
‘อนุทิน’ลั่น‘กูไม่ใช่หลานมึงนะเว้ย’ คุกคามไทยไม่ได้ เลือกภท.ไม่มีปัญหาชายแดน
วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
‘อนุทิน’ลั่น‘กูไม่ใช่หลานมึงนะเว้ย’ คุกคามไทยไม่ได้ เลือกภท.ไม่มีปัญหาชายแดน ปชป.ชูดูแลตั้งแต่เกิดจนตาย ‘สุดารัตน์’ลุยปราบโคตรโกง
“หนู”ประเดิมหาเสียง“นครพนม”ย้ำนายกฯคนนี้ กู้ศักดิ์ศรีประเทศ ทำทุกอย่างให้แล้ว ขอให้เลือกภูมิใจไทย 4 เขต ยกจังหวัด ลั่นต่ำไป ต้องเกิน 150 เก้าอี้ หลังนิด้าโพลประเมินได้ 150 ที่นั่ง ยันสู้ทุกเขต-ไม่มีใครยอมได้-ไม่มีแบ่งพื้นที่‘พรรคร่วมรบ.-คู่แข่ง‘ขอเล่นตามกติกา ด้าน‘อภิสิทธิ์’ชูนโยบายดูแลคนตั้งแต่เกิดจนตาย ออก พ.ร.ก.อายัดทรัพย์ ปราบทุนเทา โว4ปีศก.โต5เปอร์เซ็นต์ ชาดา’เปิดเหตุผล ทำไมกา‘ภท.’ยันฝากผีฝากไข้ได้จริง ชู‘อนุทิน’ไร้ประโยชน์ทับซ้อน-ได้มือโปรทำงาน‘สุดารัตน์’อาสาสกัด‘นักกินเมือง-ราชการโคตรโกง’ ลั่น‘ทสท.’พร้อมบริหารประเทศ ไม่เน้นโปรเจกต์ใหญ่กินใต้โต๊ะ กระจายงบตรงสู่ประชาชน
เมื่อวันที่ 21มกราคม2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลาราชการเพื่อใช้เวลาตลอดทั้งวันลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.นครพนม ถือเป็นการลงพื้นที่หาเสียงภาคอีสานครั้งแรกใน อ.นาแก อ.นาหว้า อ.ศรีสงคราม อ.บ้านแพง อ.เมืองนครพนม ช่วยผู้สมัคร สส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย ทั้ง 4 เขต หาเสียง ประกอบด้วย น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ เขต 1 , นายณพจน์ศกร ทนัพยสิทธิ์ เขต2,นายอลงกต มณีกาศ เขต 3 , และนายชูกัน กุลวงษา เขต4 จุดแรกเวลา 10.43น.นายอนุทิน พร้อม น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เดินทางถึงบริเวณอ่างเก็บน้ำหนองสังข์ อ.นาแก เมื่อเดินทางถึงชาวบ้านได้นำพวงมาลัยดอกดาวเรืองคล้องคอและผ้าขาวม้าผูกเอวต้อนรับตามธรรมเนียมอีสาน บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก
‘อนุทิน’ลั่นเลือกภท.ต่อยอดคนละครึ่ง
จากนั้น นายอนุทิน ได้ขึ้นเวทีเริ่มต้นการปราศรัย ว่า จำกันได้หรือไม่ เมื่อ 2 ปีที่แล้วตนมาที่แห่งนี้ มาขอให้ไว้วางใจตน เลือกผู้สมัครของพรรค ให้เป็นผู้แทนของพี่น้องนายชูกัน เป็นคนที่ตนถูกชะตา โกรธไม่ลง จังหวะนี้ นายอนุทิน น่าจะหมายถึง ช่วงที่ นายชูกัน โหวตสวนมติพรรค ปมกาสิโน ก่อนที่ นายอนุทิน จะถามชาวบ้านว่า อยากให้เปิดด่านชายแดนหรือไม่ ชาวบ้านตอบว่า ไม่ พร้อมย้ำว่า ผลประโยชน์แฝง ที่ทำให้รัฐบาลยังไม่ยอมเปิดด่าน คือ ข้าวผิดกฎหมาย ก็ไม่เข้ามา ทำราคาข้าวในประเทศสูงขึ้น ข้าวเถื่อนไม่เข้ามา พืชผลการเกษตรไม่เข้ามา แล้วรัฐบาลนี้ก็เอาข้าวไปขายได้อีก 600,000ตัน ทำให้ข้าวราคาดีขึ้น รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ กับรายได้ของประชาชน ช่วงไหนพอมีงบประมาณที่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัว เกิดความคล่องตัว มีเงินหมุนเวียนให้จับจ่ายใช้สอย เราก็คิดต่อยอดโครงการคนละครึ่งพลัสโอเคไหมล่ะ ถึงแม้จะ50:50 แต่ไม่ใช่การนำเงินมาไล่แจกให้พี่น้อง เราไม่ใช่วณิพก อยู่ดีๆให้คนเอามาใส่ให้ เราเป็นประชาชนมีศักดิ์ศรี เราต้องดูแลอย่างให้ประชาชนรู้สึกมีส่วนร่วม จึงออกคนละครึ่งพลัส พรรคภูมิใจไทยถือว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ เฟสหนึ่งเสร็จแล้ว จริงๆจะออกเฟสสอง แต่ดันยุบสภาฯ เสียก่อน เพราะฉะนั้น หากพ่อแม่พี่น้องอยากได้เฟสสอง ก็ขอให้เลือกภูมิใจไทย กลับไปเป็นรัฐบาล
