
‘ชวน’ประกาศปชป.ไม่ใช่พรรคอะไหล่ ไม่จับมือ‘เพื่อไทย’! ซัด‘แม้ว’เลือกปฏิบัติคนใต้
วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
‘ชวน’ประกาศปชป.ไม่ใช่พรรคอะไหล่ ไม่จับมือ‘เพื่อไทย’! ซัด‘แม้ว’เลือกปฏิบัติคนใต้ ‘หนู’ยํ้า‘ภูมิใจไทย’ไม่ทำโพล ชอบหาเสียงแบบออร์แกนิค กธ.ย้ำสอย2ผู้สมัครไม่กระทบ
“อนุทิน” ลั่นไม่ทำโพล ภท.บอกแฮปปี้ลงพื้นที่ออร์แกนิคมากกว่า การันตีได้เลือกตั้งแน่นอน “ชวน หลีกภัย” บุกแฟลตดินแดง เคาะประตูบ้านขอคะแนน ปลุกขวัญปชป.ยุคผลัดใบ ไม่ใช่พรรคอะไหล่ ร่วมรัฐบาลกับใครก็ได้ ย้ำจุดยืนชัดเจน ไม่เอาพท. ไม่หักหลังประชาชนที่เคยสู้ร่วมกันมา “มาร์ค” บุก “ตราด” ทวงคืนเก้าอี้ สส. ย้ำพาปท.ออกจากหล่มคอร์รัปชั่น-แก้ทุนเทา ยันได้เป็นรัฐบาลสร้างการเมืองโปร่งใส เปลี่ยนระบบราชการ ไม่ให้เรียกรับเงินจากประชาชน
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 23 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคเพื่อไทย (พท.) ประกาศ จ.อุดรธานี เป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดง จะส่งผลกระทบอะไรต่อการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย(ภท.)หรือไม่ว่า แต่ละคนก็มีความผูกพันกับพื้นที่ มีสิทธิอยู่แล้ว พรรคภูมิใจไทยเวลาไปบุรีรัมย์ก็บอกว่าบุรีรัมย์เป็นต้นกำเนิดของพรรคภูมิใจไทย ไม่เห็นแปลกตรงไหน ทุกคนมีความผูกพัน มีความดีใจภูมิใจที่ได้พูดในสิ่งที่ตัวเองภาคภูมิใจ ไม่ได้บอกว่าอุดรฯเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย เขาบอกว่าเป็นเมืองหลวงของเสื้อแดง เวลาไปบุรีรัมย์พอบอกว่าเป็นต้นกำเนิดของภูมิใจไทยคนก็เฮ เวลาอยู่บนเวทีแล้วชาวบ้านเฮก็มีกำลังใจ แต่ถ้าเงียบคนพูดเหงื่อตกและขาดกำลังใจ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อถามว่าหลายพรรคทำโพลของตัวเอง ภูมิใจไทยทำโพลพรรคหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่คอยสนใจเรื่องนี้ ตนสนใจไปหาเสียงแบบออร์แกนิกมากกว่า และมีความสุขที่ได้ไปแบบนี้ ช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้พูดคุยได้รับฟังข้อเสนอแนะของประชาชนบางอย่างเรานึกไม่ถึงเขาคิดแบบนี้ และตนกลับมาอันไหนที่เป็นเรื่องของงานประจำที่หน่วยงานราชการต้องทำตนก็บอกปลัด อธิบดี ให้ทำไปตามความต้องการของประชาชน รู้สึกว่าใช้เวลากับสิ่งเหล่านี้มันเกิดประโยชน์โดยตรงกับประชาชน และรัฐบาลก็ได้ผลงานด้วย หน่วยงานก็ได้ผลงานด้วย ทำอย่างนี้มีความสุขแฮปปี้
เมื่อถามว่าการลงพื้นที่แบบออร์แกนิกจะโน้มน้าวประชาชนได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถนัดอย่างไร แฮปปี้อย่างไร สบายใจอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ไม่ได้เก่งทุกเรื่อง
เมื่อถามว่าเวลาลงพื้นที่แบบออร์แกนิกมีการพูดถึงการแก้ปัญหาชายแดน และพรรคภูมิใจไทยก็มีแนวทางยกเลิกเอ็มโอยู 43-44ทำไม่ไม่ใช้เรื่องนี้หาเสียงด้วย นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ตนเป็นนายกฯด้วย หากไม่ได้เป็นนายกฯมันส์กว่านี้อีกเพราะเป็นนายกฯพูดอะไรก็ต้องนึกถึงประเทศด้วย จึงมีข้อจำกัดบางอย่าง ถ้าตนไม่มีความรับผิดชอบต่อเกียรติภูมิของประเทศ ถ้าเขาไปตีความว่าเป็นคำพูดของนายกฯแล้วไปพูดสนุกสนานเร้าใจมันไม่ได้ ตนจึงเลือกที่จะระมัดระวัง และไม่ได้เอาเรื่องพวกนี้มาเป็นสาระในการหาเสียง การหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยคือทำอย่างไรให้ประชาชนแก้ไขปัญหาปากท้องได้
