ยกทัพ’ภูมิใจไทย’ตีเมืองชุมพร ‘หนู’รับประกัน โครงการ’คนละครึ่งพลัส’มาแน่

ยกทัพ'ภูมิใจไทย'ตีเมืองชุมพร 'หนู'รับประทัน โครงการ'คนละครึ่งพลัส'มาแน่

ยกทัพ’ภูมิใจไทย’ตีเมืองชุมพร ‘หนู’รับประทัน โครงการ’คนละครึ่งพลัส’มาแน่

วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ยกทัพ’ภูมิใจไทย’ตีเมืองชุมพร ‘หนู’รับประทัน โครงการ’คนละครึ่งพลัส’มาแน่ ‘ชัยวุฒิ’แฉดีลลับตั้งรัฐบาล’ ‘ยศชนัน’จอง10สส.พท.ชลบุรี

“อนุทิน” ยกทัพภูมิใจไทยหาเสียงเลือกตั้งชุมพร การันตี ถ้าได้เป็นรัฐบาล “คนละครึ่งพลัส” มาแน่ ทั้งโปรยยาหอม“อสม.-คนชรา” ยันไม่ทิ้งกัน ขอดูแลเต็มที่ ด้าน”ศุภจี”เดินตลาดย่านบึงกุ่ม แฟนคลับแน่น เดินหน้าปักธง สส.กทม.สีน้ำเงิน ในขณะที่”ยศชนัน”นำทัพเพื่อไทยลุยชลบุรี ประกาศกวาดเก้าอี้สส.ทั้งหมด 10 ที่นั่ง

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพื้นที่ กทม.ของพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียงศึกเลือกตั้งในกทม.ว่าจากการลงพื้นที่จะเห็นว่า การเลือกตั้งหลายครั้งคนกรุงเทพฯตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกพรรคไหน

ครั้งนี้40-50%คนกรุงเทพฯยังไม่ตัดสินใจ ทำให้เป็นข่าวดีเพราะพรรคภูมิใจไทย เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คนกรุงเทพฯกำลังพิจารณาอยู่ สำหรับบุคลิกส่วนตัวของตนและพรรคภูมิใจไทย คือ ความจริงใจ เราไม่ใช่คนพูดเยอะ แต่ทุกเรื่องที่พูดเราจะทำ และจะพยายามทำให้สำเร็จ”นายเอกนัฏ ย้ำ

นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า ในส่วนของแนวทางและนโยบายต่างๆ จากการทำงานที่ผ่านมาช่วง 2-3 เดือน แม้ประเทศไทยประสบกับวิกฤตทั้งเรื่องชายแดน เรื่องเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็สามารถรวบรวมเอามืออาชีพนอกวงการการเมือง เป็นคนที่มีความสามารถนอกเหนือความคาดหมายของประชาชนมาอยู่ในทีมของรัฐบาล ไม่กี่ครั้งในประวัติศาสตร์ที่จะมีพรรคการเมืองประกาศชัดเจน ว่าถ้าเข้ามาเป็นรัฐบาลฟอร์มรัฐบาลจะมอบตำแหน่งสำคัญให้กับมืออาชีพมาทำ

ชู3มือโปร‘ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์’

“กระทรวงต่างประเทศ จะเป็น นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว กระทรวงพาณิชย์ ต้องนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ส่วนกระทรวงการคลัง คือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ซึ่งเป็น 3 คน ที่ทำงานเห็นผลงานแล้วคนพอใจ เชื่อมือว่ากู้ประเทศออกจากวิกฤตมาได้ ดันโครงการคนละครึ่งพลัสออกมาภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเวลาสั้นๆ จากเดิมที่มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะตก จีดีพีก็ขยับขึ้นเป็น1เปอร์เซ็นต์กว่า”นายเอกนัฏย้ำ

‘ศุภจี’ลุยช่วยผู้สมัครหาเสียงคลองจั่น

ช่วงเช้านางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย นำทีมแกนนำพรรคภูมิใจไทย นางสาวศุภมาส อิศรภักดี พร้อมด้วยนายอนุชา บูรพชัยศรี,นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ตลาดเช้าบริเวณหน้าสวนพฤกษชาติ คลองจั่น ช่วย นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ผู้สมัคร เขตบางกะปิ – วังทองหลาง หาเสียง