เล็งสร้างรพ.นาแก-ไว้ดูแลชาวอีสาน
ช่วงหนึ่ง นายอนุทิน ปราศรัยว่า มีข่าวดีด้วยความต้องการของพ่อแม่พี่น้อง ที่ต้องการโรงพยาบาลนาแก ที่มีคุณภาพ มาตรฐานสูงมากขึ้น ผู้สมัครของพรรครับฟังความต้องการของพ่อแม่พี่น้อง เข้าไปพูดในสภาฯ และที่ประชุมของพรรค นาแกต้องมีโรงพยาบาลที่ดีกว่านี้ งบประมาณปี70 วงเงิน 200กว่าล้านบาท เพื่อโรงพยาบาลนาแก ดังนั้นชาวนาแกมีโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานสูงแน่นอน งบเข้าแล้ว สธ.เห็นชอบแล้ว แต่ต้องให้สภาฯ เห็นชอบ แล้วใครจะต้องเข้าไปเห็นชอบ นี่ไง ชูกัน กุลวงศา ถ้าใครบังอาจคิดจะตัดอีก รับรองว่า ถ้าเลือกคนนี้ไป ไม่มีใครแย่งงบโรงพยาบาลชาวนาแกไปจากพี่น้องได้ และตนก็จะกำกับดูแลอย่างเต็มที่ เพื่อจะปกป้องงบประมาณที่จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวนาแก ดังนั้นพี่น้องชาวนครพนม ถ้าเลือก ก็เลือก ภูมิใจไทย ให้ยกพรรคเลย นครพนม มี สส.4คน ก็ให้เลือกทั้ง4พรรคเดียว เพราะถ้าเลือกหลอมแหลมก็มีโอกาสขัดขากันเอง นี่คือความคิดของพรรคอื่น แต่พรรคภูมิใจไทยต่อให้เป็นสส.พรรคอื่นมาบอกว่าต้องทำแบบนี้ ให้ประชาชน นี่คืองานหลักของภท.ขอโอกาสอีกครั้ง นายกฯคนนี้ ได้ทำสิ่งเหล่านี้ให้กับท่านแล้ว เราทำให้โลกรับรู้ศักดิ์ศรีของประเทศเรา ทำให้ประเทศเราสามารถไปต่อรองเจรจาการค้ากับต่างชาติได้ เราทำให้คนเขาเห็นคุณค่าสินค้าการเกษตรของไทยทำทุกอย่างให้กับพ่อแม่พี่น้อง
ไม่หวั่นพท.บุกหนัก-โวซิวยกจว.
จากนั้น นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งเป้าจำนวน ส.ส.นครพนม ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่า พรรคภูมิใจไทยส่งผู้สมัครที่มีความใกล้ชิดกับชาวนครพนม จึงตั้งเป้าว่าน่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนครบทุกเขต เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยรุกหนักในพื้นที่ พร้อมประกาศว่าจะตีพรรคภูมิใจไทยเหมือนกัน นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้ตีหรอก เป็นธรรมดาในการแข่งขัน ซึ่งทุกพรรคต้องใช้ศักยภาพของตัวเอง สร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนที่เป็นโหวตเตอร์ให้เต็มที่ ไม่ใช้การใส่ร้ายป้ายสีซึ่งกันและกัน แต่ใช้ผลงานใช้นโยบาย และใช้ความใกล้ชิดเพื่อสร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชน นี่คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยทำอยู่ตลอด เราไม่เคยโจมตีใครเมื่อถามว่า ถ้านครพนมกวาดส.ส.ได้ครบทั้ง4เขต จะมีรัฐมนตรีหรือไม่ว่า นายอนุทิน กล่าวว่า มีมาตลอดอยู่แล้ว เมื่อถามย้ำว่า หมายความว่าพื้นที่ใดใน จ.นครพนม ที่พรรคภูมิใจไทยยังไม่ได้ส.ส.จะเอามาให้ได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ต้องเล็งผลเลิศ
ลั่นต่ำไปต้องได้สส.เกิน150เก้าอี้
ที่อ่างเก็บน้ำหนองสังข์ ต.หนองสังข์ อ.นาแก จ.นครพนม นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผลสำรวจนิด้าโพล คาดการณ์ผลคะแนนการเลือกตั้ง2569 โดยพรรคภูมิใจไทยมาอันดับ1 จะได้150 ที่นั่ง เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ ว่า ต่ำกว่าเป้าหมาย พร้อมกับหัวเราะ เมื่อถามว่า ต้องการ500ที่นั่งเลยใช่หรือไม่ นายอนุทิน ถามกลับว่า“ใช่ไหมล่ะ”พร้อมกล่าวต่อว่า เป้าหมายของทุกคนต้องการเท่าไหร่ ก็ต้องเกิน 150 แต่ผลสำรวจก็เอาไว้เป็นตัวชี้วัด และเป็นเครื่องมือในการประเมินว่าเราได้ทำงานไปในระดับไหน ถ้าตรงกับสิ่งที่คิดก็ไม่ต้องสงสัย และเดินหน้าต่อได้ แต่หากไม่ตรงกับที่คิดก็ต้องมานั่งทบทวนแก้ไข
