
‘รับเงินพันบาท เสียโอกาสไป4ปี’ ‘มาร์ค’ปลุกปชช. ปชป.ชูประกันสินค้าเกษตร
วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
‘รับเงินพันบาท เสียโอกาสไป4ปี’ ‘มาร์ค’ปลุกปชช. ปชป.ชูประกันสินค้าเกษตร ‘หนู’บุกโคราชอ้อนเลือกภท. ‘ยศชนัน’ขออุดรฯยกจังหวัด
“อนุทิน” บุกหาเสียงโคราช อ้อนขอเป็นนายกฯคนที่ 2 ของโคราชจะทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หวังภท.ปักธงที่นั่งเพิ่ม ยึดคำ“คนโคราช” ตัวแทนอีสานใต้ ไม่ให้เปิดด่าน ลั่นตามนั้น-จัดไป ประกาศรัฐบาลร่วมกองทัพ ทวงคืนผืนแผ่นดินทุกตารางนิ้ว ขออย่าเลือกแบบครึ่งๆ ปล่อยให้ “คนละครึ่งพลัส” เป็นเรื่องของพวกผมอ้อนเลือก “ภท.” ยกจังหวัด เพื่อพลังในการบริหาร‘อภิสิทธิ์’เปิดลานปราศรัยกลางทุ่งสุโขทัย ขอคะแนนปลุกอย่าขายเสียง รับเงิน สูญเสียโอกาสไปอีก4ปี ชูนโยบายประกันราคาสินค้าเกษตร เอาใจเกษตรกร ยันไม่เลือกปฏิบัติชลบุรีคึก “ชวน” ปลุกแฟนคลับสู้เลือกตั้ง‘ยศชนัน’นำทีมเพื่อไทย ลุยหาเสียง หนองคาย มั่นใจพาไทยไปข้างหน้า ขอเหมายกจังหวัดและขึ้นเวทีอุดรฯประกาศเมืองหลวง‘พท.’ขอเลือกทั้งคนทั้งเขต ยกชาวอุดรฯมีบุญคุณ ตั้งแต่ไทยรักไทยถึงเพื่อไทย
เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)พร้อมคณะลงพื้นที่หาเสียงจ.นครราชสีมาเป็นครั้งแรก เพื่อปักธงในพื้นที่เพิ่ม หลังจากปี 2566 พรรคภูมิใจไทยได้เก้าอี้ สส.ในพื้นที่นครราชสีมาได้เพียงเขตเดียว จากทั้งหมด 16 เขตโดยจุดแรกที่อาคารโดม เทศบาลตำบลโนนสูง อ.โนนสูง ด้วยรถตู้โตโยต้าอัลพาร์ด สีขาว ทะเบียน งจ191 นครราชสีมา เพื่อขึ้นปราศรัยช่วย นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 5 พรรคภูมิใจไทย ทันทีที่เดินทางมาถึงนายอนุทินได้ทักทายพ่อแม่พี่น้องประชาชน ที่มารอฟังการปราศรัย เป็นที่น่าสังเกตว่า ในเวทีปราศรัยครั้งนี้ได้ใช้สัญลักษณ์ธงชาติไทย มาโบกสะบัดเต็มพื้นที่ พร้อมเปิดเพลงแผ่นดินไทยประกอบด้วย
‘หนู’อ้อนหวังปักธงสส.โคราชเพิ่ม
นายอนุทินเริ่มเวทีการปราศรัยด้วยการขอบคุณชาวโคราช อ.โนนสูง ,อ.พิมายและอ.เฉลิมพระเกียรติที่ต้อนรับอย่างอบอุ่นยิ่ง พรรคภูมิใจไทยยังไม่เคยมีผู้แทนจากโนนสูงเลยขอว่าเที่ยวนี้ขอพ่อแม่พี่น้องมอบสส.ให้กับพรรคภูมิใจไทยครั้งแรกได้หรือไม่ คิดแล้วคิดอีก ไปขอคุณพ่อคุณแม่ของเขาสุดท้ายใจอ่อนมอบ”ทวิรัฐรัตนเศรษฐ” น้องคลัง นามยังมงคล พี่น้องจะได้มีคลังใหญ่ กันถ้วนหน้า
ขอเป็นนายกฯคนที่2ของจังหวัด
นายอนุทินย้ำว่า ตนไม่ใช่คนอื่นไกล อยู่ปากช่อง ถือว่าเป็นคนโคราชได้หน่า ก่อนหน้านี้อยู่กับพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เคยเป็นลูกน้องท่านสุวัฒน์ลิปตพัลลภดังนั้นจ.นครราชสีมา ไม่ใช่จังหวัดที่ไม่คุ้นเคยกัน
