคการเมืองคือองค์กรทางการเมือง ผู้ขับเคลื่อนคือมนุษย์ ไม่มีใครเป็นเทพเทวดาวิเศษมาจากไหน ทุกพรรคการเมืองมีคนทุกประเภท อย่าบอกว่าพรรคใดเด่นล้ำสูงค่าไปกว่าพรรคใด ที่บริสุทธิ์และมั่นคงที่สุดคือประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย เขาจะตัดสินเอง

– 006

Leave a comment