
‘พระปกเกล้าโพล’กางผลสำรวจ ‘เท้ง-หนู’บี้สูสี วัยรุ่นเทให้ปชน.-สูงวัยหนุนภท. ‘ยศชนัน’อันดับ3-‘มาร์ค’ที่4
วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
‘พระปกเกล้าโพล’กางผลสำรวจ ‘เท้ง-หนู’บี้สูสี วัยรุ่นเทให้ปชน.-สูงวัยหนุนภท. ‘ยศชนัน’อันดับ3-‘มาร์ค’ที่4 26.2%ชี้ยังไม่มีคนเหมาะสม
“พระปกเกล้าโพล”เผยผลสำรวจ 26.2% ยังไม่พบคนเหมาะสมนั่งเก้าอี้นายกฯ รองมาคือ “เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ”18.8% ขณะที่กลุ่มวัยรุ่น หนุน หัวหน้าพรรคปชน.นั่งผู้นำ ส่วนกลุ่มคนทำงาน ช่วงอายุ 44-59 ปีและกลุ่มผู้สูงอายุ 60ปีขึ้นไป หนุน“อนุทิน”นั่งเก้าอี้นายกฯ ‘KPI Poll’ เผยคนไทย 67.1%มอง’นโยบายแจกเงินพรรคการเมือง’ไม่ค่อยมีผลต่อการลงคะแนน และพบว่า 66.4 % ไม่ค่อยเชื่อมั่น
เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ “เลือกตั้ง69 ใครเหมาะสมเป็นนายกคนใหม่ในสายตาของประชาชน” ตามที่นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะประธานศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการ เพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความเป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์ โดยสำรวจ ระหว่างวันที่ 8-11ม.ค.2569 จากประชาชนอายุ 18ปีขึ้นไปตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000ตัวอย่าง
มีบทสรุปสำคัญดังนี้ ตัวเลือกที่ประชาชนเห็นว่า สามารถแก้ปัญหาประเทศได้จริง พบว่า ประชาชน 26.2% ระบุว่า ยังไม่มีบุคคลที่เหมาะสม รองมาคือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน 18.8% นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย 16.9% นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย 10.9% นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ 10.2% ส่วนเมื่อแยกตามกลุ่มอายุที่ยังไม่ตัดสินใจจะเลือกใครนั้น พบว่า กลุ่มเจนY (28-43ปี) ยังไม่ตัดสินใจสูงสุด 29.5% รองมาคือ เจนX (44-59ปี) 25.9% เจนZ (18-27ปี) 24.5% และ Baby Boomer (60 ปี ขึ้นไป) 24.5%
ขณะที่การเลือกผู้นำตามช่วงอายุพบว่า เจนZ (18-27ปี) เลือกนายณัฐพงษ์ เป็นอันดับ 1 33.8% รองมาคือ นายอนุทิน 11.3% นายยศชนัน 8.1% กลุ่มเจนY(28-43ปี) เลือกนายณัฐพงษ์ เป็นอันดับ1 19.6% รองมาคือนายอนุทิน 14.1% นายยศชนัน 10.8% เจนX (44-59ปี) เลือกนายอนุทินอันดับ1 21.2% รองมาคือนายณัฐพงษ์ 11.9% นายยศชนัน 11.4% กลุ่มBaby Boomer (60ปีขึ้นไป) อันดับ1 เลือกนายอนุทิน 20.4% รองมา คือ นายอภิสิทธิ์ 15.1% นายยศชนัน 14.1%
นอกจากนี้สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจกลุ่มตัวอย่าง1,244 คน จากผู้ใช้งาน Line Today เท่านั้น ในหัวข้อ “นโยบายแจกเงินมีผลต่อการลงคะแนน?” พบว่า ร้อยละ 67.1ไม่ค่อยมีผล – ไม่มีผลเลย ร้อยละ 29.8 ค่อนข้างมีผล – มีผลอย่างมาก ร้อยละ 3.1 ไม่มีความคิดเห็น
ขณะที่ “ผลสำรวจนโยบายแจกเงินเชื่อมั่นได้แค่ไหน” พบว่า ร้อยละ 66.4 ไม่ค่อยเชื่อมั่น- ไม่เชื่อมั่นเลย ร้อยละ 22.6 ค่อนข้างเชื่อมั่น- เชื่อมั่นมาก ร้อยละ 11 ไม่มีความเห็น
ส่วนความเห็นว่า “เห็นด้วยหรือไม่ว่า นโยบายแจกเงิน แค่เพื่อหาเสียง” ผลสำรวจพบว่าร้อยละ 58.6 ค่อนข้างเห็นด้วย- เห็นตัวอย่างยิ่ง ร้อยละ 30.9 ไม่ค่อยเห็นด้วย- ไม่เห็นด้วยเลย ร้อยละ 10.5 ไม่มีความเห็น
และความเห็นว่า “นโยบายแจกเงินช่วยพัฒนาประเทศหรือไม่” พบว่าร้อยละ 66.6 ค่อนข้างน้อย- น้อยที่สุด ร้อยละ 20.5 ค่อนข้างมาก- มากที่สุด ร้อยละ 12.9 ไม่มีความเห็น
นอกจากนี้ ยังมีผลสำรวจของคนไทยในแต่ละภูมิภาค ที่มีความเห็นว่า “นโยบายแจกเงิน ‘ไม่มี’ ผลต่อการลงคะแนน” นั้น พบว่า ภาคเหนือ ร้อยละ 55.3 ภาคอีสานร้อยละ 54.5 ภาคกลางร้อยละ 70.2 ภาคตะวันออก ร้อยละ 72.5 และภาคใต้ร้อยละ 80.5