“โคราชเคยมีนายกฯคือนายกฯชาติชาย วันนี้ถ้าท่านจะพูดก็ไม่ผิดนะ นายกฯประเทศไทยก็อยู่โคราช ปากช่องนี้เอง” นายอนุทินกล่าว
ลั่นร่วมกองทัพทวงคืนผืนแผ่นดิน
นายอนุทินกล่าวอีกว่าโคราชเป็นจังหวัดยุทธศาสตร์ ที่คนจะเข้ามาบริหารประเทศต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ตนเข้ามา 3- 4เดือนถือว่าโชคดีมีพี่น้องชาวนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อีสานใต้ ที่มีแนวเขตติดกับประเทศเพื่อนบ้าน คือกัมพูชา ที่ตอนหลังไม่ค่อยจะเป็นเพื่อนบ้านเท่าไหร่เป็น”ศัตรูบ้าน”ซะมากกว่า แต่ตนมั่นใจว่าพ่อแม่พี่น้องอยู่ข้างหลัง ตนจึงกล้าที่จะตัดสินใจให้กองทัพต่อสู้อย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องบ้านเมืองเรา ตนทราบดีในที่นี้มีญาติของหลายคนไปเป็นทหารไปเป็นรั้วของชาติ ปกป้องบ้านเมืองเรา
“วันนี้ขอประกาศให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบว่า ในช่วง 4 เดือนตั้งแต่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมา รัฐบาลชุดนี้ร่วมกับกองทัพได้ทวงคืนผืนแผ่นดินทุกตารางนิ้วกลับคืนมา เป็นของไทยอย่างเรียบร้อย จุดไหนเป็นที่สงสัย ถือว่าเป็นของไทยไว้ก่อนจะได้ไม่ต้องวิตกกังวลว่าใครจะไปซ่อน รอบทำร้ายพวกเรา ตรงนี้มีความชัดเจนแล้ว และพ่อแม่พี่น้องที่โคราชเป็นตัวแทนของพี่น้องอีสานใต้ อยากเปิดด่านหรือปิดด่าน นายอนุทินถามว่าใครอยากเปิดด่านให้ยกมือขึ้น ไม่ให้เปิดใช่หรือไม่ ประชาชนไม่ให้เปิดแล้วใครจะกล้าเปิดดังนั้นตามนั้น จัดไป”นายอนุทินย้ำหนักแน่น
ปลุกให้เอารัฐบาลนี้ไปสานงานต่อ
นายอนุทินกล่าวอีกว่า ตั้งแต่ปิดด่านมา ตอนแรกกลุ้มใจเพราะถ้าเปิดด่าน คนค้าขายได้แต่ประโยชน์ไปตบกับคนฝั่งโน้นมากกว่า แต่พอปิดด่านประโยชน์ตกกับไทยล้วนๆ แล้วนี่คือ รัฐบาลไทยใช่หรือไม่ตั้งแต่ปิดด่าน มันสำปะหลัง ราคาดีใช่หรือไม่ แต่ที่ผ่านมา โรงงานมันแป้งรวย ตอนนี้ขอให้พี่น้องชาวโคราช รวยเท่าโรงงานมันแป้งได้หรือไม่เพราะไม่มีมันเถื่อน ข้าวเถื่อน จากต่างประเทศ ทำราคาพืชผลทางการเกษตรสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ ได้ทั้งเรื่องรายได้และความสงบสุข พวกเราขายมันไปถูก แต่ต้องไปซื้อแป้งแพง ยอมหรือไม่ ถ้าไม่ยอมก็ต้องเอารัฐบาลนี้ไปทำให้ หลังจากที่เรามีนโยบายชัดเจนว่าจะยังไม่เปิดด่านก็มาคิดต่อว่า จากนี้ไปจะทำให้ราคาสินค้าขึ้นไปอีก ด้วยการหาตลาด โดยการให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ช่วงนี้เดินสายต่างประเทศเจรจาการค้า เราไปบอกกับเขาได้เต็มที่ว่า เราขายข้าวไปเป็นข้าว ไม่ใช่ขายข้าวไปเป็นแป้ง เป็นอาหารสัตว์ ถึงทำให้มีราคา
ย้ำภท.มีบุคลากรพร้อมบริหารปท.
