‘อนุทิน’โต้ปมสั่งฟันอิตาเลียนไทย อย่าโยงการเมือง บี้จนท.รัฐเร่งสางเครนถล่ม พระราม2วุ่น-เกิดเหตุรายวัน

'อนุทิน'โต้ปมสั่งฟันอิตาเลียนไทย อย่าโยงการเมือง บี้จนท.รัฐเร่งสางเครนถล่ม พระราม2วุ่น-เกิดเหตุรายวัน

‘อนุทิน’โต้ปมสั่งฟันอิตาเลียนไทย อย่าโยงการเมือง บี้จนท.รัฐเร่งสางเครนถล่ม พระราม2วุ่น-เกิดเหตุรายวัน

วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘อนุทิน’โต้ปมสั่งฟันอิตาเลียนไทย อย่าโยงการเมือง บี้จนท.รัฐเร่งสางเครนถล่ม พระราม2วุ่น-เกิดเหตุรายวัน หลุมยุบกระบะพลาดหัวทิ่ม

อีกแล้ว!ถนนพระราม 2 ดินทรุดตัว กระบะพลาดหัวทิ่มจมดิน “พิพัฒน์”กุมขมับสั่งแก้ไขด่วน ด้าน บิ๊กอิตาเลียนไทย รับผิดพลาด ขอโอกาสสร้างต่อ อนุทินบี้ขรก.รีบเชือดเครนอิตาเลียนไทยถล่ม วอนอย่าโยงเป็นเรื่องการเมือง 

นายวิเชียร รุ่งรุจิรัตน์ ผู้บริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ที่กำกับดูแลโครงการก่อสร้าง เส้นทาง รถไฟความเร็วสูง จากอิตาเลียนไทย ให้สัมภาษณ์ ชี้แจงเป็นครั้งเเรก

กรณีการรื้อถอนโครงเหล็กว่า การรื้อถอนถูกกำหนดไว้อย่างดีแล้ว มีการรถไฟ เป็นที่ปรึกษาในการพิจารณา และ เครื่องจักรที่อยู่ในหน้างานตอนนี้เป็นเครื่องจักรที่มีความเหมาะสมแล้ว จะทำตามไทม์ไลน์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่กำหนดไว้ให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน คาดว่าจะเเล้วเสร็จในวันที่ 17 ม.ค.69

โดยการทำงานเน้นไปที่ความปลอดภัยเป็นหลัก ได้นำเครนหลักทั้งหมด 4 ตัว 300 ตัน 2 ตัว 400 ร้อยตัน 1 ตัว 5,000 ตัน 1 ตัว และเครนสนับสนุนอีก 4 ตัว ในการนำสลิงขึ้นไปอุ้มโครงเหล็กและจะทำการตัด และ ยกโครงเหล็ก ขณะเดียวกัน ได้มีการส่งคนงานขึ้นไปด้านบนเพื่อถอดน็อตทีละชิ้น โดยจะไม่ใช้ไฟในการตัดเหล็ก อาจต้องใช้เวลาเพราะน็อตอาจจะเสื่อมหรือขึ้นสนิมที่อาจจะนำออกยาก แต่หากไม่มีข้อผิดพลาดอะไร ก็จะเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่กำหนดไว้

ส่วนเรื่องการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงจากนี้ ต้องหยุดดำเนินการทั้งหมด เนื่องจากทางรัฐบาลให้ระงับการใช้งานโครงเหล็กที่ใช้ยกเคลื่อน และ ติดตั้งคาน หรือ ชิ้นส่วนโครงสร้างทางยกระดับเป็นการชั่วคราวทั้งประเทศ หรือ จนกว่าจะมีคำสั่งใหม่ ขณะเดียวกันตอนนี้ตนได้รับหนังสือสั่งห้ามการทำงานจากเทศบาลตำบลสีคิ้ว เพราะเป็นคำสั่งมาจากจังหวัด และ ต้องดำเนินการรื้อถอนให้แล้วเสร็จ จึงจะทำการขออนุญาตดำเนินโครงการก่อสร้างใหม่อีกครั้ง

ขอโอกาสได้ทำงานต่อ

นายวิเชียร ยอมรับว่า การยกเลิกสัญญามีผลกระทบกับทางบริษัท เพราะเป็นบริษัทก่อสร้างทำธุรกิจ ต้องมีงานมีเงิน การไม่มีงานไม่มีเงินไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน เพราะจะกระทบต่อผลประกอบการของบริษัท และความเป็นอยู่ของลูกจ้าง และครอบครัวของลูกจ้างอีกหลายหมื่นชีวิต ไม่อยากให้รัฐบาลพิจารณาไปถึงขั้นการยกเลิกสัญญา

