Mindventure ธุรกิจฮีลใจตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในยุคสังคมกดดัน

Mindventure ธุรกิจฮีลใจตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในยุคสังคมกดดัน

Mindventure ธุรกิจฮีลใจตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในยุคสังคมกดดัน

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

Forbes Asia ยกย่องนิสิตเก่าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีจุฬาฯให้เป็น 1 ใน 30 คนรุ่นใหม่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งเอเชียด้าน Social Impact ประจำปี 2025 จากการก่อตั้ง Mindventure ธุรกิจเพื่อสังคมที่มุ่งตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพจิตเยาวชนและวัยทำงานในยุคสังคมกดดันเคร่งเครียดและโดดเดี่ยว

หมดไฟทำงานขาดแรงบันดาลใจในการเรียนไม่เห็นคุณค่าตัวเองเศร้าเหงาเบื่อสังคมรู้สึกกำลังอยู่กับคนที่เป็นพิษ (Toxic) – เป็นความรู้สึกที่อาจจะกำลังกัดกินใจใครหลายคน แม้จะไม่อยากรู้สึก แต่ก็ยากจะเลี่ยง เพราะสภาพสังคมและเศรษฐกิจในปัจจุบัน วิถีชีวิต โลกโซเซียล ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้คนมีความเครียดสูง รู้สึกกดดัน และโดดเดี่ยว

การเปลี่ยนโลกอาจจะยากกว่าการเปลี่ยนตัวเอง ปรับมุมมอง และเรียนรู้แนวทางในการจัดการอารมณ์และวิธีการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่เป็นดั่งใจ – นี่คือโอกาสและความตั้งใจในการก่อตั้งธุรกิจเพื่อสังคม Mindventure ของสองพี่น้อง “แกงส้ม – ชนากานต์ และ น้ำหวาน – กันตพร ขจรเสรี” นิสิตเก่าจากคณะบริหารธุรกิจบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปัญหาสุขภาพจิตเป็นสิ่งสำคัญมากเพราะทุกอย่างเริ่มที่จิตใจ ถ้าเรามีความเครียด ไม่มีความสุขในชีวิตก็ส่งผลต่อการทำงาน ความสัมพันธ์ แค่หนึ่งคนที่มีความเจ็บปวดทางด้านจิตใจ มีความทุกข์ ก็ส่งผลเป็นวงกว้างให้กับสภาพแวดล้อมรอบตัวแล้ว เราจึงต้องใส่ใจเรื่องจิตใจ ชนากานต์ กล่าว

เราทำ Mindventure ขึ้นมาด้วยความตั้งใจที่จะช่วยบรรเทาปัญหาสุขภาพจิตของคนในสังคม เราจัดการฝึกอบรมให้กับเยาวชน คนวัยทำงาน และกลุ่มบริษัท ให้คนเข้าใจตัวเอง มีทักษะเรียนรู้ในตัวตน เพื่อพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความเครียดของสังคม ทั้งสังคมการเรียนและสังคมการทำงาน และสังคมในภาพรวม

จากการดำเนินโครงการเพื่อสังคมเป็นเวลา 10 ปี สองพี่น้องผู้นักสร้างสรรค์รุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 30 ปี ก็ได้รับคัดเลือกจากนิตยสาร Forbes Asia ให้เป็น 1 ใน 30 คนรุ่นใหม่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งเอเชียด้าน Social Impact ประจำปี 2025

โดยจุดเริ่มต้นของธุรกิจฮีลใจในวันนี้เกิดขึ้นเมื่อครั้ง ชนากานต์เป็นนักเรียนมัธยมชั้นปีที่ 6 เธอเล่าว่า เธอชอบทำกิจกรรมอาสาหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคืองานอาสา รับฟัง ที่จัดโดยธนาคารจิตอาสา