นายอนุทินระบุว่า หลายคนสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้เพราะเรามั่นใจว่ารั้วของเรามีคนดูแลอย่างดี ความมั่นคงทางเศรษฐกิจก็จะเกิดขึ้นได้ เมื่อประเทศไทยของเราสามารถให้โอกาสกับคนในพื้นที่ ประชาชนมีกินมีใช้ ผลิตอะไรมาได้ราคา แล้วความมั่นคงทางอาหารประเทศไทยก็มี เห็นอยู่แล้วว่าเหลือเพียงแค่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หากเลือกพรรคภูมิใจไทยเข้าไปบริหารจะสามารถเติมเต็มทั้ง 3 ปัจจัยได้ ไม่มีใครสามารถกดขี่เราได้ไปทำอะไรที่ไหนค้าขายที่ไหนก็จะเป็นประโยชน์ของเรา เพราะพรรคภูมิใจไทย มีบุคลากรที่มีมีความรู้มีความตั้งใจจะเข้ามาบริหารประเทศให้ประชาชนอยู่แล้ว
เลือกภท.‘คนละครึ่งพลัส’มาแน่
และมีโครงการที่จะส่งเสริมให้เราได้ใช้จ่าย ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ เช่นโครงการคนละครึ่งพลัส ตนเชื่อว่าทุกคนมีความพึงพอใจกับโครงการนี้ ถ้าเลือกพรรคภูมิใจไทยกลับเข้าไปโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ก็จะกลับมาอีก และก็จะมีสิทธิประโยชน์ให้กับประชาชนมากขึ้น โครงการนี้จะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและรัฐมีส่วนร่วม ทำให้เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียนได้ ไม่ได้เป็นการแจกเงินเอาเงินไปให้เฉยๆถ้าประชาชนไม่จ่าย รัฐก็ไม่ได้สมทบ ไม่ได้เกิดการกระตุ้นให้กับประชาชน ถ้าแจกเงินเฉยๆคนละ10,000 บาท เข้าบัญชีธนาคารก็มีเจ้าหนี้มายืนรอเฝ้า
ลั่นจะทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ช่วงท้ายนายอนุทินให้คำมั่นสัญญาว่าสิ่งที่เป็นกำลังใจเป็นความไว้เนื้อเชื่อใจที่พี่น้องประชาชนมีต่อพวกตนให้เข้าไปทำงานได้เป็นรัฐบาลรับใช้ประชาชน พวกเราจะมุ่งมั่นทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพราะพวกเราต้องการให้ท่านเลือกเราอีกทุกครั้งในอนาคต ขอให้พวกเราได้มีวาสนาในการรับใช้พวกท่านทุกคนตลอดไป ก่อนให้พรประชาชนว่าขอให้ร่ำรวย ให้ได้คนละครึ่งพลัสเฟส2ขอให้มีกำแพงชายแดนโดยประชาชนขานรับว่า”สาธุ”
‘วิรัช’นั่งวิลแชร์อ้อนให้เลือกภท.
ขณะเดียวกัน นายวิรัช รัตนเศรษฐ ปรากฏตัวครั้งแรก หลังหายหน้าจากวงการการเมืองไปเนื่องถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาลงโทษจำคุกในทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอยื่นอุทธรณ์โดยนายวิรัช นั่งรถเข็น ขึ้นปราศรัย ช่วงหนึ่งขอให้เลือกนายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ และพรรคภูมิใจไทย เพราะพูดแล้วทำไม่เหมือนบางพรรคที่พูดแล้วไม่ทำ ขณะเดียวกันนายอนุทินก็พร้อมที่จะจัดการสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แต่อีกฝั่งเลือกที่จะให้น้องสาวไปแต่งงานกับกัมพูชา
มั่นใจภท.เจาะโคราชได้เก้าอี้เพิ่ม
นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียง จ.นครราชสีมาซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเมื่อการเลือกตั้งปี 66 พรรคภูมิใจไทยเจาะพื้นที่ได้น้อย ครั้งนี้มีความมั่นใจจะได้เก้าอี้เพิ่มหรือไม่ว่า โคราชคราวที่แล้วพรรคภูมิใจไทยได้มาแค่หนึ่งที่ ครั้งนี้เรามั่นใจว่าได้มากกว่าเดิม เราต้องมีช่องไม่ไปกดดันตัวเอง ไม่ไปกดดันพรรคคู่แข่งจนเกินไป และเราสรรหาผู้สมัครที่ดีที่สุดที่เรามีในแต่ละเขต และให้ผู้สมัครเหล่านั้นได้นำเสนอนโยบายต่อพี่น้องประชาชน
เมื่อถามต่อว่า จากการเป็นบ้านใหญ่เชื่อว่าจะสามารถปักธงได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า นี่เราไม่ได้เสนอบ้านใหญ่ นายทวิรัฐ มีความรู้ ความสามารถ มีความทุ่มเทตั้งใจจะมาทำงานให้กับพี่น้องประชาชน มีครบคุณสมบัติที่จะมาเป็นผู้แทนราษฎร เราไม่ได้พิจารณาเพราะเขาเป็นลูกของบ้านใหญ่
‘อนุทิน’บุกช่วยหาเสียงบัวใหญ่
จากนั้น เวลา12.55น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาเพื่อช่วยนายโกศล ปัทมะ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 6 จ.นครราชสีมา หาเสียง ที่โดมอเนกประสงค์สระใหญ่ เทศบาลเมืองบัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา โดยมีนายพงศกร อรรณนพพรและน.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร ผู้สมัคร ส.ส.เขต 9 จ.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย มารอต้อนรับซึ่งเขตพื้นที่ติดกับ จ.ขอนแก่น
นายอนุทินปราศรัยตอนหนึ่งว่า ขออภัยที่เดินทางมาล่าช้า เจอแบบนี้ทุกอำเภอ กว่าจะฝ่ามาได้ มีคนเอาดอกไม้มาให้ เอาผ้าขาวม้ามาผูก มาจับมือ เหลืออย่างเดียวคือหอมแก้ม ยังไม่โดน แต่ถ้าจะโดนก็ยินดี โดนแบบนี้เมียไม่ว่า แต่ถ้าโดนแบบสาวๆ กลับบ้านหูขาดข้างนึง
ถ้าปชช.เอาด้วย เห็นช้างตัวเท่าเชื้อโรค
