ครบรอบ 13 ปี กรมฝนหลวงฯ ‘ธรรมนัส’ ย้ำเดินหน้าสืบสานพระราชปณิธาน สานต่อภารกิจ

ครบรอบ 13 ปี กรมฝนหลวงฯ ‘ธรรมนัส’ ย้ำเดินหน้าสืบสานพระราชปณิธาน สานต่อภารกิจ

ครบรอบ 13 ปี กรมฝนหลวงฯ ‘ธรรมนัส’ ย้ำเดินหน้าสืบสานพระราชปณิธาน สานต่อภารกิจ

วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.03 น.

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีแสดงความยินดีและอ่านสารอำนวยพรให้แก่คณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมฝนหลวงและการบินเกษตร ครบรอบ 13 ปี ซึ่งตรงกับวันที่ 25 มกราคม 2569 โดยมี นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และผู้บริหารกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เข้าร่วม ณ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร

โดยร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีภารกิจหลักในการบริหารจัดการการดัดแปรสภาพอากาศ การปฏิบัติการฝนหลวง และบูรณาการจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อการเกษตร อุปโภค บริโภค รวมถึงการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติต่าง ๆ ภายในประเทศ ซึ่งได้ปฏิบัติทุกภารกิจอย่างเต็มกำลังมาจนครบปีที่ 13 ในวันนี้ โดยที่ผ่านมา กรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีความมุ่งมั่นในการสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวทางพระราชดำริของพระบรมชนกนาถ ในการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้มีความอยู่ดีกินดีอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีบทบาทสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งด้านการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง การสนับสนุนภาคการเกษตร การป้องกันและบรรเทาไฟป่า รวมถึงการลดปัญหาฝุ่นละออง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับศักยภาพของกรมฯ ควบคู่กับการปรับปรุงและทดแทนอากาศยานที่มีสภาพเก่า เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจ รองรับสถานการณ์ภัยพิบัติและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

“เนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ 13 จึงขออำนวยพรให้แก่คณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และเจ้าหน้าที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตรทั่วประเทศ ประสบแต่ความสุข มีความสมบูรณ์พร้อมทั้งกำลังกาย กำลังใจ และเป็นกำลังสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรและประชาชนชาวไทยสมดังพระราชปณิธานสืบไป” รมว.ธรรมนัส กล่าว

ด้านนายราเชน กล่าวเพิ่มเติมว่า การปฏิบัติการฝนหลวงมีจุดเริ่มต้นจากโครงการพระราชดำริเมื่อปี พ.ศ. 2498 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงคิดค้นและพัฒนาจนเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน รัฐบาลจึงได้ยกระดับการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การจัดตั้งสำนักงานปฏิบัติการฝนหลวง พัฒนาสู่สำนักฝนหลวงและการบินเกษตร และยกฐานะเป็นกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2556 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความคล่องตัว และการบูรณาการภารกิจรองรับปัญหาภัยแล้งและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ปัจจุบันมีศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง 8 แห่ง สถานีเรดาร์ฝนหลวงทั้งแบบประจำที่และแบบเคลื่อนที่ รวม 11 สถานี ครอบคลุมทุกภูมิภาค พร้อมเดินหน้าวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฝนหลวงและการดัดแปรสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง

สำหรับอากาศยานและการบินเกษตร กรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีความพร้อมทั้งด้านจำนวนและสมรรถนะ รองรับการปฏิบัติภารกิจและการช่วยเหลือด้านภัยพิบัติของประเทศ โดยมีอาสาสมัครฝนหลวงร่วมสนับสนุนภารกิจอย่างเข้มแข็ง พร้อมกันนี้ ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์พระบิดาแห่งฝนหลวง และการจัดตั้งศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการดัดแปรสภาพอากาศ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และวิจัยครบวงจร ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการจัดตั้งโรงผลิตสารฝนหลวงตามพระราชดำริ ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและฝุ่นละอองอย่างเป็นรูปธรรม

“นับเป็นเวลา 13 ปี ที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไม่หยุดการพัฒนา ยังคงเดินหน้าทำหน้าที่ตามภารกิจด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบิดาแห่งฝนหลวง และสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา และต่อยอดจากพระบรมชนกนาถ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข และสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป” อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าว

-(016)

Leave a comment