เมื่อถามต่อว่า 150 ที่นั่งเพียงพอต่อการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นาอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้เอาไว้หลังผลเลือกตั้งออกมา เราไม่เคยประกาศว่าจะ50-200ที่นั่ง ซึ่งเราไม่ประกาศแต่เราใช้ความทุ่มเท และความจริงใจ ขอความมั่นใจจากประชาชน ซึ่งพี่น้องประชาชนจะตัดสินใจในวันที่ 8ก.พ.นี้ และคืนนั้นเราจะทราบว่าเราอยู่ในบทบาทไหน เมื่อถามย้ำว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะไม่มีการแบ่งพื้นที่ให้กับคู่แข่งใช่หรือไม่ นายอนุทิน ถามกลับว่า แบ่งพื้นที่แปลว่าอะไร เราสู้ทุกเขตอยู่แล้ว ทุกคนในพรรคภูมิใจไทยลงไปช่วยกันขอเสียงจากประชาชน เมื่อถามอีกว่า พรรครัฐบาลเดิม ได้มีการติดต่อขอแบ่งในบางพื้นที่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวยืนยันว่า ไม่มี พร้อมถามกลับว่า เล่นกอล์ฟเป็นหรือไม่ ก่อนกล่าวว่า การแข่งขันต้องแข่งกันตามกติกา แข่งขันด้วยความสามารถของตนเอง ไม่มีใครมาขอได้ และไม่มีใครยอมได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20มกราคมที่ผ่านมา ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล คาดการณ์ผลคะแนนเลือกตั้ง2569 ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยจะได้ 150ที่นั่ง พรรคประชาชน 130 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย 90 ที่นั่ง พรรคกล้าธรรม 40 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ 40ที่นั่ง
ปท.นี้คุกคามไม่ได้-กูไม่ใช่หลานมึง
เวลา 14.00 น. นายอนุทิน เดินทางถึงโรงเรียนบ้านนาหว้า ตำบลนาหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม เพื่อขึ้นเวทีปราศรัยจุดที่ 2 ของวันนี้ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับน.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ ผู้สมัครสส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย เขต 1 โดยทันทีที่เดินทางมาถึงมีประชาชนนำผ้าขาวม้า มา
ผูกเอวให้นายอนุทิน รวมถึงได้มอบพวงมาลัยและสวมกอดด้วย
โดยนายอนุทินปราศรัยว่า ความรักความผูกพันกับคนนครพนม ไม่มีวันเสื่อมคลายแน่นอน แค่อยากบอกพี่น้องว่า เลือกพรรคภูมิใจไทย เลือกคนที่มีทั้งประสบการณ์ มีทั้งความรู้ มีผลงาน ไปรับใช้พ่อแม่พี่น้อง วันนี้จึงต้องเลือก” ขวัญ ศุภพานี โพธิ์สุ” คนรุ่นใหม่ไปทำงาน และอย่าลืมเลือกตนเองด้วย เบอร์ 37 พอปิดด่านทำให้ราคาสินค้าเกษตรหลายตัวดีขึ้น เพราะสินค้าเถื่อนเข้ามาไม่ได้ คนที่เป็นเจ้าของโรงงานก็ชอบ เพราะราคาตกต่ำ แต่พรรคภูมิใจไทย เห็นว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือพืชผลทางการเกษตร ดังนั้น นโยบายนี้ยังอยู่ และหาช่องทางขายให้กับประชาชนให้มากที่สุด สมัยก่อนขายไม่ได้ เพราะทำตัวเป็นเบี้ยล่างเขาตลอด ไม่กล้าพูดและไม่อยากออกไปข้างนอก ไม่กล้าต่อรองและเจรจา ต้องการคำเดียวคือคำว่ากล้า พอออกไปเราทำให้ลูกหลานเห็นว่าประเทศนี้ไม่ได้อยากมาคุกคามเมื่อไหร่ก็มาได้