นายอนุทินยอมรับว่าใจไม่แข็งพอ ชาวบ้านเข้ามาแล้วแค่ทักทาย“ห๊ะ ครับ”คนอื่นทำหมดแต่ตนทำไม่ได้ ต้องอยู่ทักทายพี่น้องรายคนจึงต้องเผื่อเวลาได้ครึ่งชั่วโมงแรกและครึ่งชั่วโมงหลัง อย่าโกธรเลย อยากพบกับพี่น้องจริงๆไม่ใช่พบเป็นพิธีแบบแตะๆมือแล้วไปอยากให้มือของพี่น้องวางบนหัวเป็นสิริมงคลทำให้รู้ว่ามีพี่น้องประชาชนอยู่ใกล้ชิดเราตลอดเวลา การจะตัดสินใจทำอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อได้เป็นนายกฯจะตัดสินใจเรื่องสำคัญ ต้องอยู่บนพื้นฐานประชาชนว่าเอาด้วยหรือไม่ ถ้ามั่นใจว่าเอาด้วยไม่มีกลัวเห็นช้างตัวเท่าเชื้อโรค
ย้ำปลื้มที่ปชช.ชื่นชมเรื่องชายแดน
นายอนุทินกล่าวอีกว่าเรื่องชายแดนก็เหมือนกันที่พี่น้องประชาชนชื่นชม ถ้าไม่มีพี่น้องข้างหลัง ตนคงไม่กล้าขนาดนี้ เข้าใจว่าพ่อแม่พี่น้องต้องการอะไร และจะทำสิ่งนั้นด้วยความมั่นใจ วันนี้ต้องขอบคุณชาวอ.บัวใหญ่ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น การลงรถที่ท้ายเวทีเพราะต้องการใกล้ชิดกับประชาชน เราไม่ใช่คนอื่นไกล
ทั้งนี้ ได้เชิญนายโกศลมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย เพราะเห็นว่าประชาชนยังให้ความมั่นใจ ซึ่งตนสนิทกับพี่ชายนายนพดล ปัทมะ มานาน เจอนายโกศลในสภาผู้แทนราษฎรตอนทำงานและเห็นความขยันขันแข็งความทุ่มเทที่มีให้กับประชาชนชาวบัวใหญ่ ตนมีความประทับใจจึงอยากให้มาร่วมงานกัน และสุดท้ายก็เห็นว่าการมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยน่าจะทำให้การแก้แก้ไขปัญหาได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นวันนี้มาสร้างความคุ้นเคย เวลาที่เข้ามาเป็นรัฐบาลตนในฐานะนายกรัฐมนตรีก็คุ้นเคยกับส.ส.และส.ส.ไม่ได้มาคนเดียว แต่มาจากประชาชนเป็นคนเลือก ดังนั้นเมื่อเสนออะไรเข้ามาก็จะได้รับการปฎิบัติอย่างเต็มที่
ขออย่าเลือก‘ภูมิใจไทย’แบบครึ่งๆ
นายอนุทินกล่าวด้วยว่าส่วนนโยบายด้านการศึกษา ตอนนี้มีความมั่นใจว่าหากเราเข้าไปบริการประเทศจะให้คนไทยทุกคนสามารถเรียนได้ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ถ้าอยากเรียนเรียนได้ พรรคภูมิใจไทยทำได้เรื่องการศึกษาตลอดชีวิต ขอแค่วันที่ 8 ก.พ.นี้ ให้พี่น้องประชาชนกาเลือก ส.ส.พรรคภูมิใจไทยและเลือกพรรคภูมิใจไทยกลับเข้ามาทำงานให้กับพี่น้องประชาชน ขออย่าเลือกแบบครึ่งๆ เพราะคนละครึ่งพลัสขอให้ตนได้ทำให้ทุกท่าน แต่เลือก ส.ส.ให้เลือกทั้งคนทั้งพรรค
นายอนุทินได้ขอบคุณประชาชนที่มาให้การต้อนรับวันนี้จะไม่ลืมรอยยิ้มและจะใส่ใจกับพี่น้องชาวอ.บัวใหญ่อย่างเต็มที่ ไม่ต้องห่วงนครราชสีมาเพราะบ้านตนก็อยู่นี่เหมือนกัน อยากให้ตรงนี้เจริญขอให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจว่าพวกเราพูดแล้วทำ
