PM2.5วิกฤต รัฐบาลเตือนใส่หน้ากาก พบค่าฝุ่นพุ่งสูงระดับอันตราย

PM2.5วิกฤต รัฐบาลเตือนใส่หน้ากาก พบค่าฝุ่นพุ่งสูงระดับอันตราย

PM2.5วิกฤต รัฐบาลเตือนใส่หน้ากาก พบค่าฝุ่นพุ่งสูงระดับอันตราย

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.32 น.

รองโฆษกรายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 หลายพื้นที่ยังน่าเป็นห่วง เตือนประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง ดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด

17 มกราคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จากข้อมูลการตรวจวัดคุณภาพอากาศล่าสุด โดยการประเมินจากแผนที่ตรวจวัดฝุ่น PM2.5 พบว่า หลายพื้นที่ของประเทศไทยมีค่าฝุ่นอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพไปจนถึงระดับอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งยังเป็นสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

รองโฆษกฯ ระบุว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายพื้นที่ อาทิ จังหวัดอุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา และพื้นที่ใกล้เคียง ตรวจพบค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในช่วงประมาณ 150–180 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จัดอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง ขณะที่ภาคเหนือ รวมถึงพื้นที่ประเทศลาวตอนบน โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง และพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง ตรวจพบค่าฝุ่นในช่วงประมาณ 60–130 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ

สำหรับภาคกลางตอนบน พบค่าฝุ่น PM2.5 ในช่วงประมาณ 110–160 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หลายพื้นที่อยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ ขณะที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน ค่าฝุ่นส่วนใหญ่อยู่ในช่วงประมาณ 60–90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จัดอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการประเมินเชิงวิชาการ ค่าฝุ่นที่ตรวจพบยังคงสูงกว่าค่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งกำหนดค่าเฉลี่ยรายปีไม่เกิน 5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรหลายเท่าตัว โดยฝุ่นละอองขนาดเล็กสามารถแทรกซึมเข้าสู่ถุงลมปอดและกระแสเลือด ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังในระยะยาว ทั้งนี้สถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับสภาพอากาศนิ่ง ลมอ่อน การสะสมของมลพิษ และอิทธิพลของหมอกควันข้ามพรมแดน

รองโฆษกฯ กล่าวด้วยว่า หน่วยงานด้านสาธารณสุขขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM2.5 เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หากมีความจำเป็นต้องออกนอกอาคาร ควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นชนิด N95 หรือเทียบเท่า และดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรอยู่ภายในอาคารและลดการสัมผัสฝุ่นให้มากที่สุด

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและประกาศเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพในช่วงที่สถานการณ์ฝุ่นละอองยังอยู่ในระดับน่าเป็นห่วง โดยสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศได้ทางเว็บไซต์ Air4Thai.pcd.go.th หรือแอปพลิเคชัน Air4Thai

Leave a comment