ในงานนั้น วิทยากรชวนเราคุยว่า ชีวิตคืออะไร” เป็นครั้งแรกที่เราได้เล่าเรื่องชีวิตแบบลึกๆให้คนที่ไม่รู้จักฟัง สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการยอมรับอย่างไม่ตัดสิน รู้สึกประทับใจมาก ตอนนั้นได้เห็นว่าตัวเรายังไม่ยอมรับตัวเองเลยคิดเปรียบเทียบกับคนอื่นบ่อยๆว่าเรายังเป็นคนไม่ดีพอแต่คนตรงหน้าในงานซึ่งเป็นคนแปลกหน้ากลับรับฟังและยอมรับเราในแบบที่เราเป็นรู้สึกเลยว่าการฟังเป็นสิ่งที่มีพลังมากๆตอนนั้นบอกตัวเองเลยว่าฉันอยากทำสิ่งนี้อยากทำให้เป็นอาชีพ

จากประสบการณ์ตรงที่ได้สัมผัสพลังแห่งการรับฟัง ชนากานต์เกิดแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์แห่งการฟังและการเข้าใจตัวเอง ระหว่างเรียนที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ เธอก็ขวนขวายหาโอกาสไปฝึกอบรมกับสถาบันต่างๆ เช่น Thailand Coaching Academy, การโค้ชเพื่อเสริมสร้างพลังชีวิตที่มูลนิธิจิตตาภิวัฒน์วิชชาลัย, หลักสูตร Search Inside Yourself จาก Google รวมถึงทักษะเกี่ยวกับบุคลิกภาพ เช่น MBTI (Myers-Briggs Type Indicator), DISC (Dominance, Influence, Steadiness, and Conscientiousness) และ Enneagram Strengths Finder

ชนากานต์ไม่ได้ไปคนเดียว เธอมักเกี่ยวก้อยชวนน้องสาวไปด้วยเสมอ และในช่วงที่เธอเป็นนิสิตชั้นปีที่ 2 คุณชนากานต์ก็เริ่มทดลองสร้างหลักสูตรสำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่ โดยรวบรวมองค์ความรู้ต่างๆ ที่เธอร่ำเรียนและฝึกฝนมา ซึ่งการทดลองจัดเวิร์กชอปเพื่อพัฒนาด้านในสำหรับเยาวชนครั้งแรกในชีวิตได้ผลตอบรับดีมาก

แกงส้มชวนน้องสาวและเพื่อนมาช่วยกันจัดเวิร์กชอปรับฟังให้น้องๆระดับมัธยม ตอนนั้นยังไม่ค่อยมีพื้นที่การอบรมแบบนี้เท่าไรนัก จึงเป็นครั้งแรกที่ผู้เข้าเวิร์กชอปได้มาทำความเข้าใจตัวเอง รักตัวเอง เห็นคุณค่าในตัวเอง ชนากานต์ กล่าวและว่า “Mindventure เป็นธุรกิจที่ไม่ได้มุ่งที่ผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องการสร้างผลสะเทือนแง่บวกในสังคมด้วย เราตั้งใจให้ธุรกิจของเราช่วยกลุ่มเป้าหมายให้มีทักษะดูแลใจตัวเอง เพื่อรับมือกับปัญหาที่พวกเขาเผชิญในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มีความกดดันในเรื่องของการเรียน การค้นหาตัวเอง การใช้ชีวิต หรือกลุ่มวัยทำงานที่หมดไฟ มีความเครียดต่างๆ

คอร์สของ Mindventure ออกแบบโดยนำหลักการมาจากพุทธศาสนาจิตวิทยาเชิงบวกและระบบประสาทวิทยาประกอบด้วยคอร์สที่น่าสนใจเช่น Search Inside Yourself คอร์สฝึกอบรมหลักที่จัดให้องค์กรเพื่อการค้นหาภายในตัวเอง Burnt out Prevention คอร์สป้องกันภาวะหมดไฟและการรับมือกับภาวะนี้ Communication and Team Building เทคนิคการสื่อสารในองค์กรเพื่อให้ทีมทำงานได้ดีขึ้นและเข้าใจกันมากขึ้น Mindfulness Leadership Program การสร้างภาวะผู้นำที่เน้นผู้บริหารในองค์กรที่อยากมีภาวะผู้นำที่ดีขึ้นมีสติมากขึ้นรวมถึงรุ่นใหม่ที่ขึ้นมาเป็นผู้นำ