‘อภิสิทธิ์’เปิดลานปราศรัยกลางทุ่งสุโขทัย
ที่ทุ่งนาหน้าอ่างเก็บน้ำเขาหลวงท่าดินแดง จ.สุโขทัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคและนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคฯตามภารกิจ ลงพื้นที่ จ.สุโขทัย เพื่อช่วยผู้สมัครส.ส.สุโขทัย หาเสียง พร้อมเปิดลานปราศรัยกลางทุ่งนาหน้าอ่างเก็บน้ำเขาหลวงท่าดินแดงโดยมีประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมฟังจำนวนมาก
โดยนายอภิสิทธิ์สวมเสื้อม่อฮ่อมปราศรัยว่าความตั้งใจแรกที่กลับมาที่ จ.สุโขทัย คืออยากกลับมาทำให้บ้านเมืองสุจริต เพราะช่วงที่ตนไม่อยู่การเมือง เจอคนบ่นว่าการเมืองทุจริต มีการตกลงโดยประชาชนไม่รู้อยู่ตรงไหน ทั้งนี้ การเลือกตั้งเหลือเวลาไม่ถึง 20 วัน อย่าให้การเมืองเป็นเรื่องการนำเงินมาซื้อ
ปลุกอย่าขายเสียง เสียโอกาสอีก4ปี
“ผมไม่รู้ใครให้เท่าไรเป็นพันบาท ลองคิดดู4ปีได้เงินพันบาทตกวันละไม่ถึงบาท แต่ต้องแลกกับการสูญเสียหลายอย่าง เพราะการทุจริตคอร์รัปชั่นทำให้สิ่งที่อยากได้มานานไม่เกิดขึ้น ใครมาซื้อเสียงเราไป เขาจะไม่รู้สึกว่าเป็นหนี้บุญคุณเรา เพราะถือว่าจบกันไปแล้วด้วยเงิน แต่ประชาธิปัตย์ไม่ทำแบบนั้น เพราะเราต้องการเป็นหนี้ใจที่จะต้องกลับมาดูแลตลอดไป การคอร์รัปชั่นปัจจุบันร้ายกว่าเดิม เพราะมีทุนเทามาจากสแกมเมอร์ หลอกลวงเอาเงินมาซื้ออำนาจเพื่อไม่ถูกดำเนินคดี ไม่ถูกจับ แม้จะมีการยื่นเรื่องให้ดำเนินการแต่ถูกจัดการช้ามาก”นายอภิสิทธิ์กล่าว
ชูนโยบายประกันราคาสินค้าเกษตร
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงนโยบายด้านการเกษตรด้วยว่าประกันราคาข้าว 1 หมื่นบาท หากขายได้ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท รัฐบาลจ่ายเงินเพิ่มให้ครบ 1 หมื่น นอกจากนั้นมีการจ่ายล่วงหน้า คือช่วยต้นทุน ตั้งแต่การเพาะปลูก 1,000 บาท แต่จะไม่หยุดแค่นี้ เพราะมีนโยบายลดต้นทุนการทำนา ผ่านการใช้เทคโนโลยีที่เกษตรกรเข้าถึงได้ โดยอาศัยท้องถิ่น สภาเกษตรสหกรณ์มีเครื่องมือให้ยืมไปใช้ ขณะที่ผลผลิตต้องแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า
“ผมขอเสียงหากอยากได้บ้านเมืองสุจริตและนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ขอให้ช่วยเลือกและให้โอกาสผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เพื่อเข้าไปทำงานให้ประชาชน”นายอภิสิทธิ์กล่าว