สำหรับความเชื่อมั่นการก่อสร้างของบริษัทหลังจากนี้ ยอมรับว่า ทางบริษัทเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยอมรับว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น การสร้างความมั่นใจหลังจากนี้ จะต้องทำด้วยกระบวนการในการตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องจักรและการฝึกฝนบุคคล

ในประเด็นเรื่องการแจ้งกำหนดการก่อสร้างกับการรถไฟแห่งประเทศไทย มีข้อมูลว่าทางบริษัทผู้รับเหมาแจ้งดำเนินการก่อสร้างในวันที่ 16 มกราคม 2569 แต่วันเกิดเหตุคือวันที่ 14 มกราคม 2569 เป็นวันที่ไม่ได้แจ้งกับ รฟท. ก่อนหน้า 2 วัน นั้น นายวิเชียร บอกว่า ไม่ทราบเรื่องนี้เนื่องจากกไม่ได้อยู่หน้างาน แต่ปกติจะใช้วิทยุสื่อสารแจ้งการเดินรถไฟจากต้นทางมายังจุดก่อสร้างอยู่แล้ว แต่รายละเอียดว่ามีการแจ้งในวันดังกล่าวหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะตอนนั้นประชุมอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ในวันเกิดเหตุมีคนงานอยู่ด้านบนจำนวน 10 คน และด้านล่างมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานช่วยดูแลด้วย

ยอมรับเป็นความผิดพลาด

ส่วนสาเหตุที่เกิดเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่ยอมรับว่าเกิดจากความผิดพลาดจากทั้งตัวบุคคล และ ระบบ ตั้งแต่วันแรก ตนได้มีการยอมรับกับทางนายกรัฐมนตรีแล้ว เรื่องนี้อยู่ในกระบวนการ สอบสวนของตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเรียกตัวพนักงาน 3 คน ไปสอบปากคำแล้ว กลัวว่าถ้าตนพูดข้อมูลเกรงว่าจะไม่ตรงกับที่พนักงานให้ข้อมูลกับตำรวจ

สำหรับการเยียวยาญาติผู้เสียชีวิตได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา เพื่อมอบเงินเยียวยาขั้นต้น ได้มอบให้กับญาติผู้เสียชีวิตไปแล้ว 7 ราย รายละ 150,000 บาท ฝ่ายรัฐเป็นสักขีพยาน อยู่ระหว่างการพิจารณาเงินเยียวยาหลังจากที่นายกฯ เสนอแนะให้เยียวยารายละ 1 ล้านบาท แต่ตอนนี้ อยู่ระหว่างรอฝ่ายบริหารพิจารณา ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเงินเยียวยาในภายหลังหรือไม่

ส่งผู้เสียชีวิตกลับบ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ เครนขนาดใหญ่ในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงพังถล่ม ทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษดีเซลราง (สปรินเตอร์) ขบวนที่ 21 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก สร้างความเศร้าสลดให้กับประชาชนที่ทราบข่าว โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิต เป็น น.ส.เปรมประภาพร ศรีสุธรรม อายุ 46 ปี ชาวบ้านหม้อ ต.เตาไห อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี

โดยบรรยากาศที่ศาลาพักศพที่วัดประจำหมู่บ้าน ตั้งแต่ช่วงเช้า ชาวบ้านจำนวนมากต่างร่วมแรงร่วมใจกันจัดเตรียมสถานที่ ทั้งกางเต็นท์ จัดโต๊ะ เก้าอี้ และอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ เพื่อรอรับร่างผู้เสียชีวิต ท่ามกลางความเศร้าเสียใจของญาติสนิทและคนในชุมชนที่ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียอย่างกะทันหัน

ต่อมาเมื่อเวลา 21.00 น. รถนำร่างผู้เสียชีวิตเดินทางมาถึงศาลาพักศพ เสียงร้องไห้ระงมไปทั่ววัดทั้งชาวบ้าน ญาติพี่น้อง สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้มาร่วมงานเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะนางผ่อน คุณแม่ฯ ร้องไห้แทบขาดใจจนญาติต้องคอยประคองและปลอบใจ

แม่ชีบังอร พังพี อายุ 68 ปี ป้าของผู้เสียชีวิต เปิดเผยถึงกำหนดการประกอบพิธีทางศาสนาว่า ในวันนี้ 17 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 09.30 น. จะมีการนิมนต์พระสงฆ์มาสวดและประกอบพิธี เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตเข้าเบ้า หรือที่บรรจุศพ จากนั้นในช่วงเย็นเวลาประมาณ 15.00-16.00 น. จะนิมนต์พระไปสวดที่บ้านอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ ครอบครัวยังจะจัดการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่องตลอด 3 วัน เพื่อส่งดวงวิญญาณให้สงบและเป็นไปตามความเชื่อทางศาสนา

