
‘ปชป.’ฟื้น-เลิกเป็น‘อะไหล่’ ‘ชวน’อัด‘อดีตหัวหน้า’บอนไซหวังเป็นรมต.
วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.25 น.
“ชวน”บุกหาเสียงย่านประชาสงเคราะห์ มั่นใจกระแส”ปชป.”ฟื้น ไม่ใช่พรรคอะไหล่อีกแล้ว เหน็บบางพรรคยังใช้เงินซื้อ สส.
เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ที่ย่านประชาสงเคราะห์ นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรค ลงพื้นที่เพื่อช่วย น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร หรือ แนน ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขตเลือกตั้งที่ 6 (พญาไท ดินแดง) โดยได้เดินหาเสียงแบบเคาะประตูบ้าน เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนในย่านประชาสงเคราะห์ 16 พร้อมยังได้กล่าวปราศรัยกับประชาชนในชุมชน โดยได้ย้ำถึงปัญหาการทุจริตซื้อสิทธิขายเสียงของผู้สมัคร สส.บางพรรคการเมือง ทำให้การเมืองเปลี่ยนเป็นธุรกิจการเมือง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ดัชนีคอร์รับชันประเทศไทยสูงขึ้น นักลงทุนไม่กล้ามาลงทุนในประเทศไทย และหนีไปลงทุนในประเทศอื่น เพราะแม้จะมีกฎหมายที่เข้มงวด แต่ก็ยังมีการเลือกปฏิบัติ และยังโชคดีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ ยังสนับสนุนการแก้ปัญหาการทุจริต ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง
นายชวน ยังระบุว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้บางพรรคการเมืองยังใช้เงินซื้อ สส.จากพรรคการเมืองอื่น ซึ่งก็มี สส.ของพรรคฯ ถูกซื้อไปด้วย ซึ่งแม้ผู้ที่ถูกซื้อจะไม่ได้ให้รายละเอียดว่า ถูกซื้อไปเท่าไร ตนก็มั่นใจว่า ได้มีการตกลงกันไปแล้ว เพราะไม่เช่นนั้น คงไม่ย้ายพรรค พร้อมยกตัวอย่างการเลือกตั้ง 2566 ใน จ.นครศรีธรรมราช ที่ นายราชิต สุดพุ่ม อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งปัจจุบันลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้คะแนน้อยที่สุดในการเลือกตั้งครั้งก่อน ซึ่งตนบอกผ่านพรรคพวกไปว่า อย่าใช้เงิน เพราะคนนครศรีธรรมราชไม่รับเงิน ถ้าได้เป็น สส.ก็ไม่น่าภูมิใจ เพราะใช้เงินซื้อ ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างผลกระทบต่อการเมืองให้บ้านเมืองเสื่อมทรุด เพราะการทุจริต บ้านเมืองไปไหนไม่รอด
นายชวน กล่าวว่า มั่นใจว่ากระแสพรรคประชาธิปัตย์จะดีขึ้น โดยเฉพาะ สส.บัญชีรายชื่อ ภายหลัง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคฯ ได้ลาออกไป เพราะที่ผ่านมามีความพยายามทำให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเล็ก หรือเป็นพรรคอะไหล่ พรรคสำรอง เหมือนที่ผู้บริหารพรรคบางกลุ่มเคยทำ เพื่อหัวหน้าพรรคฯ ได้เป็นรัฐมนตรีทุกยุค ทุกสมัย โจรไปร่วมรัฐบาลก็ไปร่วมกับโจร อะไรก็ได้ขอให้ผู้บริหารพรรคฯ ได้เป็นรัฐมนตรี จนกระทั่งนายอภิสิทธิ์ และบุคลากรคนอื่นๆ ของพรรคก็ทยอยลาออก ทั้ง นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย , นายสาธิต ปิตะเตชะ รวมถึง คุณหญิงกัลยา โสภณพณิช ยกเว้นตน เพราะหากตนออกไปด้วยพรรคประชาธิปัตย์จะหมดอนาคต เพราะทนไม่ได้ และหลังนายเฉลิมชัยลาออก ก็ดลบันดาลให้ผู้ที่ลาออกไปก่อนหน้านี้ได้กลับเข้ามา
“จากการฟื้นตัวรอบนี้ มีความหวังที่จะได้ สส.เป็นนความตั้งใจของนายอภิสิทธิ์ แต่สำหรับตนอยากให้พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าต่อ ไม่ใช่พรรคอะไหล่ พรรคสำรอง หรือพรรคประกอบ ที่ผู้บริหารพรรคต้องการทำให้เป็น ซึ่งผมถือว่าผ่านไปแล้ว ต่อไปนี้พรรคจะได้ สส.กี่คนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคอะไหล่ พรรคสำรอง ไม่ใช่พรรคที่จะเป็นรัฐบาลกับเขาทุกยุคทุกสมัย ร่วมกับใครก็ได้” นายชวน กล่าว
นายชวน กล่าวต่อว่า ตนค้านอย่าไปร่วมกับพรรคเพื่อไทย (พท.) เพราะ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยเลือกปฏิบัติกับคนภาคใต้ เขาไม่มาพัฒนาภาคใต้ เลือกพัฒนาจังหวัดที่เลือกเขา สุดท้ายพรรคเพื่อไทยได้หมดทั้งประเทศ ภาคเหนือ อีสาน ยกเว้นภาคใต้ที่ไม่ได้แม้แต่คนเดียว ดังนั้น ไม่สามารถทรยศกับชาวบ้าน เพราะรณรงค์ไม่ให้เลือก แต่พอเขาเป็นนายกฯ กลับยกมือให้ เท่ากับทรยศหักหลังประชาชน
“เที่ยวนี้ตนคิดว่าสิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง ทำอย่างไรให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ สส.หลายคน ผมเชื่อว่า บัญชีรายชื่อดีขึ้นแน่ ครั้งก่อนได้ 3 คน เที่ยวนี้คงไม่ใช่ 4 คนแน่นอน คาดว่าจะเพิ่มกว่าเดิมอีกหลายเท่า ส่วนจะกี่เท่าขึ้นกับประชาชน ที่จะบอกกับญาติที่บ้าน ใครรับผิดชอบจังหวัดไหนขอให้ช่วยกัน” นายชวน กล่าว
จากนั้น นายชวน และ น.ส.ศิริภา ยังได้ขึ้นรถแห่ไปตามถนนประชาสงเคราะห์ เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนในเขตดินแดง และเดินเท้าต่อ เพื่อขอคะแนนจากประชาชนที่พักอาศัยแฟลตดินแดง และในวันพรุ่งนี้ (24 ม.ค.) นายชวน ยังมีกำหนดไปหาเสียงต่อที่ภาคอีสานด้วย
– 006