“กูไม่ใช่หลานมึงนะเว้ย“ เรารักษาอธิปไตย ไม่มีอะไรต้องกลัว เราไปรุกรานเขาก่อนหรือไม่ ก็ไม่เคย ไปรุกรานดินแดนหรือไม่ ก็ไม่เคย หรือยิงใส่ก่อนหรือไม่ ก็ไม่เคย เขาทำเราก่อนทั้งนั้นพอเราสู้บ้างกลับบอกว่าเรารุนแรง เราไม่ให้ใครเข้ามาย่ำยีเราแม้แต่นิดเดียว เรายอมไม่ได้ ต้องเลิกเกรงใจเขาพอต่างชาติไปบอกให้เขาหยุดแต่กับคนไทยไม่เกรงใจได้อย่างไร”
เงินหมื่นบาทได้มาก็ไหลไปหมด
“เงินเหล่านี้ไม่ได้ไปไหนไม่เหมือนกับเงินแจก เงินแจกพอเข้าไปเงินในบัญชี มีเจ้าหนี้มายืนรอเลยได้เงินหมื่นมา แต่กี่คนจะได้แตะ เพราะไปๆมาๆ มันเยอะเกิน แต่โครงการคนละครึ่งพี่น้องได้จ่าย รัฐก็ไม่ต้องเติม และเงินนี้เจ้าหนี้ก็ทวงเงินไม่ได้ เพราะอยู่ในระบบ ต้องซื้อของ ถ้าผมเป็นคนกำกับดูแลประเทศนี้ ยังร้องเพลงชาติไทยทุกวัน โดยเฉพาะท่อนที่บอกว่าไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด เรื่องนี้จะตัดสินใจแบบสะใจไม่ได้ เราอยู่ตรงนี้อย่ามายุ่งกับเรา แต่ถ้ามาเมื่อไหร่เจอกัน เอาเป็นว่า ถ้าไว้วางใจพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศนี้ต่อไป ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามแนวชายแดน และต้องเป็นสิ่งที่ดีขึ้นสำหรับคนไทย ศักดิ์ศรีของคนไทยจะไม่ถูกย่ำยี” นายอนุทิน กล่าว
‘พิพัฒน์’ดันแลนด์บริดจ์-SEC-นิคมจะนะ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรค ภท.ดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงสิ่งที่อยากจะบอกประชาชนในภาคใต้ ว่า ขอทวงคืนโอกาสและความยุติธรรมให้พี่น้องชาวใต้ที่หายไปกว่า 30ปี แม้ภาคใต้จะมีความเจริญ แต่ยังขาดการสนับสนุนที่เพียงพอจากรัฐด้านคมนาคม และสาธารณูปโภค หากได้รับการสนับสนุนทัดเทียมภาคอื่นมั่นใจว่าภาคใต้จะสร้างรายได้เข้าประเทศได้มากกว่าปัจจุบันอย่างมหาศาล เหตุผลทำไมต้องเลือกพรรคภูมิใจไทยยกภาคทั้ง 14จังหวัดว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะผลักดันโครงการสำคัญ อาทิ แลนด์บริดจ์ ชุมพร ระนองและเชื่อมสุราษฎร์ธานี การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) การจัดสรรพื้นที่สาธารณะราว 6แสนไร่ สร้างอาชีพด้านปศุสัตว์ และพืชพลังงานควบคู่การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่ง และการลงทุน ซึ่งทั้งหมดมีการศึกษามาแล้วแต่ยังไม่เคยได้รับการผลักดันจริงจัง การเลือกตั้งไม่ใช่การเลือกจากกระแส แต่เลือกอนาคตภาคใต้บ้านเรา
‘ชาดา’เปิดเหตุผลทำไมกา‘ภูมิใจไทย’
นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส. อุทัยธานี แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีทำไมต้องเลือกพรรคภูมิใจไทยว่า เป็นพรรคการเมืองที่ไม่มีปัญหาเหมือนพรรคบางสี อยากขอให้ประชาชนเปิดใจ และทำใจให้เป็นกลางนำ นายอนุทิน มาเป็นตัวตั้งในการเปรียบเทียบ แล้วพิจารณาผลงานที่ประจักษ์ในปัจจุบัน โดยให้ประชาชนพิจารณาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของบางพรรคว่า มีความเกี่ยวข้องเป็นเครือญาติกับกัมพูชาหรือไม่และให้ดูให้ดีว่า พรรคใดทำให้เกิดเหตุรุนแรงหรือการสูญเสีย ซึ่งสะท้อนว่าใครคือผู้ที่รักแผ่นดินนี้อย่างแท้จริง ดังนั้นหากประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทย เลือก นายอนุทิน จะได้ทีมรัฐมนตรีที่มีความชัดเจนอย่าง รมว.พาณิชย์ รมว.คลังและรมว.ต่างประเทศ ถามว่าทำไมนายชาดา มี สส.อุทัยธานีเพียง2คน ถึงได้เป็นรัฐมนตรี นั่นคือความใจกว้างของพรรคที่มองคนรอบด้าน ไม่ได้มองเฉพาะคะแนนเสียง แต่มองคนทำงานจริง พรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำพลัสและทำมากกว่าที่บอกไว้อีกอยู่ร่วมกันแล้วมีความสุขเหมือนครอบครัวเดียวกัน ฝากผีฝากไข้ให้กับประเทศนี้ได้ต้องภูมิใจไทยเบอร์37เท่านั้น คนอื่นฝากผีฝากไข้ไม่ได้ ทำกันมาหลายปีไม่เห็นผล แต่ นายอนุทิน เข้ามาไม่กี่เดือนกลับทำได้ นายอนุทิน ไม่ได้เก่งวิเศษวิโสมาจากไหน แต่รู้จักใช้คนเก่งมาทำงานเพื่อบ้านเมือง ไม่ใช่ทำให้ตัวเอง
‘สุดารัตน์’สกัด‘นักกินเมือง-โคตรโกง’
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) กล่าวถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ว่า เป็นกระดุมเม็ดแรก ถ้าเราแก้ไม่ได้ ประเทศก็ไปต่อไม่ได้ ทุกวันนี้บ้านเมืองเราตกเหว เพราะนักการเมืองบางกลุ่มเลิกกินข้าวแต่หันไป“กินอิฐ กินหิน กินปูน กินทราย”แทน งบประมาณที่ควรจะเอามาดูแลพี่น้องประชาชนถูกปล้นไปปีละกว่า 5แสนล้านบาท เงินทอนโครงการก่อสร้างพุ่งไปถึง 40% ส่วนงานขุดลอกแหล่งน้ำมีเงินทอนกัน60-70% จนเหลือเนื้องานไม่กี่บาท พอฝนตกมาน้ำท่วม พอถึงหน้าแล้งน้ำหมด เพราะโกงกันจนไม่เหลือคุณภาพ ทิ้งความทุกข์ไว้ให้ชาวบ้านแบกรับ นี่คือเหตุผลที่ยอมเหนื่อย ออกมาทำพรรคไทยสร้างไทย เพื่อมาปราบนักการเมืองโคตรโกงเหล่านี้ให้หมดไป
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า หัวใจสำคัญที่จะทำคือ “การให้อำนาจประชาชน” โดยแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นฉบับปราบโกงที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่เขียนไว้แค่ชื่อ โดยพรรคไทยสร้างไทยจะเสนอให้ประชาชน 5 หมื่นคนมีสิทธิ ลงชื่อถอดถอนนักการเมือง นายกฯหรือแม้แต่องค์กรอิสระ ทั้งนี้ เราต้องมีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ปปช.) ภาคประชาชน เข้ามาตรวจสอบงบประมาณ เพราะคนเหล่านี้รู้ดีที่สุดว่าใครโกงตรงไหน ที่สำคัญ ทสท.ยังเตรียมกฎหมายเพื่อสั่งพักการใช้ใบอนุญาตกว่า 1,000ฉบับ ที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากิน เพราะใบอนุญาตพวกนี้ คือช่องทางเรียกรับส่วย เรียกรับใต้โต๊ะ ทำให้คนตัวเล็กทำมาหาเลี้ยงชีพลำบาก ต้นทุนชีวิตแพงขึ้นเพียงเพราะต้องจ่ายเงินให้ข้าราชการและนักการเมืองเลวๆ
จัดสรรงบดูแลคนไทยครบวงจร
บรรยากาศย่านเศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพฯตั้งแต่แยกลาดพร้าว สยามสแควร์ ไปจนถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กลับมาคึกคักและเต็มไปด้วยสีสัน เมื่อพรรคไทยสร้างไทย หมายเลข48 นำโดย นายวรวุฒิ โตวิรัตน์ และนางสาวตรัยฉัตร ธนะสารไตรภพ ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อพร้อมทีมคนรุ่นใหม่ ขนทัพเดินสายเปิดตัวมาสคอตเสือม่วง 48 สัญลักษณ์แห่งการเปลี่ยนแปลงเพื่อสื่อสารกับคนเมือง โดยเน้นย้ำว่าถึงเวลาที่ประเทศต้องเปลี่ยนจากระบบเดิมสู่แพลตฟอร์มใหม่ที่พร้อมดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง พรรคไทยสร้างไทยมุ่งมั่นที่จะเข้าไปบริหารงบประมาณแผ่นดินซึ่งมาจากภาษีอากรของประชาชนให้เกิดความคุ้มค่าและสุจริตที่สุด โดยพรรคไทยสร้างไทยวางระบบดูแลคนไทยทุกช่วงวัยผ่าน 4 นโยบายหลัก เริ่มต้นด้วย คูปองสร้างเด็กไทย 2,000 บาท ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ถึง 6 ปี เพื่อพัฒนาการที่สมบูรณ์ ต่อด้วยนโยบาย เรียนฟรีจบปริญญาตรี โดยไม่เป็นหนี้ กยศ. และลดเวลาเรียนเพื่อให้เข้าสู่ตลาดแรงงานได้เร็วขึ้น
