
ริดสีดวงทวารคืออะไร? รู้ทันอาการ และแนวทางการดูแลตัวเอง
วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.40 น.
ริดสีดวงทวารเป็นปัญหาสุขภาพที่หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ แต่มักมองว่าเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องน่าอาย จึงปล่อยทิ้งไว้จนมีอาการรุนแรงขึ้น ทั้งอาการปวด แสบ คัน หรือมีเลือดออกขณะขับถ่าย ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันโดยตรง มารู้จักว่าริดสีดวงเกิดจากอะไร อาการของริดสีดวงทวารเป็นอย่างไร ไปจนถึงแนวทางการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม เพื่อให้ทุกคนสามารถรับมือกับโรคนี้อย่างถูกต้อง
ริดสีดวง คืออะไร?
โรคริดสีดวงทวาร (Hemorrhoids) คือภาวะที่หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักและปลายลำไส้ใหญ่เกิดการโป่งพองหรือขยายตัวผิดปกติ จากแรงดันที่เพิ่มขึ้นภายในช่องท้องหรือบริเวณทวารหนัก มักสัมพันธ์กับการเบ่งถ่ายอุจจาระ ท้องผูกเรื้อรัง การนั่งขับถ่ายนาน รวมถึงการตั้งครรภ์
ภาวะนี้สามารถเกิดได้ทั้งภายในและภายนอกทวารหนัก และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแล อาจทำให้เกิดอาการเจ็บ ปวด หรือมีเลือดออกขณะขับถ่ายได้
ริดสีดวง มีอาการอย่างไร?
ริดสีดวงทวาร อาการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับประเภทและระยะของโรค บางรายอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่บางรายอาจมีอาการชัดเจนจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน โดยอาการที่พบบ่อยมีดังนี้
- มีเลือดออกขณะถ่ายอุจจาระ มักพบเลือดสีแดงสดปนออกมากับอุจจาระ เห็นเลือดติดกระดาษชำระ หรือมีเลือดหยดลงในโถส้วม
- อาการคันหรือระคายเคืองบริเวณทวารหนัก เกิดจากการอักเสบหรือการระคายเคืองของผิวหนังรอบปากทวารหนัก
- เจ็บปวดหรือรู้สึกไม่สบายบริเวณทวารหนัก โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นริดสีดวงภายนอกหรือมีลิ่มเลือดอุดตัน
- คลำพบก้อนเนื้อที่ทวารหนัก ในผู้ที่เป็นริดสีดวงทวารภายนอก อาจมีก้อนเนื้อยื่นออกมาจากทวารหนักขณะขับถ่าย ซึ่งทำให้นั่งหรือเดินไม่สะดวก
หากมีอาการเหล่านี้อย่างต่อเนื่องหรือมีความรุนแรงมากขึ้น ควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและดูแลรักษาอย่างเหมาะสม
ริดสีดวง แบ่งออกเป็นกี่ประเภท?
ริดสีดวงทวารสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ดังนี้
- ริดสีดวงทวารภายใน (Internal Hemorrhoids) เป็นริดสีดวงที่เกิดขึ้นบริเวณเหนือทวารหนักขึ้นไป ไม่สามารถมองเห็นหรือคลำเจอได้ด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่มักไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดในระยะแรก แต่จะสังเกตได้จากอาการเลือดออกขณะถ่ายอุจจาระ ริดสีดวงชนิดนี้สามารถแบ่งความรุนแรงออกได้เป็น 4 ระยะ ดังนี้
- ระยะที่ 1 ริดสีดวง อาการแรกเริ่มจะมีก้อนขนาดเล็กอยู่ภายในทวารหนัก ไม่สามารถมองเห็นหรือคลำเจอได้ แต่มีเลือดออกขณะถ่ายอุจจาระ
- ระยะที่ 2 ริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น โผล่ออกมานอกทวารหนักขณะเบ่งถ่าย แต่สามารถหดกลับเข้าไปได้เอง
- ระยะที่ 3 ริดสีดวงโผล่ออกมานอกทวารหนักและไม่สามารถหดกลับเข้าไปเอง ต้องใช้นิ้วดันกลับเข้าไป
- ระยะที่ 4 ริดสีดวงโผล่ออกมานอกทวารหนักอย่างถาวร ไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้ มักมีอาการปวด บวม และอักเสบร่วมด้วย
- ริดสีดวงทวารภายนอก (External Hemorrhoids) เป็นริดสีดวงที่เกิดบริเวณปากทวารหนักหรือรอยย่นรอบทวารหนัก สามารถมองเห็นและคลำเจอก้อนหรือติ่งเนื้อได้ เนื่องจากบริเวณนี้มีปลายประสาทรับความรู้สึก ผู้ที่เป็นริดสีดวงชนิดนี้จึงมักมีอาการเจ็บ ปวด หรือไม่สบาย โดยเฉพาะเมื่อเกิดการอักเสบหรือมีลิ่มเลือดอุดตัน ทำให้นั่งหรือเดินลำบากมากขึ้น
เป็นริดสีดวง มีแนวทางการดูแลตัวเองเบื้องต้นอย่างไร?
การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีตั้งแต่ระยะแรกที่มีอาการริดสีดวง ช่วยบรรเทาอาการ ลดความรุนแรง และป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้ โดยแนวทางการดูแลตัวเองเบื้องต้นมีดังนี้
- หากมีอาการปวดหรือไม่สบายบริเวณทวารหนัก สามารถรับประทานยาแก้ปวดในเบื้องต้นร่วมกับการแช่น้ำอุ่น อุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส ครั้งละประมาณ 15 นาที วันละ 2-3 ครั้ง เพื่อช่วยลดอาการปวดและการอักเสบ
- หากมีก้อนยื่นออกจากทวารหนัก หลังขับถ่ายควรใช้น้ำฉีดชำระทำความสะอาด จากนั้นใช้นิ้วดันก้อนกลับเข้าไปอย่างนิ่มนวล ไม่ควรปล่อยให้ก้อนคาอยู่นาน เพราะอาจทำให้เกิดอาการบวม อักเสบ และปวดมากขึ้น
- หากมีเลือดออกจากริดสีดวงทวารหลังถ่ายอุจจาระ โดยทั่วไปเลือดสามารถหยุดได้เอง แต่ถ้าเลือดไม่หยุด เลือดปนกับอุจจาระ หรือมีมูกเลือด ควรรีบไปพบแพทย์
อย่างไรก็ตาม หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีความผิดปกติร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยอย่างละเอียด
ริดสีดวงทวาร หมั่นสังเกตอาการ รู้ทันรักษาได้
ริดสีดวงทวารเป็นโรคที่สามารถพบได้บ่อยและเกิดขึ้นได้กับทุกคน อาการอาจเริ่มจากความผิดปกติเล็กน้อย เช่น คัน เจ็บ หรือมีเลือดออกขณะขับถ่าย หากหมั่นสังเกตอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ปรับพฤติกรรม และดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี จะช่วยลดความรุนแรงของโรคและป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้ ที่สำคัญคือไม่ควรละเลยหรือปล่อยให้อาการเรื้อรังจนส่งผลต่อคุณภาพชีวิต
สำหรับผู้ที่มีอาการริดสีดวงทวารในระยะรุนแรง โรงพยาบาลวิภาวดี ให้บริการผ่าตัดรักษาริดสีดวงทวารโดยทีมศัลยแพทย์เฉพาะทาง พร้อมห้องผ่าตัดมาตรฐานและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ดูแลใส่ใจคนไข้ทุกขั้นตอนการรักษา ภายใต้มาตรฐานโรงพยาบาลเอกชนระดับสูง เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยในทุกขั้นตอน
ช่องทางการติดต่อ
- Facebook: Vibhavadi Hospital
- Line: @Vibhavadihospital
- Email: custserv@vibhavadi.com
- Tel: 02-561-1111 หรือ 02-581-1111