ในตอนท้ายมีชาวบ้านตั้งคำถามถึงเงินอุดหนุนส่วนต่างราคามันสำปะหลังที่ไม่เคยได้รับ ไม่เคยดูแลอย่างทั่วถึงจากรัฐบาลก่อนๆนายอภิสิทธิ์ตอบว่าไม่เลือกปฏิบัติแน่นอน จะมีทั้งมันสำปะหลัง ข้าว ยางพาราต้องได้รับการประกันราคา
ชลบุรีคึก‘ชวน’ปลุกแฟนคลับสู้เลือกตั้ง
ขณะที่ นายชวน หลีกภัย ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายอลงกรณ์ พลบุตร นายสาธิต ปิตุเตชะ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ลงพื้นที่เทศบาลเมืองชลบุรีอาทิตลาดทรัพย์สิน เทศบาลตำบลบางทรายเพื่อช่วย ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง หรือผู้กองเบิร์ด ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 ชลบุรี เบอร์ 5 พรรคประชาธิปัตย์หาเสียง โดยมีประชาชนมาต้อนรับกันอย่างหนาแน่น ทำให้ตลาดในพื้นที่อ.เมืองชลบุรีคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้สูงอายุซึ่งเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์
นายชวนกล่าวว่าตนเคยเป็นทนายความอยู่ที่ จ.ชลบุรีอยู่กับนายวัฒนา แจ่มแจ้ง สมัยที่ศาลากลางจังหวัดชลบุรีและศาลจังหวัดชลบุรียังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ถือว่าเป็นสถานที่หนึ่งที่อยู่กันมา พี่น้องชาวชลบุรีขอฝากผู้ลงสมัคร ส.ส.ชลบุรี ทุกเขตเลือกตั้งด้วย โดยเฉพาะร.อ.จองชัย เบอร์ 5 ส่วนบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์เบอร์ 27
‘ดร.เชน’ลุยช่วยหาเสียงหนองคาย
ที่ตลาดโพธิ์ชัย จ.หนองคายนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และนายภูมิธรรม เวชชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี พร้อมผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทยทั้ง 3 เขต ประกอบด้วย เขต 1 นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ เบอร์ 3 , เขต 2 น.ส.ชนก จันทาทอง เบอร์ 1 และเขต 3 นายเอกธนัช อินทร์รอด เบอร์ 4 ของ จ.หนองคาย เดินหาเสียงที่ตลาดพบปะประชาชนและร่วมรับประทานอาหารเช้าในตลาดยามเช้า ได้รับการต้อนรับจากชาวหนองคาย มอบพวงมาลัยดอกไม้และพวงมาลัยกล้วยฉาบ
‘ยศชนัน’ถึงอุดรฯโดนรุมกอดหอม
ต่อมานายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะขึ้นเวทีปราศรัยที่โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม ช่วยนายสมัคร บุญปก ผู้สมัคร สส.อุดรธานี เขต 3 เบอร์ 2 หาเสียง โดยก่อนขึ้นเวทีปราศรัยได้เดินพบปะทักทายประชาชนที่มาฟังปราศรัยซึ่งประชาชนทั้งกอดทั้งหอมขอถ่ายรูปต้องใช้เวลากว่าจะเดินถึงเวที
เมืองหลวงพท.อ้อนเลือกยกทั้งจว.