สำหรับวัยสร้างตัว พรรคพร้อมสนับสนุนด้วย กองทุนตั้งตัว เพื่อให้คนตัวเล็กและ SMEs เข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำในการทำธุรกิจ และปิดท้ายด้วยนโยบาย บำนาญประชาชน 3,000 บาท เพื่อให้ผู้สูงอายุมีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี ลดภาระลูกหลานและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนไปพร้อมกัน พร้อมชูจุดแข็งในการเป็นพรรคที่ประชาชนไว้วางใจได้ว่าจะไร้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันหรือการจ่ายส่วยใต้โต๊ะ ซึ่งเป็นต้นเหตุให้รัฐเสียหายนับแสนล้านบาทต่อปี เพื่อส่งต่อเงินทุกบาททุกสตางค์ให้ถึงมือประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
‘อภิสิทธิ์’ชูนโยบายดูแลเกิดจนตาย
ที่พารากอนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน มีการจัดงานเปิดเวทีสาธารณะประชันโยบายวิสัยทัศน์ โดยมีพรรคการเมืองต่างๆ ส่งตัวแทนเข้าร่วม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกฯ อันดับหนึ่งและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ขึ้นโชว์วิสัยทัศน์ว่า ประเทศถูกรายล้อมด้วยปัญหาต่างๆ และเป็นสิ่งที่ตนได้สัมผัสกับประชาชน ถ้ามีโอกาสนำพาประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ถามว่าสิ่งที่ประชาชนต้องทนจะหมดไปได้อย่างไร ตนอยากพูดจากใจว่า รับรู้ถึงความทนของคนไทยทุกคนและอยากพูดใน4ประเด็นหลักที่เชื่อว่า อยู่ในใจคนไทยทุกๆคน ทุกคนวิตกกังวลว่า ทำไมประเทศเราเต็มไปด้วยทุจริต และไม่น่าเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้คำว่า ทุนเทา เป็นคำที่ทุกคนต้องพูดถึง ถัดมาเป็นการทนในเรื่องความยากจน ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และไปที่ไหนก็ถูกสอบถามว่าเมื่อไหร่เศรษฐกิจจะดี เมื่อเจาะลงเฉพาะกลุ่ม เด็ก แม่ คนทำงาน ผู้สูงวัย แต่ละกลุ่มล้วนมีความทุกข์เป็นของตนเองแทบทั้งสิ้น และสุดท้ายในฐานะคนไทย สัมผัสกับความรู้สึกว่าทำไมประเทศไทยไม่มีความโดดเด่นและมีบทบาทมากกว่านี้ ทั้งที่เราเชื่อในศักยภาพของประเทศ และมั่นใจในความสามารถของคนไทย
มุ่งปราบทุจริตรักษางบ-ทุนสีเทา
‘ทั้งหมดจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรม ผมจึงเริ่มรณรงค์เริ่มกลับมาสู่การเมืองครั้งใหม่ สิ่งสำคัญที่สุดบ้านเมืองต้องสุจริต เพราะตราบใดบ้านเมืองไม่สุจริต ไม่ต้องคิดจะแก้ปัญหาอื่นจะแก้ได้ การทุจริตคอรร์รัปชั่นทำให้สูญเสียงบประมาณ ทำลายความเชื่อมั่นนักลงทุน ทำให้คนเล็กคนน้อย ซึ่งควรจะได้ประโยชน์จากภาครัฐก็ถูกนำไปไว้ข้างหลังและทำให้ประเทศไทยในสายตาโลกไม่สู้ดีนัก แต่การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น โดยเฉพาะเรื่องทุนเทา ทุกคนพูดตอนหาเสียง แต่ทำอย่างไร จากประสบการณ์ที่ผ่านการเมืองมา ผมตัดสินใจแล้วว่า ครั้งนี้ต้องทำอย่างเป็นระบบ ตอบโจทย์ ตอบความกังวล ซึ่งภาคธุรกิจเอกชนบอกว่า จะไม่ทนคอร์รัปชั่นอีกต่อไป นั่นหมายถึงทุกระดับมีมาตรการชัดเจน“นายอภิสิทธ์ กล่าว
เปลี่ยนระบบงานรัฐ-แก้คอร์รัปชั่น