กระบะหัวทิ่มตกหลุมขนาดใหญ่

เมื่อช่วงเช้าของวันที่17มกราคม พ.ศ.2569 เกิดเหตุไม่คาดคิดบนถนนพระราม2 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร หน้าบิ๊กซ้ง จังหวัดสมุทรสาครอีกแล้ว เมื่อนายสัมพันธ์ คนขับรถกระบะ ทะเบียน 2ฒช.5885 กรุงเทพมหานคร ได้ขับรถกลับจาก หัวหินเพื่อจะกลัยบ้านที่กรุงเทพมหานคร ขณะที่ขับมาอยู่ดีๆ บนถนนพระราม2ผ่านจังหวัดสมุทรสาคร ถนนได้ทรุดตัวลง รถที่ตนเองขับมาหน้าทิ่มลงไปในหลุมขนาดใหญ่ มีน้ำพุ่งขึ้นมาจากพื้นท่วมเต็มพื้นถนน ตนเองตกใจมาก ได้รีบเปิดประตูขี้นมาจากรถกลัวว่ารถจะตกลงไปลึกมากกว่านี้ โชคดีที่ตัวเองขับมาช้าๆและมาคนเดียว ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เกี่ยวข้องได้รีบไปยังที่เกิดเหตุเพื่อควบคุมสถานการณ์และคอยอำนวยความสะดวกในด้านการจราจร ซึ่งหลังเกิดเหตุรถติดหนักเป็นระยะทางยาวส่วนสาเหตุที่แน่ชัดคงจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน

ทางหลวงชี้แจงถนนทรุด

กรมทางหลวงขอชี้แจงกรณีเกิดเหตุถนนทรุดตัว เนื่องจากท่อประปาแตก ส่งผลให้ผิวจราจรหยุบตัวเป็นหลุม บริเวณทางคู่ขนานถนนพระราม 2 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 06.30 น. ของวันที่ 17 มกราคม 2569 ณ บริเวณกิโลเมตรที่ 29+350 ทิศทางคู่ขนาน ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ส่งผลให้รถกระบะของประชาชนได้รับความเสียหาย จำนวน 1 คัน ทั้งนี้ เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด

จากการตรวจสอบ พบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่กองการประปา เทศบาลนครสมุทรสาครได้ดำเนินการขุดเปิดผิวจราจร เพื่อดำเนินงานเชื่อมท่อส่งน้ำประปา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,000 มิลลิเมตร และได้ทำการบดอัดคืนสภาพผิวจราจรแล้ว ต่อมาเกิดเหตุท่อประปาแตก ส่งผลให้เกิดการทรุดตัวของผิวจราจรบริเวณดังกล่าว

ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่เพื่ออำนวยการจราจรและดูแลความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทางในเบื้องต้น พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครสมุทรสาคร ซึ่งขณะนี้ได้เข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขสถานการณ์แล้ว

กรมทางหลวงขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางบริเวณดังกล่าวชั่วคราว โดยรถจากทางคู่ขนานสามารถใช้ทางเบี่ยงเพื่อเข้าสู่ช่องทางหลักได้ที่บริเวณ กม.ที่ 29+600 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 โทรฟรี 24 ชั่วโมง

พิพัฒน์รับรายงานแล้ว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นจาก นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง กรณีเกิดเหตุถนนทรุดตัวบริเวณทางคู่ขนานถนนพระราม 2 ฝั่งขาเข้า กรุงเทพมหานคร

นายพิพัฒน์ ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 06.30 น. วันที่ 17 มกราคม 2569 บริเวณ กม.29+350 ทิศทางคู่ขนานขาเข้ากรุงเทพฯ ในพื้นที่หมวดทางหลวงมหาชัย แขวงทางหลวงสมุทรสาคร

อธิบดีกรมทางหลวงรายงานว่า สาเหตุเบื้องต้นเกิดจาก ท่อส่งน้ำประปาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,000 มิลลิเมตร ของกองการประปา เทศบาลนครสมุทรสาครแตก ระหว่างการขุดเปิดงานเชื่อมท่อและบดอัดคืนสภาพผิวจราจร ส่งผลให้ผิวทางทรุดตัวเป็นหลุม

ในเบื้องต้น กรมทางหลวงได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ทันที เพื่ออำนวยการจราจรและดูแลความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้ทาง พร้อมประสานงานกับเทศบาลนครสมุทรสาคร ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการแก้ไขในพื้นที่แล้ว

