
‘ชัยวุฒิ-เจษฎ์’เผยพิรุธเงินสะพัดเลือกตั้ง 2 แสนล้าน ปั่นราคาซื้อเสียงพุ่ง 7,500 บาท
วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.27 น.
‘ชัยวุฒิ-เจษฎ์’เผยพิรุธเงินสะพัดเลือกตั้ง 2 แสนล้าน ปั่นราคาซื้อเสียงพุ่ง 7,500 บาท จี้กกต.ต้องกล้าฟันตัวการใหญ่
เมื่อวันที่ 20 ม.ค.2569 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมพรรครักชาติ ลงพื้นที่ตลาดสะพาน 2 แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ เพื่อช่วยแนะนำ 2 ผู้สมัคร สส.กทม.ของพรรครักชาติ เนื่องจากบริเวณตลาด ถือเป็นจุดคาบเกี่ยว 2 เขต ได้แก่ เขต 5 นายปณิธิ บวรวนิชยกูร เบอร์ 5 และ เขต 13 นายฐิติพัฒณ์ จันทร์แก้ว เบอร์ 9
ซึ่งแม้จะเป็นตลาดอาหารสดที่เปิดขายตั้งแต่ช่วงเช้ามืด 03.00 น. แต่บรรยากาศค่อนข้างคึกคัก โดยทีมพรรครักชาติ ได้รับการตอบรับที่ดี จากบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ที่มาเปิดร้านขายของ ร่วมถึงประชาชนที่มาจับจ่ายในช่วงเช้า ที่เข้ามาทักทายขอถ่ายรูป พร้อมชวนเต้นขยับร่างกายเรียกความสดชื่นยามเช้า พร้อมทั้งอวยพรให้โชคดีมีชัย ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวัง เพราะเห็นถึงความตั้งใจของทีมพรรครักชาติ ที่มีแต่คนรุ่นใหม่ เดินหาเสียงแจกแผ่นพับ ใบปลิว และถือป้ายกันเอง เหนื่อยช่วยกัน โดยไม่มีการจ้างทีมงานหาเสียง
หลังจากนั้นทีมพรรครักชาติ ได้ลงพื้นที่ต่อเนื่องไปช่วยผู้สมัคร สส.กทม.เขต 1 เบอร์ 15 นายอดัม ชินรัตนพิสิทธิ์ ขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตลาด ตรอกหม้อ เขตพระนคร ซึ่งมีประชาชนสนใจเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ เข้ามาสนใจเรื่องการรณรงค์ไม่แก้รัฐธรรมนูญ เพราะเปลืองงบประมาณเป็นหมื่นล้าน ขณะที่ประชาชนหลายคนดีใจที่อาจารย์เจษฎ์มาลงการเมือง สร้างคนรุ่นใหม่ โดยระบุว่า “ ฝากประเทศด้วยนะคะ แย่สุดๆภาคประชาชน ตอนนี้ลำบากมากๆ อยากให้สภาบ้านเมืองเรา ดีกว่านี้มีความรับผิดชอบ รักประเทศ มากกว่านี้ ไม่ใช่มา เเถ ๆ ไปแบบนี้บ้านเมืองเราจะเป็นเสทฝือตัว11ได้ไง ตัวที่1ยังไม่ได้เลย
นอกจากนี้ยังฝากปัญหายาเสพติด ที่ระบาดไปทุกพื้นที่ เป็นห่วงเยาวชน บรรยากาศ เป็นไป ด้วยความคึกคัก มีคนจับมือให้กำลังใจ และบอกว่าสู้ ๆ เยอะมาก หลายคนชอบที่ รศ.ดร.เจษฎ์ ไม่ไปอยู่พรรคใหญ่ และมาช่วยสร้างสรรค์คนรุ่นใหม่ พร้อมกับ ชอบนโยบาย ที่จะสนับสนุน เด็ก รุ่นใหม่ให้มีโอกาสเข้าสู่วงการบันเทิง โดยจะเปิดเป็น Academe ฝึกอบรมทักษะด้านการแสดง หรือการฝึกเป็นศิลปิน เพราะคนส่วนใหญ่ ไม่มีโอกาสและไม่มีเงินส่งลูกหลาน ไปเรียนการแสดงหรือเรียนร้องเพลง เพราะแพง
ซึ่ง รศ.ดร.เจษฎ์ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อเนื่องจากที่เคยเปิดประเด็นเรื่องเม็ดเงินสะพัดเมื่อสัปดาห์ก่อน ถึงข้อมูลที่น่าตกใจว่า พรรคได้รับรายงานข่าวกรองถึงความผิดปกติทางการเงิน มีการนำเงินเข้าสู่ระบบการเลือกตั้งในภาคพื้นที่สูงถึง 100,000 ล้านบาท และยังมีกระแสข่าวเรื่องการเบิกถอนเงินสดจากธนาคารพาณิชย์ล็อตใหญ่กว่า 160,000 ล้านบาท โดยที่ไม่มีธนาคารใดออกมาปฏิเสธ เมื่อรวมตัวเลขแล้ว อาจมีเม็ดเงินสะพัดจริงสูงถึง 200,000 ล้านบาท จากการคำนวณเม็ดเงินดังกล่าว พบอัตราการจ่ายเงินซื้อเสียงที่สูงขึ้นอย่างผิดปกติ
– พื้นที่กรุงเทพมหานคร: ราคาพุ่งสูงถึง 7,500 บาทต่อหัว
– พื้นที่ต่างจังหวัด: เฉลี่ยอยู่ที่ 3,000 – 5,000 บาทต่อหัว
เงินมหาศาลเหล่านี้คือ “เงินสีเทา” จากธุรกิจผิดกฎหมายและกลุ่มสแกมเมอร์ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเตือนประชาชนว่า หากรับเงินเหล่านี้ เท่ากับสนับสนุนให้พรรคการเมืองเข้าไปถอนทุนคืนผ่านการคอร์รัปชัน นอกจากนี้ ยังยกตัวอย่างการเลือกตั้งท้องถิ่น (อบต.) ที่ผ่านมา ซึ่งมีการ “เบี้ยว” จ่ายเงินไม่ครบ หรือสัญญาว่าจะให้แต่ไม่ให้ ซึ่งพรรครักชาติเรียกกลุ่มคนเหล่านี้ว่าเป็นนักการเมืองแบบสแกมเมอร์ที่เข้ามาหลอกลวงประชาชน
ส่วนสถานการณ์การเมือง ตอนนี้ประเทศกำลังเดินหน้าสู่ความวิบัติ เพราะพรรคการเมืองแบ่งเป็นสองขั้วที่อันตราย
-กลุ่มพรรคใหญ่ที่ใช้ “กระสุน” (เงิน): จ่ายเงินซื้อเสียงเพื่อเข้าสู่อำนาจ
-กลุ่มที่อ้าง “กระแส”: แม้บอกไม่ใช้เงิน แต่มีวาระซ่อนเร้นต้องการเข้ามารื้อรัฐธรรมนูญ แก้ไขหมวด 1 หมวด 2 ซึ่งทางพรรคมองว่าเป็นการทำลายโครงสร้างบ้านเมือง
ขณะที่ นายชัยวุฒิ กล่าวเสริมถึง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างดุเดือด โดยระบุว่า กกต. มีเครื่องมือ กฎหมาย และผู้ตรวจการเลือกตั้งกระจายอยู่ทั่วประเทศ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้เรื่องการซื้อเสียงที่เกิดขึ้นทุกหน่วยเลือกตั้ง
“ปัญหานี้เป็นที่รู้กันทั่ว แต่เหมือน กกต. ไม่รู้อยู่คนเดียว ที่ผ่านมาจับได้แต่คดีเล็กน้อย เช่น การจัดเลี้ยงทำบุญ แล้วแจกใบเหลืองใบแดง แต่ปัญหาใหญ่คือการจ่ายเงินซื้อเสียงโดยตรงกลับเงียบ ท่านต้องทำงานเชิงรุก หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าทุจริต ต้องกล้าแจกใบแดงทันที ไม่ใช่รอจนหูหนวกตาบอด” แกนนำพรรคกล่าว
ทั้งนี้ พรรครักชาติยืนยันจุดยืน “ไม่มีเงินแจก” ป้ายหาเสียงน้อยเพราะทุนน้อย แต่ขอสู้ด้วยอุดมการณ์ พร้อมขอให้ประชาชนและ กกต. ช่วยกันกวาดล้างขบวนการซื้อสิทธิ์ขายเสียงให้สิ้นซาก เพื่อไม่ให้ประเทศชาติต้องจมอยู่กับวังวนของทุนสามานย์