โดยนายศุภจีได้พบปะประชาชน พ่อค้าแม่ค้า บรรยากาศเป็นไปอย่างความคึกคักซึ่งมีแม่ค้าร้านน้ำมะปี๊ด เรียกให้นางศุภจีชิม “น้ำมะปี๊ดน้ำผึ้งมะนาว”พร้อมบอกว่าเป็นสินค้าที่ปลูกเองจากจังหวัดจันทบุรีนางศุภจีกล่าวว่าบ้านแม่ตนก็อยู่จันทบุรีเช่นเดียวกันซึ่งแม่ค้าก็ได้สะท้อนปัญหาว่าอยากให้มีพื้นที่ตลาดมากกว่านี้ เพราะจังหวัดจันทบุรี กำลังมีโครงการปลูกส้มมะปี๊ดมาแปรรูปเป็นน้ำและตอนนี้ที่เวียดนามดังมาก

ปชช.แห่ถ่ายรูปให้กำลังใจตลอดทาง

นอกจากนี้ยังมีประชาชนมอบดอกกุหลาบเพื่อให้กำลังใจและเข้ามาขอถ่ายภาพตลอดทางอย่างเป็นกันเอง พร้อมชมว่านางศุภจีเป็นคนเก่งและสวยเหมือนดารา ด้าน นางศุภจี ได้ขอบคุณประชาชน พร้อมระบุว่า พรรคภูมิใจไทย มีนโยบายในการดูแลผู้สูงอายุด้วย ยังมีประชาชนบอกด้วยว่าดีใจที่นางสาวฐิติภัสร์ ย้ายมาอยู่พรรคที่ถูกใจ และมีประชาชนกล่าวกับนางศุภจีอีกว่า ชอบคนที่ปฎิบัติงาน ขณะที่นางศุภจี ตอบกลับว่า เราทำงานกันทุกวัน

แวะซ๊อปกระเป๋าผ้าลายกุหลาบ

นางศุภจียังได้อุดหนุนกระเป๋าผ้าลายดอกกุหลาบ สีขาวดำราคา 100 บาทจากแม่ค้าโดยบอกว่าตนได้กระเป๋าใส่ โทรศัพท์แล้วโดยบางช่วงก็มีพ่อค้าแม่ค้า สะท้อนถึงปัญหาพื้นที่การค้าขาย ซึ่งนางสาวศุภจี และนางสาวฐิติพัฒน์บอกว่าตรงนี้เป็นพื้นที่ของกรุงเทพมหานครแต่จะรับเรื่องไว้

นางศุภจียังได้สอบถามถึงการค้าขายว่าได้ร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสหรือไม่เเม่ค้าบอกว่าได้เข้าร่วมแต่หมดเวลาไปแล้วนางศุภจีจึงกล่าวตอบเเม่ค้าว่า“หากเลือก โอ๋ ฐิติภัสร์ ก็จะได้โครงการคนละครึ่งพลัสอีกครั้ง”

จากนั้นคณะได้รับประทานก๋วยเตี๋ยวเป็นอาหารเช้าที่ร้านเปลว ก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณ จากนั้นเดินเท้าไปยังคาเฟ่ Shot 33ซอยนวมินทร์12เพื่อพบปะสมาชิกประชาคมคลองจั่นและพูดคุยลูกบ้านและผู้ประกอบการชุมชน

พรรครักชาติหาเสียงสวนเบญจกิติ

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายเจษฏ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้นำ นายสรยุทธ ลิขิตอาภากุล ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 4 เบอร์ 11 และผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เขตอื่น ๆ ลงพื้นที่สวนเบญจกิติ เพื่อออกกำลังกายวิ่งช่วงเช้า พร้อมพบปะทักทายพี่น้องประชาชนที่มาใช้บริการสวนสาธารณะ

นายชัยวุฒิ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองในช่วงโค้งสุดท้าย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงบรรยากาศการดีเบตของพรรคการเมืองใหญ่ 3 พรรคว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น เนื่องจากเนื้อหาในการแสดงวิสัยทัศน์เน้นไปที่นโยบายขายฝันทั่วไป ขาดการถกเถียง ตรวจสอบ หรือวิพากษ์วิจารณ์ซึ่งกันและกันอย่างจริงจัง ทำให้บรรยากาศดูราบเรียบผิดวิสัยการแข่งขันทางการเมือง

“ผมตั้งข้อสังเกตว่าเหมือนมีดีลลับเกิดขึ้นทราบมาว่ามีการพูดคุยตกลงเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลและการแบ่งกระทรวงกันเรียบร้อยแล้วทำให้เวทีดีเบต กลายเป็นเพียงพิธีกรรมที่ขาดสีสัน ขาดการตรวจสอบ หากเป็นเช่นนั้นจริง เท่ากับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจไม่ได้สะท้อนความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง”นายชัยวุฒิ ระบุ

ส่อเค้า‘ดีลลับ’จัดตั้งรบ.ดันแก้รธน.

