
20 ม.ค. 2569 05:11 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
แก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา แห่ปล่อยชาวต่างชาติ หลัง เฉิน จื้อ โดนจับ
ชาวต่างชาติจำนวนหลายพันคนเดินทางออกจากพื้นที่ต้องสงสัยว่าเป็นศูนย์สแกมเมอร์ในกัมพูชาในช่วงเดือนที่ผ่านมา หลังจาก เฉิน จื้อ ถูกจับ และกัมพูชาให้คำมั่นว่าจะกวาดล้าง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 19 ม.ค. 2569 ว่า ชาวต่างชาติจำนวนหลายพันคนแห่เดินทางออกจากสถานที่ที่ต้องสงสัยว่าเป็นนิคมมิจฉาชีพทั่วกัมพูชาในเดือนนี้ ท่ามกลางการกวาดล้างอย่างหนักภายหลังการจับกุม นายเฉิน จื้อ ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นหัวหน้าเครือข่ายสแกมเมอร์
กลุ่มมิจฉาชีพที่ปฏิบัติการจากศูนย์กลางทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีทั้งผู้ที่เต็มใจมาทำงานและผู้ที่ถูกล่อลวงเข้าสู่ขบวนการค้ามนุษย์ ได้ใช้วิธีล่อลวงผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลกผ่านการหลอกให้รัก และหลอกลงทุนเงินดิจิทัล สร้างความเสียหายหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในแต่ละปี
ชาวต่างชาติหลายพันคนเดินทางออกจากสถานที่ที่ต้องสงสัยว่าเป็นศูนย์มิจฉาชีพทั่วกัมพูชาในเดือนนี้ เนื่องจากรัฐบาลให้คำมั่นว่าจะ “กำจัด” ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจฉ้อโกงออนไลน์ ซึ่งองค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุว่ามีแรงงานอย่างน้อย 100,000 คน เฉพาะในกัมพูชาเพียงประเทศเดียว
รัฐบาลอินโดนีเซียแถลงเมื่อวันจันทร์ (19 ม.ค.) ว่า ชาวอินโดนีเซียมากกว่า 400 คน “ได้รับการปล่อยตัว” จากเครือข่ายมิจฉาชีพออนไลน์ในกัมพูชาในเดือนนี้
นายซันโต ดาร์โมซูมาร์โต เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำกัมพูชา กล่าวผ่านวิดีโอที่โพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียว่า มาตรการบังคับใช้กฎหมายของกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ “กลุ่มมิจฉาชีพออนไลน์จำนวนมาก… ยอมปล่อยตัวคนงานของพวกเขา”
โพสต์บนอินสตาแกรมของนายซันโตระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 18 มกราคม มีชาวอินโดนีเซีย 440 คน เดินทางมายังสถานเอกอัครราชทูตในกรุงพนมเปญ และส่วนใหญ่มีความประสงค์ที่จะเดินทางกลับประเทศ
“เนื่องจากการกวาดล้างของกัมพูชาจะยังคงดำเนินต่อไป ทางสถานทูตคาดการณ์ว่าจะมีผู้คนหลั่งไหลมาจากต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก” นายซันโตกล่าว โดยยืนยันว่า บางคนที่มายังสถานทูตนั้น “มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์มานานหลายปี ในขณะที่บางคนเพิ่งเดินทางมาถึงกัมพูชาได้เพียงไม่กี่เดือน”
“บางคนยังคงถือพาสปอร์ตอยู่กับตัว แต่บางคนก็ถูกกลุ่มมิจฉาชีพยึดพาสปอร์ตไป บางคนอยู่เกินกำหนด (overstay) ในขณะที่บางคนยังมีใบอนุญาตพำนักในกัมพูชาที่ถูกต้อง” และมีความหวังที่จะ “หางานอื่นทำต่อ”
นายซันโตกล่าวว่าสถานทูตจะช่วยเร่งรัดกระบวนการส่งตัวกลับประเทศ แต่ชาวอินโดนีเซียทุกคน “กำลังถูกแนะนำให้ดำเนินการเดินทางกลับบ้านด้วยตนเอง” พร้อมทั้งเตือนว่าอย่าเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมอาชญากรรมในต่างแดน
วัยรุ่นชายอายุ 18 ปีจากเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เล่าว่าเขาหนีออกมาจากนิคมมิจฉาชีพในเมืองบาเวต (Bavet) ใกล้ชายแดนกัมพูชา-เวียดนาม ซึ่งเขาถูกบังคับให้หลอกลวงผู้คนออนไลน์มานานถึง 8 เดือน โดยไม่ได้รับค่าจ้างเลย แม้ว่าจะได้รับการสัญญาว่าจะให้เงินเดือน 600 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 20,000 บาท) ก็ตาม
เขาบอกกับสำนักข่าว AFP ว่า เขาเดินทางมาถึงกรุงพนมเปญเมื่อวันอาทิตย์ และมาที่สถานทูตเพื่อขอทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ เนื่องจากเล่มเดิมของเขา “อยู่ที่เจ้านายชาวจีน” และว่า “พวกเขาได้ยินว่าตำรวจกำลังจะบุกเข้ามาในนิคม ก็เลยปล่อยตัวทุกคนออกมา”
นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายวันจันทร์ พบว่ามีผู้คนประมาณ 100 คนยืนเข้าแถวรออยู่ด้านหน้าสถานทูตจีนในกรุงพนมเปญเช่นกัน แต่ผู้ที่สื่อ AFP เข้าไปสอบถามต่างปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล
นายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวระหว่างการแถลงข่าวตามปกติเมื่อถูกถามเรื่องฝูงชนที่เข้าแถวหน้าสถานทูตในกัมพูชาว่า รัฐบาลปักกิ่ง “ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของพลเมืองจีนในต่างแดน” โดยไม่ให้รายละเอียดมากกว่านั้น
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna