พระเอกลิเกกลับมาแล้ว! กู้คะแนนหรือเปิดแผลพรรคส้ม

พระเอกลิเกกลับมาแล้ว! กู้คะแนนหรือเปิดแผลพรรคส้ม

พระเอกลิเกกลับมาแล้ว! กู้คะแนนหรือเปิดแผลพรรคส้ม

วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.38 น.

การกลับมาของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในพื้นที่หาเสียงของพรรคประชาชนช่วงโค้งสุดท้าย ไม่ได้ถูกทำให้เป็นกิจกรรมตามตารางธรรมดา

แต่ถูกดันขึ้นมาเป็นจุดขายหลัก ในจังหวะที่คะแนนกำลังไหล และสนามกำลังชี้ชะตา

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา บทบาทของพิธาอยู่ต่างประเทศเป็นหลัก ทั้งเวทีเสวนา การพบเครือข่ายผู้สนับสนุน และการสื่อสารกับฐานเดิมนอกประเทศ

การกลับมาในประเทศครั้งนี้ จึงเป็นการเลือกจังหวะ พรรคเชื่อว่าชื่อของพิธายังสามารถเรียกอารมณ์สนามได้ ในเวลาที่เหลือไม่มาก

อย่างไรก็ตาม สถานะของพิธาในวันนี้ไม่เหมือนเดิม เขาไม่ใช่ผู้สมัคร ไม่ใช่แคนดิเดตนายกฯ และไม่มีเส้นทางเชื่อมไปสู่อำนาจใด ๆ หลังวันลงคะแนน

บทบาทผู้ช่วยหาเสียง เปิดทางให้พูด ขึ้นเวที เดินสาย แต่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังปิดหีบ ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งรัฐบาล หรือแรงต้านจากโครงสร้างการเมืองจริง

คำถามของสนามจึงไม่ใช่ พิธาจะเรียกเสียงเชียร์ได้มากแค่ไหน แต่คือการดึงกลับมา กำลังเปิดแผลเดิมของพรรคส้มอีกครั้งหรือไม่

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภาพของพิธาถูกวางบทบาทเป็นนักการเมืองที่เด่นบนเวที

ใช้ถ้อยคำหนักแน่น จังหวะน้ำเสียงมั่นใจ หยุดเป็นช่วงเพื่อรอเสียงปรบมือ และเลือกประโยคที่รู้ว่าฐานผู้ฟังอยากได้ยิน

ภาพรวมจึงไม่ต่างจากพระเอกลิเกทางการเมือง ที่รู้จังหวะเร้าอารมณ์ รู้จังหวะหยุด และรู้ว่าคำไหนจะทำให้เสียงเชียร์ดังขึ้น

ภาพแบบนี้เคยสร้างกระแสได้จริง และเคยพาพรรคก้าวไกลขึ้นมาแรงในสนามเลือกตั้ง ข้อเท็จจริงนี้ไม่มีใครปฏิเสธ

แต่ในเวลาเดียวกัน รูปแบบการเมืองลักษณะนี้ผูกอยู่กับลีลาและอารมณ์ มากกว่าคำตอบที่ทำให้ข้อสงสัยของสังคมลดลง

เมื่อเวทีเงียบลง สิ่งที่เหลืออยู่ไม่ใช่ทิศทางใหม่ แต่เป็นคำถามเดิมที่ยังค้างคา

คำถามเหล่านี้สะสม และค่อย ๆ กลายเป็นแผลทางการเมือง แผลที่ไม่เคยถูกจัดการอย่างจริงจัง

หนึ่งในแผลที่ลึกที่สุด และยังตามหลอกหลอนทั้งพิธาและพรรคส้ม คือแนวคิดด้านความมั่นคง

ถ้อยคำของพิธาในอดีต ตั้งแต่คำถามตรง ๆ ว่า ทหารมีไว้ทำไม การพูดว่า บางประเทศไม่มีกองทัพ การเสนอความคิดว่า ถ้าผู้นำฉลาดพอ ประเทศอาจไม่จำเป็นต้องมีกองทัพ ไปจนถึงประโยคที่ว่า ถ้ามีการรุกราน รบไปผมก็เชื่อว่าจะชนะ

คำพูดเหล่านี้ถูกจดจำในฐานะชุดความคิดเดียวกัน ที่มองบทบาทกองทัพเป็นเรื่องรอง มองความมั่นคงเป็นสมมติฐาน