ชนากานต์ เล่าถึงกระบวนการในการฝึกอบรมว่า คอร์สเหล่านี้เป็นพื้นที่ให้คนที่มาอบรมได้ทบทวนตัวเอง โดยวิทยากรเป็นผู้สร้างกระบวนการและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ถ้าผู้เข้าอบรมเปิดใจและให้ความร่วมมือกับกระบวนการ พวกเขาจะได้เรียนรู้มากที่สุด เป็นการเรียนรู้จากตัวเอง จากการได้มีเวลาทบทวน ไตร่ตรอง คุยกับตัวเองและเพื่อนที่เข้าร่วมการอบรม

ค้นหาตัวเองไม่เจอเปรียบเทียบไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง” เป็นปัญหาสุขภาพจิตที่มักพบในหมู่ผู้เข้าอบรมที่เป็นเยาวชนและคนวัยทำงาน คุณกันตพรให้ข้อสังเกตว่า เด็กที่เติบโตในสมัยที่มีโซเซียลมีเดีย มักเกิดความรู้สึกเปรียบเทียบกับคนอื่น แล้วกดดันตัวเองให้เป็นและทำเท่าคนอื่น ซึ่งในโซเซียลมีเดีย ผู้คนต่างโพสต์แต่ด้านดี ด้านที่ไม่ดีก็ไม่ได้โพสต์กัน นี่ก็เป็นหนึ่งในความเครียดของเขา รวมถึงการไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง ขาดแรงจูงใจในการเรียน ทำงาน และทำกิจกรรมต่างๆ

คนรุ่นใหม่ยังค้นหาตัวเองไม่เจอ เมื่อต้องเลือกว่าจะเรียนอะไร คณะไหน ก็ตัดสินใจไม่ค่อยจะได้ พอไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ได้รู้ว่าตัวเองมีจุดแข็งอย่างไร ก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปต่ออย่างไร ด้านไหน ภาวะหมดไฟก็เกิดขึ้นได้ง่ายๆ

สำหรับคนวัยทำงาน การบริหารความสัมพันธ์ในที่ทำงานและภาวะหมดไฟดูจะประเด็นที่ถูกพูดถึงเสมอๆ ชนากานต์ เล่าว่า คนในวัย 40 – 50 ปีคือวัยที่ทำงานมานานแล้ว ต้องหาไฟในตัวเองต่อว่าอะไรเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานทุกๆวัน ส่วนเรื่องของความสัมพันธ์ในที่ทำงาน เราจะบริหารจัดการความสัมพันธ์อย่างไร ไม่ว่ากับเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า เพื่อนร่วมทีม หรือ คนรอบตัวที่ toxic เป็นพิษ

 “ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ลองเปลี่ยนความคิดหรือกิจกรรม เราต้องเริ่มต้นกลับมาที่ตัวเองก่อน ทบทวนว่าจุดใดที่เป็นพิษ (toxic) ในปัญหามีองค์ประกอบทั้งฝั่งเขาและเรา หากเราเฝ้าดูตัวเองว่ามีอะไรที่อยู่ในการควบคุมของเรา มีอะไรที่เราปรับเปลี่ยนได้บ้าง เช่น ความคิด กิจกรรม

พอเรากลับมาทบทวน เราอาจจะเห็นมากขึ้นว่าสาเหตุคืออะไร จะเริ่มตรงไหน ที่สำคัญเลยคือต้องไม่เก็บปัญหาไว้คนเดียว เพราะอาจเป็นกับดักทางความคิดว่า นี่เป็นปัญหาของเราและต้องแก้คนเดียว ซึ่งก็จะทำให้เหนื่อย เราสามารถขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างได้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน พ่อแม่ เพื่อนร่วมงาน หรือผู้เชี่ยวชาญ

การอบรมกับ Mindventure อาจไม่สามารถพลิกชีวิตผู้เข้าอบรมจากหน้ามือเป็นหลังมือในช่วงข้ามคืน แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการทางสังคมทั้งสองอยากหยิบยื่นให้ผู้เข้าอบรมคือความเข้าใจและมุมมองใหม่ที่จะเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นในทุกๆวัน

Leave a comment