
ฉะยับไร้มารยาท วุฒิสภาไทยประณามสว.เขมร เหิมดึง‘สถาบัน’เอี่ยวชายแดน
วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
ฉะยับไร้มารยาท วุฒิสภาไทยประณามสว.เขมร เหิมดึง‘สถาบัน’เอี่ยวชายแดน
“วุฒิสภาไทย” ไม่ทน! แถลงการณ์ประณาม“สว.เขมร” ไร้มารยาท-จุ้นแทรกแซง ลามดึง “สถาบัน”มาเชื่อมโยงสถานการณ์ชายแดน ซัดเป็นสิ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง บี้หยุดการกระทำ
เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหารและความมั่นคงของรัฐและประธานกมธ.วิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา พร้อมนายวิรัตน์ อยู่ภักดี สว. ในฐานะประธานกมธ.ต่างประเทศ วุฒิสภา และสมาชิกสว. ร่วมแถลงกรณีสว.กัมพูชาทำหนังสือเปิดผนึกมีเนื้อพาดพิงสถาบันไทยในบริบทสถานการณ์ไทย-กัมพูชา
โดยพล.อ.สวัสดิ์เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ว่า กรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์กรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ และกมธ.ต่างประเทศ วุฒิสภา เห็นร่วมกันว่า การกระทำของนักการเมืองระดับสูงกัมพูชาที่นำสถาบันมาเชื่อมโยง ใช้เป็นข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางทหาร และข้อพิพาทไทย-กัมพูชา เป็นการกระทำไม่สมควรอย่างยิ่ง ไม่สามารถยอมรับได้ ไม่สอดคล้องหลักราชประเพณี หลักการรัฐธรรมนูญไทย และมรรยาทพื้นฐานการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างรัฐ ขัดกฎบัตรอาเซียนไม่แทรกแซงกิจการภายในของรัฐสมาชิกอื่น
“กมธ.ทั้ง 3 คณะขอเรียกร้องให้กัมพูชากำชับบุคคลที่ดำรงตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาล และรัฐสภากัมพูชา ยุติการออกแถลงการณ์ แสดงความเห็นเชิงยั่วยุ ไร้ความจริงใจ ขอให้กัมพูชาแสดงความจริงใจ สุจริตใจปฏิบัติตามผลลัพธ์จากการเจรจาระหว่าง 2 ฝ่าย สร้างบรรยากาศเอื้อต่อการฟื้นฟูความสัมพันธ์ดีระหว่างกัน เพื่อประโยชน์ประเทศและประชาชนทั้ง 2ฝ่าย” พล.อ.สวัสดิ์ กล่าว
โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 มกราคม เพจเฟซบุ๊ก “กระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs of the Kingdom of Thailand” โพสต์ข้อความระบุถึงกรณีจดหมายเปิดผนึกในสื่อกัมพูชาที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ในบริบทสถานการณ์ไทย-กัมพูชา กระทรวงการต่างประเทศเห็นว่า เป็นสิ่งที่ไม่สมควรและไม่สามารถยอมรับได้”
ซึ่งนายนิกรเดช พลางกูร เอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่านายสีห์ศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เร่งชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง พร้อมทั้งมีหนังสือประท้วงไปยังรัฐบาลกัมพูชา และส่งหนังสือตอบโต้ไปยังสื่อกัมพูชาที่เกี่ยวข้องแล้ว
“กรณีนี้ถือเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการแทรกแซงกิจการภายในของไทยโดยกัมพูชา ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ขัดมารยาทพื้นฐานของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างรัฐ ขัดกฏบัตรอาเซียน และขัดแถลงการณ์ร่วมในข้อ 6 ที่ทั้งสองฝ่ายร่วมลงนามเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ไทยเรียกร้องให้กัมพูชากำชับบุคคลที่ดำรงตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลและรัฐสภากัมพูชามีวิจารณญาณ ยุติการออกแถลงการณ์หรือการแสดงความเห็นเชิงยั่วยุใดๆ และแสดงความจริงใจและสุจริตใจในการปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วม ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการเจรจาระหว่าง 2 ฝ่าย เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน”นายนิกรเดชระบุ
และย้ำว่า ที่ผ่านมาไทยปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมอย่างเคร่งครัดและจริงใจ อีกทั้ง ยังเคยช่วยกัมพูชามาตลอด ตั้งแต่กัมพูชาผ่านพ้นวิกฤตการเมืองต่างๆ ไทยหวังว่าจะเห็นฝ่ายกัมพูชาแสดงความจริงใจและสร้างบรรยากาศที่เอื้อในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน เพื่อประโยชน์สุขของประเทศและประชาชนทั้งสองฝ่ายา
วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพบกจารึกชื่อทหารที่เสียชีวิตจากการสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา ทั้งสองรอบของปี 2568 ลงบนกำแพงอนุสรณ์กองทัพบก (Army Memorial Wall) เรียบร้อยแล้ว และทำพิธีวางพวงมาลารำลึกถึงวีรกรรมของผู้เสียสละไปเมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมาในการงานวันกองทัพบก
สำหรับรายชื่อทั้งหมดถูกจารึกลงในส่วนสมรภูมิป้องกันประเทศทั้งหมด 43 ชื่อ แบ่งเป็นห้วงแรกระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม-23 สิงหาคม 2568 จำนวน 16 นาย จากการสู้รบในจ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ และห้วงที่ 2 จากการสู้รบทั้ง 4 พื้นที่อีสานใต้และจ.สระแก้ว ระหว่างวันที่ 7-27 ธันวาคม2568 จำนวน 27 นาย