
18 ม.ค. 2569 04:15 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ผู้นำยูกันดาชนะเลือกตั้ง เป็นประธานาธิบดีต่อ หลังอยู่ในอำนาจมา 40 ปี
ประธานาธิบดียูกันดา ชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2569 ทำให้เขาได้เป็นประธานาธิบดีต่ออีก 5 ปี หลังจากปกครองประเทศมานานถึง 40 ปี
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 17 ม.ค. 2569 ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งของประเทศยูกันดาประกาศให้ประธานาธิบดี โยเวรี มูเซเวนี เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งที่จัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทำให้เขาได้ดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศต่อไปอีก 5 ปี หลังจากปกครองมายาวนานกว่า 4 ทศวรรษ
คณะกรรมการการเลือกตั้งระบุว่า นายมูเซเวนีได้คะแนนเสียงไป 72% ขณะที่ บ็อบบี ไวน์ คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดได้คะแนนเสียง 25% โดยไวน์ออกมาประณามสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็น “ผลการเลือกตั้งปลอม” และ “การยัดบัตรเลือกตั้ง”
ไวน์ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม แต่เรียกร้องให้มีการประท้วงโดยสันติวิธี ขณะที่คณะกรรมการเลือกตั้งยังไม่ได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่คณะผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งจากสหภาพแอฟริกา (African Union) ระบุว่าพวกเขา “ไม่พบหลักฐานการยัดบัตรเลือกตั้ง”
ทั้งนี้ นายมูเซเวนี ในวัย 81 ปี ก้าวเข้าสู่อำนาจครั้งแรกในฐานะผู้นำกลุ่มกบฏเมื่อปี 2529 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาชนะการเลือกตั้งมาแล้วถึง 7 ครั้ง
กระบวนการเลือกตั้งครั้งนี้เต็มไปด้วยเหตุความรุนแรง โดย บ็อบบี ไวน์ อดีตดารานักร้องวัย 43 ปีอ้างว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 21 ศพทั่วประเทศในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 7 ศพเท่านั้น
นอกจากนี้ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในประเทศถูกตัดขาดมาตั้งแต่วันอังคาร ส่งผลให้การตรวจสอบข้อมูลเป็นไปได้ยาก
รัฐบาลยูกันดาอ้างว่า มาตรการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตมีความจำเป็น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายข้อมูลเท็จ การทุจริต และการยุยงให้เกิดความรุนแรง ซึ่งเป็นการกระทำที่สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติประณามว่าเป็นเรื่องที่ “น่ากังวลอย่างยิ่ง”
ด้านนายกู้ดลัก โจนาธาน อดีตประธานาธิบดีแห่งไนจีเรีย ในฐานะผู้นำคณะผู้สังเกตการณ์จากสหภาพแอฟริกา กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลยูกันดาควรหยุดระงับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ในช่วงใกล้การเลือกตั้ง
สำนักข่าว AFP รายงานว่า โจนาธานยังได้ประณาม “รายงานเกี่ยวกับการข่มขู่ การจับกุม และการลักพาตัว” โดยระบุว่าเหตุการณ์เหล่านี้ “ทำให้เกิดความกลัวและบั่นทอนความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อกระบวนการเลือกตั้ง”
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc