ปธน.มาร์กอส ของฟิลิปปินส์ ถูกยื่นเรื่องร้องเรียนเพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่งจากโครงการแก้น้ำท่วมลวงโลก

ปธน.มาร์กอส ของฟิลิปปินส์ ถูกยื่นเรื่องร้องเรียนเพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่งจากโครงการแก้น้ำท่วมลวงโลก

22 ม.ค. 2569 12:05 น.

ปธน.มาร์กอส ของฟิลิปปินส์ ถูกยื่นเรื่องร้องเรียนเพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่งจากโครงการแก้น้ำท่วมลวงโลก

ภาคประชาชนฟิลิปปินส์ยื่นเรื่องร้องเรียนให้ถอดถอนประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ฺ มาร์กอส จูเนียร์ ชี้โครงการแก้น้ำท่วมลวงในงบชาติ ทำรัฐสูญเงินกว่า 5.45 แสนล้านเปโซ

วันที่ 22 มกราคม 2569 กลุ่มภาคประชาชนของฟิลิปปินส์ยื่นคำร้องเรียนให้มีการถอดถอน ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ออกจากตำแหน่ง โดยกล่าวหาว่าประธานิบดีมาร์กอส มีส่วนพัวพันการทุจริตอย่างเป็นระบบ ผ่านโครงการควบคุมน้ำท่วมที่ไม่มีอยู่จริง ส่งผลให้เงินภาษีประชาชนสูญหายเป็นมูลค่ามหาศาล

กลุ่มมาคาบายัน ซึ่งเป็นแนวร่วมพรรคการเมืองฝ่ายซ้าย ระบุว่า ได้ยื่นเอกสารต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ตามระเบียบของสภา แม้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจะไม่อยู่ในเวลานั้นก็ตาม ซึ่งเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญฟิลิปปินส์ ที่ระบุว่าพลเมืองคนใดก็สามารถยื่นคำร้องถอดถอนได้ หากมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างน้อยหนึ่งคนให้การรับรอง

คำร้องระบุว่า ประธานาธิบดีมาร์กอสละเมิดความไว้วางใจของประชาชน ด้วยการอัดโครงการลงในงบประมาณแผ่นดิน เพื่อเบี่ยงเบนงบไปยังพันธมิตรทางการเมือง ขณะที่กระแสไม่พอใจต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่มีอยู่จริงทวีความรุนแรงมาหลายเดือน หลังหลายเมืองถูกน้ำท่วมหนักจากอิทธิพลพายุไต้ฝุ่นรุนแรงตลอดปีที่ผ่านมา

โดยเนื้อหาคำร้องที่ถูกส่งถึงสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า ประธานาธิบดีมาร์กอสได้จัดตั้งกลไกดูดเงิน จากงบแก้ปัญหาน้ำท่วมกว่า 545,600 ล้านเปโซ หรือราว 349,000 ล้านบาท  ส่งต่อให้กลุ่มนายทุนและผู้รับเหมาที่ใกล้ชิด และเปลี่ยนเงินสาธารณะให้กลายเป็นทุนทางการเมืองสำหรับการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2568 

คำร้องยังกล่าวหาว่า มาร์กอสมีส่วนเรียกรับเงินใต้โต๊ะ โดยอ้างอิงคำกล่าวหาของอดีต ส.ส.รายหนึ่ง ซึ่งหลบหนีออกนอกประเทศระหว่างถูกสอบสวน ด้านประธานาธิบดีมาร์กอสย้ำมาโดยตลอดว่า เขาเป็นผู้หยิบยกปัญหาโครงการนี้ขึ้นมาตรวจสอบเอง และผลักดันการสอบสวนจนมีผู้บริหารบริษัทก่อสร้าง ข้าราชการ และนักการเมืองจำนวนมากถูกพาดพิง 

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า โอกาสที่คณะกรรมาธิการยุติธรรมของสภาจะรับรองเรื่องนี้มีน้อยมาก และยิ่งน้อยลงไปอีกในที่ประชุมใหญ่ เพราะประธานาธิบดียังได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.ส่วนใหญ่

ที่มา AFP

Leave a comment