นายอภิสิทธ์ กล่าวต่อว่า เริ่มตั้งแต่ปัญหาคอร์รัปชั่นระดับล่างสุด เจ้าหน้าที่เรียกรับเงิน มีการส่งส่วยเพื่อแลกกับการกระทำความผิด แลกกับความสะดวก แนวทางพรรคประชาธิปัตย์ชัดเจน จะเปลี่ยนระบบการทำงานของรัฐที่ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ แต่จะทำให้ระบบอนุมัติ อนุญาตเป็นอัตโนมัติ ใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่น้อยลง ปิดช่องทางการเรียกรับเงินในรูปแบบนี้ยกระดับขึ้นมา เราพูดถึงการทุจริตในโครงการต่างๆ ซึ่งเราสงสัยว่าอยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมในโครงการใหญ่ๆ พรรคประชาธิปัตย์จะเอาแพลตฟอร์มส่องรัฐมาเปิดให้ประชาชนดู เพราะเราจะเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดที่ของรัฐที่ไม่กระทบสิทธิส่วนบุคคลให้ประชาชนทุกคนสามารถตรวจสอบได้ ทุกโครงการที่มีการจัดซื้อจัดจ้าง ราคากลาง ใครประมูล ประมูลได้ในราคาเท่าไหร่ คนประมูลได้เป็นใคร เชื่อมโยงกับใคร และบรรดาผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องหรือไม่ มี AI ช่วยจับความผิดปกติเพื่อไม่ให้เกิดทุจริตในรูปแบบนี้
ออก’พรก.อายัดทรัพย์’พวกโกง
โดยออกพระราชกำหนดเพิ่มเขี้ยวเล็บ ทั้งเรื่องอายัดทรัพย์ในกรณีที่ไม่สามารถอธิบายที่มาได้ เรื่องการที่ทำธุรการต่างๆ ผู้ที่ได้ประโยชน์ที่แท้จริงคือใครและต้นทางคือใคร คริปโต ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ ช่องทางอื่นๆ ที่ใช้ในการฟอกเงินปัจจุบัน จะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบมากขึ้น และต้องแน่ใจว่า เราประกาศบ้านเมืองสุจริตจะทำเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่เพราะไม่เกี่ยวกับทุนเทา“ นายอภิสิทธิ์ กล่าว
โว4ปีเศรษฐกิจโตอย่างน้อยร้อยละ5
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง เป็นไปไม่ได้เลย ถ้าเศรษฐกิจโตร้อยละ2ต่อปี ต่ำกว่าในอดีตมาก ต่ำกว่าศักยภาพที่ตนเชื่อว่าไทยทำได้ ตำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ต่ำกว่าประเทศในอาเซียนมาหลายปีแล้ว เราจึงกล้าประกาศว่าคนที่มาเป็นรัฐบาล คนที่มาเป็นนายกฯ ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน สำหรับเราใน4ปี เศรษฐกิจต้องเติบโตอย่างน้อยร้อยละ5 หนี้ครัวเรือนต้องกลับมาสู่ร้อยละ60
ออกนโยบายครอบคลุมเกิดจนตาย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า เรามีชีวิตของคนทุกกลุ่มที่ต้องดูแล จึงมีนโยบายที่ครอบคลุมชีวิตคนตั้งแต่เกิดจนตาย แม่ที่กำลังจะคลอดลูก มั่นใจได้ว่าปีแรกจะได้รับเงินจากรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เดือนละ5,000บาท บวกกับแรกเกิด5,000บาท ปีแรก 65,000บาท ชดเชยรายได้ที่สูญเสียระหว่างดูแลลูกแรกเกิด และเพื่อมีเงินไปสนับสนุนเรื่องโภชนาการ หลังจากนั้นเราจะเติมเงินในบัญชีให้กับเด็กเดือนละ500บาท จนถึงอายุ18ปี เขาจะมีเงินออม1แสนบาท เพื่อตั้งตัวได้และนำไปประโยชน์ในการเรียนรู้ เด็กที่เติบโตมาจะเรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง จะได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียน เมื่อทำงานเงินเดือน 4หมื่นบาทแรกไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เมื่อถึงวัยเกษียณกลายเป็นผู้สูงอายุเราเพิ่มเบี้ยยังชีพให้เป็น1,000บาทถ้วนหน้า และยังมีเงิน 50,000บาท กับทุกบ้านที่มีผู้สูงวัยอายุเกิน70ปี ผู้สูงวัยที่อยากทำฟันต้องมีฟาสต์แทรกให้ คนพิการทุกกลุ่มจะต้องได้เบี้ยคนพิการเพิ่มขึ้นเท่าตัว