หัวหน้าพรรครักชาติ ยังกล่าวแสดงความกังวลถึงผลพวงจาก”ดีลลับ”ดังกล่าวโดยเฉพาะประเด็นที่ทุกพรรคเห็นพ้องต้องกันในเรื่องการ”ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่”ทั้งที่บางพรรคเคยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในสมัยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา(ลุงตู่)และทำงานภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมาอย่างราบรื่น โดยไม่เคยมีปัญหาแต่เมื่อมีดีลทางการเมืองเกิดขึ้น กลับเปลี่ยนท่าทีจะมารื้อกฎหมายหลักของประเทศซึ่งการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงในสังคมได้ เพราะเกี่ยวข้องกับโครงสร้างการปกครองและกฎหมายสำคัญหลายฉบับ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วอาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาประเทศ แต่อาจซ้ำเติมให้เกิดทางตันทางการเมือง

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า อยากฝากไปถึงพรรคการเมืองใหญ่ โดยเฉพาะพรรคที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ให้หยุดดีลลับ หยุดฮั้วกันทางการเมือง และหันมาเร่งคิดหาทางออกในการแก้ปัญหาปากท้อง เพราะชาวบ้านกำลังลำบากมาก การแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนเท่าความอยู่รอดของประชาชน ขอให้ประชาชนเลือกพรรคที่มีอุดมการณ์ชัดเจน เข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนของท่านในสภาอย่างแท้จริง

รทสช.ปล่อยหมัดเด็ดโค้งสุดท้าย

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยถึงภัยคุกคามจากกลุ่มทุนที่อันตรายยิ่งกว่า‘ทุนเทา’และ‘ทุนผูกขาด’หลายเท่า โดยกลุ่มทุนนี้ทำงานอยู่ในเงามืดมายาวนานและกอบโกยกำไรมหาศาลบนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เปรียบเหมือน “ทุนปีศาจ” ที่สูบเลือดสูบเนื้อคนไทยและเป็นต้นเหตุที่ฉุดรั้งให้ศักยภาพของประเทศดิ่งเหว

“ปัญหาที่แท้จริงของประเทศไทยไม่ใช่ความขัดแย้งทางการเมือง แต่เป็น “ทุนปีศาจ” ที่ควบคุมโครงสร้างประเทศทั้งระบบ ตั้งแต่พลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้า แก๊ส การสื่อสาร การเงิน การเกษตร รวมถึงสาธารณูปโภคพื้นฐานทั้งหมด ซึ่งส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง กลุ่มทุนดังกล่าว ‘สูบเลือดคนไทย’ ทำกำไรมหาศาลมูลค่ารวมกว่าล้านล้านบาท ขณะที่ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังแทรกแซงอำนาจรัฐ ครอบงำการเมือง และกุมสื่อสาธารณะไว้ในมือ”หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ย้ำ

ท้าชน ‘ทุนปีศาจ’ ต้นตอวิกฤตชาติ

นายพีระพันธุ์ระบุอีกว่า จากประสบการณ์ตลอด 2 ปีในตำแหน่ง รมว.พลังงาน ทำให้มองเห็นโครงสร้างส่วนลึกและการเชื่อมโยงอำนาจทุนที่ไม่เคยถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ พร้อมยืนยันว่า ตนไม่อาจยอมให้กลุ่มทุนดังกล่าวทำร้ายประเทศได้อีกต่อไป

“ถ้าประชาชนรู้ว่า’ทุนปีศาจ’ทำอะไรไว้กับประเทศ ประชาชนจะเข้าใจว่าทำไมต้องเลือกผมและพรรครวมไทยสร้างชาติ การเลือกตั้งครั้งนี้คือเดิมพันว่า ประเทศไทยจะอยู่หรือตาย และไม่ว่าผมจะต้องต่อสู้เพียงลำพังหรือไม่ ผมก็จะกำจัดมันให้ได้ สุดท้ายก็อยู่ที่การตัดสินใจของประชาชนว่า จะลุกขึ้นสู้ไปกับผมหรือไม่ การเลือกตั้งครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศ และเป็นโอกาสที่จะทำลายอิทธิพล ‘ทุนปีศาจ’ ที่ฝังรากลึกมายาวนาน” นายพีระพันธุ์ กล่าว