นายยศชนันปราศรัยว่ายศชนันมารายงานตัว วันนี้อบอุ่นจริง ๆ ตอนแรกจะถามว่าขอ 10 เขตได้หรือไม่ แต่ตอนนี้ไม่ถามแล้ว เพราะอุดรฯแดงทั้งแผ่นดินและจะแดงไปตลอดกาล วันนี้ผูกพันจริงๆ ที่ได้กลับมาที่อุดรฯอีกครั้งหนึ่ง นี่คือเมืองหลวงของเพื่อไทยจริงๆยศชนันกลับบ้านมาแล้ว ฝากเนื้อฝากตัวลูกหลานชาวอุดรฯได้หรือไม่
“เราประมาทไม่ได้เพราะครั้งที่แล้วไม่เข้าเป้า ครั้งนี้ขอเดินวนดูหน้าดูตากัน รอบนี้ขอให้เลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งเขต ตอนเลือกอย่าเลือกผิดเพราะถ้าเลือกผิดพรรคจะไม่ได้ทั้งคนทั้งเขต”
ชูยิ่งกว่าพลัส70:30พร้อมทำทันที
นายยศชนัน กล่าวอีกว่าวันนี้ถ้าไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง เพื่อไทยไม่ได้เข้าไปแบบถล่มทลาย ก็ทำไม่ได้ เรามองเห็นเรื่องคนละครึ่ง 50:50 แต่บางคนก็ไม่ไหว วันนี้ยิ่งกว่าพลัส รัฐบาลจ่าย 70 ประชาชนจ่าย 30 ครั้งนี้เป็นศึก สำคัญที่สุดของพี่น้องชาวอุดรฯ ความสามัคคีเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เดินหน้าสื่อสารนโยบายที่ดีให้พี่น้องประชาชน และลงมาพบปะกับพี่น้องประชาชน เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องและพร้อมทำทันที
‘รักชาติ’บุกภูเก็ตย้ำจุดยืนไม่แก้รธน.
ช่วงเช้าที่ จ.ภูเก็ต นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ เบอร์ 35 และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมนายเจษฎ์โทณะวณิกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อและทีมพรรครักชาติ อาทิ นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค หาเสียงที่ตลาดสาธารณะ 2 (ตลาดเกษตร) ถ.ภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมแนะนำหมายเลขพรรค และย้ำจุดยืน “ไม่เห็นชอบแก้รัฐธรรมนูญ ปี 2560” แต่แก้ปากท้องดีกว่า ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น พ่อค้าแม่ค้า และประชาชนทั่วไป เข้ามาขอจับมือให้กำลังใจแคนดิเดตนายกฯของพรรคพร้อมขอถ่ายรูป และเป็นกำลังใจกับความตั้งใจของคนรุ่นใหม่ ที่จะเป็นทางเลือกของการเมืองไทย
‘รทสช.’ย้ำจุดยืนไม่เอารธน.ใหม่
ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค , นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค รวมถึงคณะผู้บริหารพรรค แถลงย้ำจุดยืนของพรรคในการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ว่าขอยืนยันต่อสื่อมวลชนและประชาชนว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่เห็นชอบที่สมควรให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เรายังยืนยัน เพราะเป็นการเซ็นเช็คเปล่าโดยที่ไม่รู้ว่าเซ็นเช็คกับใคร เพราะคำถามประชามติไม่ได้มีกรอบว่าจะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญในรูปแบบใด และถือเป็นการฉีกรัฐธรรมนูญปี 60 ทิ้งทันที ทั้งที่การปรับปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ โดยไม่ต้องฉีกของเก่าทิ้ง
นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญปี 60 ไม่ได้มีอะไรดีไปหมด แต่ไม่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับไหนก็มีข้อบกพร่อง ที่สามารถแก้ไขเป็นเรื่องๆ พรรครวมไทยสร้างชาติเห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา แต่เราไม่เห็นด้วยกับการฉีกทิ้งและเขียนใหม่ ถ้าเราเห็นว่าสมควรให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็เท่ากับเห็นด้วยกับการฉีกทิ้งทั้งฉบับ โดยเฉพาะหมวด 1 และหมวด 2 รวมถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถาบันหลักของชาติ ที่อยู่ในมาตราต่างๆ ซึ่งไม่มีหลักประกันว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะไม่มีผลกระทบสิ่งเหล่านี้
นายพีระพันธุ์ กล่าวว่าต้องเข้าใจให้ชัดเจนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญกับการฉีกรัฐธรรมนูญเป็นคนละเรื่องกันอีกประเด็นสำคัญคือหากรัฐธรรมนูญถูกฉีกทิ้ง คนผิดที่เคยเสียสิทธิ หรือขาดคุณสมบัติต่างๆ ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญปี 60 ก็จะกลับคืนมาทั้งหมด เราจะฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงแบบนี้จริงหรือ