‘ชวน’รับตจว.ใช้เงินที่รุนแรง
ที่ตลาดรวมโชค และตลาดเจ้าแม่ กวนอิม โชคชัย 4 นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภาและแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ช่วยนายภาณุพงศ์ลักษณวิศิษฏ์ ผู้สมัคร สส.กทม.เบอร์ 8 เขตลาดพร้าว-บึงกุ่ม
โดยนายชวน เปิดเผยถึงกระแสการตอบรับของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า แม้ว่าผู้สมัครเขตนี้จะไม่ใช่ตัวเต็ง แต่ทราบจากผู้ที่ช่วยหาเสียง ว่ากระแสดีขึ้นเรื่อยๆ จึงอยากถือโอกาสขอร้องประชาชนที่นอกจากจะเลือกหมายเลข 27 ของพรรคแล้วให้เลือกเบอร์ 8 ของเขตนี้ด้วย ต้องยอมรับว่าในพื้นที่ต่างจังหวัดมีการใช้เงินที่รุนแรง ซึ่งเวลาจะวินิจฉัยว่าใครจะได้หรือไม่ได้ต้องนำส่วนนี้ไปประกอบด้วย ระหว่างคนใช้ 50 ล้านกับคนใช้ 1 ล้าน ผลก็รู้ว่าคืออะไร หากไปวิเคราะห์แบบธรรมดาว่า พรรคนั้นคะแนนเสียงดี ต้องดูหลายองค์ประกอบด้วยกัน
ปลุกต้านซื้อเสียง-จี้กกต.จัดการ
พร้อมย้ำว่า ต้องช่วยกันเป็นส่วนหนึ่งทำให้การเมืองดีขึ้น มีการต่อต้านระบบวงจรเลวร้ายที่เกิดขึ้นจากนักการเมือง แล้วเอาเงินไปซื้อเสียง ซึ่งตนคิดว่าต้องให้คำแนะนำกับประชาชน และขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้ความสำคัญ กับเรื่องนี้ซึ่งตนคิดว่าไม่สูญเปล่า แม้ว่าอาจจะไม่ได้ร้อยทั้งร้อยและขออย่าไปเชื่อบางคนซื่อสัตย์สุจริตแต่พอทำอีกเรื่องหนึ่ง จะเห็นได้จากการดูดสส. พร้อมฝาก กกต.ว่าต้องหาหลักฐานเองด้วยไม่รอเพียงการส่งหลักฐานเข้าไป
ซื้อเสียงหลายพันมี แต่ไม่ถึง7,500
ส่วนมองอย่างไรเรื่องการทำโพลซื้อคะแนนเสียง ที่สูงถึงหัวละ 7,500 บาทในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล นายชวนบอกว่า การซื้อเสียงโดยทั่วไปตนมองว่าไม่ถึง แต่ว่าหากเป็นเรื่องการเมืองท้องถิ่นแพ้ชนะกัน 5 คะแนน สส.โดยทั่วไปไม่เคยเห็นถึงขนาดนั้น อย่างที่เห็นชัดๆ คือ การเลือกตั้งที่นครศรีธรรมราชเขต 8 จำนวน 500 บาทแต่วันต่อมาก็กลับมีการเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวพร้อมยอมรับว่าการเมืองท้องถิ่นเคยได้ยินว่ามีการซื้อเสียงหลายพันบาท
รับมีวิธีสกปรกหวังดิสเครดิต
เมื่อถามว่าถึง มีเพจ ออกมาระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมออกหมายค้นบ้านรองหัวหน้าพรรคสีฟ้าอักษรย่อ “ท.”เกี่ยวข้องขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งนายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคภาคใต้ได้ออกมาชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดแล้ว นั้น นายชวน กล่าวว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับนายชัยชนะ ในการชี้แจง ซึ่งมีการระบุแล้วว่าเป็นการขอใช้นามสกุลนี้จากบุคคลอื่น คงจะเป็นเพียงคนร่วมนามสกุล ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะคนนามสกุลใหญ่ๆ ก็มีโอกาสที่มี ทั้งคนดีและคนร้ายที่ต้องให้ความเป็นธรรม
ส่วนกังวลหรือไม่จากกรณีดังกล่าวจะถูกนำมาดิสเครดิตทางการเมือง นายชวนกล่าวยอมรับว่าอาจจะมีในการเมืองที่ไม่ค่อยตรงไปตรงมา ใช้วิธีซื้อเสียง หรือใช้วิธีสกปรกแต่คนการเมืองจริงๆ อย่างพวกตนนั้นไม่มี ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมหรืออะไร นอกจากจะขึ้นเวทีปราศรัยชี้แจงให้คนเข้าใจมากขึ้น