ปล่อยแคมเปญคลิปวิดีโอสั้น

พร้อมกันนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติยังได้ปล่อยแคมเปญ“#พาประเทศพ้นโคม่าล่าทุนปีศาจ” ในรูปแบบคลิปวิดีโอสั้นซึ่งจะเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุกให้สังคมตระหนักถึงหายนะอันเกิดจาก “ทุนปีศาจ” ที่คอยชักใยบงการอำนาจรัฐ ครอบงำอำนาจการเมือง ควบคุมสื่อ ไปพร้อมๆ กับขยายแขนขา แผ่กิ่งก้านอำนาจของตัวเอง อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด โดยไม่มีใครกล้าแตะต้อง ไม่มีใครกล้าพูดถึง แต่ “ความจริง” ที่นายพีระพันธุ์ได้รับรู้ตลอด 2 ปีของดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีพลังงาน ทำให้เขาให้สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ยอมให้ “ทุนปีศาจ“ ทำลายประเทศและทำร้ายคนไทยอีกต่อไปแม้แต่วินาทีเดียว!

‘องอาจ-พงศ์พล’ลงลุยหาเสียง

วันเดียวกัน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ อดีตรองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ช่วย นายพงศ์พล เตมีย์ ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 7 (บางซื่อ–ดุสิต เฉพาะแขวงถนนนครไชยศรี) เบอร์ 1 พรรคประชาธิปัตย์ พบปะประชาชนในชุมชนสะพานขวาเพื่อรับฟังปัญหาความเป็นอยู่ ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมของชุมชน โดยประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

บรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคักเป็นกันเอง นายพงศ์พลและนายองอาจได้เดินทักทายพูดคุยกับประชาชนในชุมชนอย่างใกล้ชิด รับฟังข้อเสนอแนะและปัญหาต่างๆจากประชาชนทุกช่วงวัย ทั้งเรื่องปากท้อง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงการพัฒนาสภาพแวดล้อมภายในชุมชน โดยมีประชาชนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเปิดเผย สะท้อนความต้องการให้ผู้แทนเข้ามาทำงานอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

ปชช.ปลื้มนโยบายให้กำลังใจ

ทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่ต่างแสดงความสนใจสอบถามแนวทางการทำงานและนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมให้กำลังใจผู้สมัคร ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น สะท้อนความผูกพันระหว่างผู้สมัครกับชุมชน และความคาดหวังต่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในพื้นที่เขต 7

ระหว่างการลงพื้นที่หาเสียง นายพงศ์พลยังได้รับกำลังใจเล็ก ๆ จากพ่อค้าแม่ค้าในชุมชน โดยมีแม่ค้ารายหนึ่งทำแพนเค้กรูปหมายเลข 1 มามอบให้ สร้างรอยยิ้มและบรรยากาศเป็นกันเอง ท่ามกลางความอบอุ่นและความใกล้ชิดระหว่างผู้สมัครกับประชาชนในพื้นที่ สะท้อนความผูกพันและการต้อนรับอย่างจริงใจจากคนในชุมชนสะพานขวา

ไทยก้าวใหม่ลุยหัวหิน

ที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคไทยก้าวใหม่ ลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางสาวมิ่งขวัญ น่วมทอง ผู้สมัคร สส.เขต 2 ประจวบคีรีขันธ์เบอร์ 5 พรรคไทยก้าวใหม่ โดยเดินเท้าพบปะพ่อค้า แม่ค้าและพี่น้องประชาชนภายในตลาดอ.หัวหินและชุมชนในอ.หัวหิน เพื่อแนะนำตัวและชี้แจงนโยบายของพรรค ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด

โดยน.ส.จิตภัสร์ กล่าวถึงนโยบายกองทุนกู้ยืม 20,000 บาท ของพรรคไทยก้าวใหม่ ว่า เป็นนโยบายเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดการพึ่งพาสร้างหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ในหลายพื้นที่ให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในการสร้างอาชีพ ลดการก่อหนี้นอกระบบ โดยมีพ่อค้า แม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยให้การต้อนรับเข้ามาทักทายพูดคุยสอบถามแนวนโยบาย และขอถ่ายรูปตลอดสองข้างทางเดิน พร้อมให้กำลังใจทีมงานพรรคไทยก้าวใหม่อย่างต่อเนื่อง