สำหรับความเสียหายเบื้องต้น ทราบว่ามีรถกระบะประสบเหตุ 1 คัน แต่ขณะนี้ ยังไม่พบรายงานผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิตนายพิพัฒน์ ได้กำชับให้กรมทางหลวงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เร่งแก้ไขจุดชำรุดโดยเร็ว และขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

‘หนู’ลั่นสั่งแล้วต้องทำ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่บริเวณตลาดสดเทศบาลตำบลท่าแซะ อำเภอท่าแซะ จ.ชุมพร นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่เมื่อช่วงเช้า ถนนพระราม 2 ฝั่งขาเข้ากทม. เกิดการยุบตัวเป็นหลุม ส่งผลให้รถกระบะตกหลุมลงไป 1 คัน ว่า ทราบว่าเกิดตรงบริเวณเขตเทศบาล มีเรื่องของจำนวนปริมาณน้ำจากท่อน้ำที่แตกทางเทศบาลก็ต้องเร่งดำเนินการแก้ไข มันไม่เกี่ยวกับแบบ หรือวิธีการก่อสร้างที่ผิดพลาด แต่เป็นความประมาทของคนทำงาน ความเสียหายทั้งหลายก็ต้องชดใช้

เมื่อถามว่าเกิดคำถามจากประชาชนว่าถนนพระราม 2 อีกแล้ว ความมั่นใจในการใช้เส้นทาง อาจจะน้อยลงเรื่อยๆ นายกฯกล่าวว่า สิ่งที่น่ากลัวคือเรื่องโครงสร้าง อย่าที่ตนเคยอธิบายไป มันไม่ได้เกิดจากโครงสร้างของคอนกรีต แต่เกิดจากการยกโดยใช้วิธีการที่สามารถป้องกันได้ แต่เขาไม่ได้ทำ คือเหตุที่ตนต้องบอกว่าเมื่อเกิดเหตุซ้ำซาก ถ้าไปไล่ตามสัญญาทางแพ่งพูดจริงๆ ว่าทำอะไรไม่ได้ รัฐบาลถึงบอกว่าต้องใช้คำสั่งทางปกครอง ในการให้หยุดก่อสร้าง หรือให้ยกเลิกสัญญามันเป็นเรื่องทางกฎหมาย

“ไม่งั้นก็กลายเป็นว่า ถ้าผมไปบอกว่าแล้วแต่ทางหน่วยงาน ก็มาว่าทำไมไม่ไปกดดันหน่วยงาน พอกดดันก็บอกว่าไปกดดันเขาทำไม เขาไม่ผิด พอใช้กำลังทางปกครอง ก็บอกว่าทำไมไม่ใช้มาตรการตามสัญญา เอาใจทุกฝ่ายไม่ได้ฝ่ายที่ต้องการทำเรื่องนี้ให้เป็นการเมืองก็มี ทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องการเมืองมันเป็นเรื่องทางวิศวกรรม ไม่เป็นไร รัฐบาลก็สั่งการไปแล้วว่า ให้ใช้อำนาจทางปกครอง คนที่รับข้อสั่งการไปก็ต้องปฏิบัติ นายกฯไม่มีสิทธิ์ไปเซ็นยกเลิกสัญญาเองนายกฯในฐานะรัฐบาลสั่งไปแล้วคนที่ไม่ปฏิบัติ ถ้าเป็นข้าราชการก็โดนมาตรา 157” นายกฯ กล่าว

เพื่อไทยเตือนอย่า 2 มาตรฐาน

นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย มีคำสั่งให้บอกเลิกสัญญา บริษัท อิตาเลียนไทย ใน 2 โครงการใหญ่ที่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ทั้งที่กรณีสีคิ้วและถนนพระราม 2 ทำให้ต้องตั้งคำถามว่าการกระทำดังกล่าวสะท้อนถึงมาตรฐานที่ลักลั่นและเข้าข่ายการเลือกปฏิบัติหรือไม่ เนื่องจากในกรณีเหตุการณ์ถนนทรุดตัวขนาดใหญ่บริเวณถนนสามเสน หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เมื่อวันที่ 24 ก.ย.2568 ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างที่บริษัทซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ดำเนินการแต่กลับไม่มีการ บังคับใช้มาตรการที่เด็ดขาดเหมือนกัน อีกทั้งท่าทีของนายอนุทิน ที่ตอบคำถามสื่อมวลชนก็แตกต่างกันเช่นกัน กรณีหลุมยุบ เมื่อถูกถามถึงนายอนุทิน กลับยิ้มแล้วเดินออกจากวงสัมภาษณ์ แต่กรณีหลังกลับมีท่าทีแข็งกร้าว ทั้งที่สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อประชาชนเช่นกัน

Leave a comment