และลดทอนคุณค่าของอาชีพทหารกับโครงสร้างป้องกันประเทศอย่างชัดเจน

ต่อมามีความพยายามอธิบายย้อนหลัง อ้างการเปรียบเทียบ อ้างเรื่องทหารในสนามกอล์ฟ และตามมาด้วยการขอโทษในเวทีต่างประเทศ

แต่การขยับเช่นนี้ ไม่เคยแตะสาระของคำพูดตั้งต้น ไม่เคยอธิบายว่าทำไมวิธีคิดเช่นนี้จึงถูกพูดออกมา และไม่เคยทำให้เห็นอย่างชัดว่า กรอบความคิดดังกล่าวถูกเปลี่ยนหรือจัดวางใหม่แล้ว

ปัญหาจึงไม่ใช่ประโยคใดประโยคหนึ่ง แต่เป็นวิธีคิดที่ยังค้างอยู่ และถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีคำตอบใหม่

ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในพื้นที่ปลอดแรงกดดัน ไม่ได้อยู่นอกสมการภูมิรัฐศาสตร์ และไม่ได้มีพื้นที่ให้ตั้งสมมติฐานโดยไม่ต้องรับต้นทุน

แต่พรรคส้มไม่เคยจัดการแผลนี้ตรง ๆ ไม่มีการสื่อสารใหม่ที่หนักแน่น และไม่มีจุดยืนที่ทำให้สังคมเห็นความเปลี่ยนแปลงจริง

เมื่อพรรคเลือกดึงพิธากลับมาเป็นแกนของการหาเสียง แผลนี้จึงถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง ไม่ต้องให้ฝ่ายอื่นขยาย ไม่ต้องขุดย้อนหลัง

เพียงแค่ชื่อของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปรากฏบนเวทีหาเสียง ภาพจำเรื่องรัฐ เรื่องกองทัพ และเรื่องความมั่นคงก็ย้อนกลับมาครบชุด โดยที่พรรคส้มยังไม่มีคำอธิบายใหม่ให้ต่างไปจากเดิม

ไม่มีการจัดวางกรอบความคิดใหม่ และไม่มีสัญญาณที่ทำให้สังคมเห็นว่าคำถามเดิมเหล่านี้ถูกจัดการแล้วอย่างจริงจัง

สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งสายกลางในเมืองใหญ่ คำถามสำคัญไม่ใช่ใครพูดถูกใจ แต่คือใครที่พวกเขายังเชื่อมือได้ในเรื่องรัฐและความมั่นคง

ภาพจำเหล่านี้จึงไม่ใช่เรื่องอารมณ์หรือความชอบส่วนบุคคล หากแต่เป็นเกณฑ์การตัดสินใจทางการเมืองที่ผูกอยู่กับความไว้ใจต่อโครงสร้างของประเทศ

การใช้พิธาเป็นผู้ช่วยหาเสียงอาจทำให้ฐานเดิมรู้สึกคุ้น แต่สำหรับคนที่ยังลังเล สิ่งที่เห็นคือพรรคยังเลือกใช้การเมืองแบบเดิม คือดึงชื่อบุคคลที่แบกภาพจำชุดเดิมขึ้นเวที โดยยังไม่คลี่คลายคำถามด้านความมั่นคงที่เคยพูดไว้และยังไม่เคยถูกตอบให้สิ้นข้อสงสัย

การเมืองลักษณะนี้สามารถขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ในระยะสั้นได้ แต่ไม่สามารถลบหรือรักษาแผลที่เกิดจากวิธีคิดของตัวเองได้ เมื่อคำอธิบายใหม่ไม่เกิดขึ้น การเรียกอารมณ์จึงยิ่งตอกย้ำว่าปัญหาเดิมยังถูกปล่อยทิ้งไว้

การกลับมาของพิธาจึงไม่ได้สร้างศรัทธาใหม่ แต่กลับเร่งให้ศรัทธาที่เหลืออยู่ลดลงเร็วขึ้น

ในความทรงจำทางการเมืองของสังคม ชื่อของพิธายังไม่ใช่ชื่อที่ปิดแผลให้พรรคส้มได้ ตรงกันข้าม การกลับมาครั้งนี้ทำให้แผลเดิมถูกเปิดกว้างและลึกขึ้นกว่าเดิม.

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

Leave a comment