“พรรคไทยก้าวใหม่ยืนยันว่า เราอาสามาเพื่อทำงานจริง แม้เวลาเหลือเพียง 3 สัปดาห์ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 ตนพร้อมทีมงานยังมุ่งมั่นรณรงค์หาเสียงลงพื้นที่ต่างๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับฟังเสียงของประชาชนถึงปัญหา อุปสรรคต่างๆ และผลักดันนโยบายสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพและหนี้สินของพี่น้องประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม”น.ส.จิตภัสร์ กล่าว

ย้ำคนละครึ่งพลัสมาแน่

เมื่อเวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา และแกนนำพรรคไปหาเสียงที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ช่วยนายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ ผู้สมัครชุมพร เขต 2 ทันทีที่ลงจากรถ มีพี่น้อง ประชาชน พ่อค้าแม่ค้า ในตลาดออกมาส่งเสียงเชียร์ ดังสนั่น เลือกเบอร์ 37 หลายคนเข้ามาสวมกอด พร้อมกับมอบดอกไม้ ขอถ่ายรูปตลอดทาง มีบางคน ชมว่า “ตัวจริงหล่อ” พร้อมกับชื่นชมโครงการคนละครึ่ง นายอนุทิน จึงได้ทำท่า สัญลักษณ์พลัส ตอบกลับ มีหลายคนเข้ามามอบพระเครื่องให้กับนายอนุทินด้วย ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เก็บใส่กระเป๋า

จากนั้นนายอนุทิน ได้ขึ้นรถปราศรัย กล่าวว่า เมื่อสักครู่ ได้ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงกว่า ฝ่ากำลังใจกว่าจะมาถึงรถคันนี้ ด้วยความอบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มีวาสนาได้มาถึงอำเภอท่าแซะ มาแล้วรู้สึกอบอุ่นใจมากๆ ต้องขอกราบขอบพระคุณจริงๆ ในการต้อนรับ และวันที่ 8 ก.พ.นี้อยากให้พี่น้องได้ใช้สิทธิ์ในการเลือกผู้แทน เข้าไปทำงานให้กับพ่อแม่พี่น้องซึ่งตนเองหวังว่า จะไม่มามาเก้อ และเมื่อดูผู้สมัครชาวจังหวัดชุมพร มีผู้แทน3 คน จับได้เบอร์ 4 หมด แสดงว่า ท่าทีของชาวชุมพร จะให้ภูมิใจไทยยกจังหวัด และข้อเท็จจริงคือ 3 คนนี้เป็นลูกพี่ของอนุทิน ดังนั้น อย่าเลือกเพียงแค่เบอร์ 4 ต้องเลือกเบอร์ 37 พรรคภูมิใจไทยด้วยมิเช่นนั้นนายอนุทินจะตามเข้ามาไม่ทัน จากนั้นเรื่องอื่นก็ไม่ต้องห่วงคนละครึ่งเฟส 2 มาแน่นอน และก็มีเรื่องสวัสดิการต่างๆ เมื่อกี้โดนทวงเรื่อง อสม. เรื่องผู้สูงอายุ ทั้งหลายทั้งปวงให้เป็นหน้าที่ของพรรคภูมิใจไทยและอะไรที่ได้ให้สัญญากับพี่น้องประชาชนไว้ ตนเองจะทำตามทั้งหมด

“บรรยากาศที่มาต้อนรับอย่างอบอุ่นนึกว่ามาขอลูกสาวชาวชุมพรแต่งงาน แต่ไม่ใช่ เพราะขอลูกสาวชาวระนองไปแล้ว แต่ชุมพร-ระนองใช่อื่นไกล เมืองติดกัน ผมได้เมียอยู่ระนอง แต่หัวใจอยู่ที่ชุมพรด้วย วันนี้ ถ้าบอกว่าพ่อแม่พี่น้องจะไม่ลืมนอกจาก สส.ลูกหมี ลูกช้าง นายกโต้ง ที่ชวนให้ ผมมาอยู่ชุมพรแล้ว คนที่ลากผมมา จากเตียง เมื่อเช้าคือรัฐมนตรีเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นคนแนะนำกลุ่มนี้ให้รู้จักท่านนายก ก็ดี สส.ลูกช้าง สส.ลูกหมี ผมก็ไม่รู้ว่าคนที่พวกนี้เกรงใจคือเอกนัฏ น้องชายผม ลูกหนูไปคุยกับลูกหมีไม่ไหวครับ ลูกหมีตะปบตาย ลูกหนูไปคุยกับลูกช้าง ลูกช้างเอางวงฟาดตายเพราะฉะนั้นลูกหนูไปกินน้ำขิงดีกว่ามีแรงมีพลัง บอกพี่ขิงช่วยชวน สส.คุณภาพดีของคนชุมพร มาด้วย ยอมรับว่าวันนี้ชุมพรแข็งแรง และเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ และพรรคภูมิใจไทยแข็งแรงได้เพราะ 3 คนนี้ ดังนั้น วันนี้จึงมาฝากเนื้อฝากตัว แล้วหวังว่าจะได้มาอีกบ่อยๆ” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้ายว่าหากได้ สส.ยกจังหวัดชุมพร คนชุมพรจะเอาอะไรก็“ปัดโธ่”แค่นี้ ไม่ต้องพูดแล้วทำทำแล้ว ค่อยไปพูดทีหลัง ยังได้เลย กำลังหัดพูดภาษาใต้อยู่ อยู่มา 3-4 ปีแล้ว“ยังแหรงบ่ฉับ”

‘ยศชนัน’ขอเหมา10สส.ชลบุรี

เวลา 10.00 น. ที่หอประชุมเทศบาลเมืองพนัสนิคม (โรงไม้ขีดเก่า)นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.ชลบุรี พรรคเพื่อไทยทั้ง 10 เขต ประกอบด้วยนายรัฐรุจน์ ปิยะพงศ์ภัทร์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 นายคงพัชร ไขรัศมี ผู้สมัคร สส.เขต 2 นายพายุ เนื่องจำนงค์ ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 3 นายลิขิต อัศวจารุวรรณ ผู้สมัคร สส.เขต 4 นายประมวล เอมเปีย ผู้สมัคร สส.เขต 5 นายศรกฤต ผลลูกอินทร์ ผู้สมัคร สส.เขต 6นายนฤพล นิยมทรัพย์ ผู้สมัคร สส. เขต 7 นายชาญยุทธ เฮงตระกูล ผู้สมัคร สส.เขต 8 นายรัฐกิจ เฮงตระกูล ผู้สมัคร สส.เขต 9 และนายอัครเศรษฐ รักษ์สกุลสงสัย ผู้สมัคร สส.เขต 10 โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมารอฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่ ทันทีที่นายยศชนันมาถึง ได้เดินทักทาย ประชาชน ซึ่งประชาชนได้มอบดอกกุหลาบและพวงมาลัยให้นายยศชนัน พร้อมทั้งเข้ามาขอถ่ายรูป

โดยนายยศชนัน กล่าวว่า ความกตัญญูเป็นคุณสมบัติของผู้นำที่ดี วันนี้จึงต้องมาที่ชลบุรี ตนเคยเรียนอนุบาลชลบุรี เพราะหากไม่มีชลบุรี ไม่มียศชนันวันนี้ พรรคเพื่อไทยพร้อมแล้ว สส. ทั้ง 10 เขต พร้อมแล้วที่จะเดินหน้าไปพร้อมกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน มองปัญหาในสายตาเดียวกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนและขออย่างเดียวขอให้เลือกเข้าไปทั้งหมด 10 เขต วันที่ 8 ก.พ. เป็นวันเริ่มต้นแห่งความหวังของชาวชลบุรี เลือกยศชนันเข้าไป เลือกเพื่อไทยเข้าไปเลือกทั้ง 10 เขตเข้าไป ประเทศไทยเปลี่ยนทันที เปลี่ยนความหวังเป็นความจริง ตนพร้อมมากที่จะเข้าสู่วงการการเมืองเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตนถามตัวเองว่า วันนี้อนาคตชาวชลบุรีจะเป็นอย่างไร ข้าวมื้อต่อไปเป็นสิ่งที่ทุกคนถามถึง เราพร้อมประกาศเดินหน้า 8 ก.พ. คนไทยต้องไร้จน ชาวชลบุรีต้องไร้จน

Leave a comment