เมื่อถามว่าขณะนี้ใกล้วันเลือกตั้งทำไมยังมีกระแสไม่ได้เลือกตั้งอีก นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีอย่าเสพโซเชียลเยอะกกต.ได้หารือกับรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยว่าหากมีเหตุการณ์อะไรไม่พึงประสงค์หรือทำให้การเลือกตั้งของประชาชนตามชายแดนมีปัญหา กระทรวงมหาดไทยมีมาตรการจัดให้มีการเลือกตั้งด้วยการอำนวยความสะดวกต่างๆ กกต.ได้ลงนามและแจ้งรัฐบาลมาแล้ว เราก็รับทราบหมดก็ไม่มีอะไรแล้ว
อัด’ธนาธร’ไม่ใช่หน้าที่ทวงค่าซ่อมบ้าน
นายอนุทิน ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาเรียกร้องให้เร่งจ่ายเงินค่าซ่อมบ้านน้ำท่วมที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) เพิ่งอนุมัติในเรื่องเงินเยียวยาเพิ่มเติมที่ อ.หาดใหญ่ ซึ่งบางคนยังไม่ได้ แต่หลายคนได้แล้ว คำถามต้องตั้งให้ถูกมีบางคนไม่ได้ ตกหล่น ไม่ได้มาขึ้นทะเบียน ช่วงหลังจึงมาขึ้นทะเบียนก็เลยถือโอกาสนี้นำเสนอเรื่องน้ำท่วม เกิน 3 เดือน6เดือน จำได้หรือไม่อย่างเหตุการณ์ที่ จ.อ่างทองและจ.พระนครศรีอยุธยา ครม.เสนอกรรมการการเลือกตั้งไป กกต.เพิ่งอนุมัติมา ในส่วนนี้พออนุมัติมาแล้วก็ดำเนินการต่อไป
“เรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ของนักการเมืองที่จะมาทวง มันเป็นงานประจำของหน่วยงานที่รับผิดชอบเช่นกระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่เราทำตามขั้นตอน เมื่อมันตกหล่นตกสำรวจก็ไปเติมเต็มมา เชื่อว่าตอนนี้อาจจะยังมีคนตกหล่น คนอาจจะยังไม่ขึ้นทะเบียน ซึ่งต้องคอยสำรวจเพราะต้องใช้งบกลางและช่วงนี้ช่วงยุบสภาจะผ่านครม.ไม่พอ ต้องผ่านกกต.ด้วย กกต.พิจารณาเห็นชอบ แล้วถึงจะกลับมา ใครจะมาทวงถาม ให้ไปทวงปลัดกระทรวงมหาดไทย เพราะครม.ให้อำนาจเต็มในการดำเนินการเรื่องนี้ หากทำอะไรตอนนี้ เดี๋ยวจะหาว่า มาหาเสียง คนที่จะมาหาเรื่องหาได้ทุกเรื่อง’นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่า เป็นการดิสเครดิตทางการเมืองหรือไม่ที่อกมาพูดช่วงนี้ นายกรัฐมนตรีย้อนถามสื่อว่าชื่อเล่นชื่อบ่างหรือเปล่า ไม่เอาไม่ถามอะไรที่ตนตอบไปแล้ว ว่า ครม.อนุมัติแล้ว กกต.อนุมัติแล้ว อยู่ที่กระทรวงมหาดไทยแล้ว ปลัดกระทรวงมหาดไทยเห็นชอบได้อย่างแน่นอน เพราะเป็นมติคณะรัฐมนตรี มันก็จบตรงนั้นไม่มีอะไรต้องบอกเพิ่มเติม
‘ธนาธร’เยือนนราธิวาส-ลุยสู้ทุนเทา
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน และรอมฎอน ปันจอร์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชน ได้เดินทางมาที่ จ.นราธิวาส เพื่อช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร ส.ส.โดยระหว่างการปราศรัย นายธนาธรได้กล่าวขอบคุณประชาชนในพื้นที่ที่ให้กำลังใจมาตลอดทาง และกล่าวต่อว่า ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่เกรงกลัวอิทธิพลใดๆ พรรคประชาชนต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตั๋วช้างของพี่น้องตำรวจ เรื่องทหารเกณฑ์ถูกซ้อมจนเสียชีวิตในค่ายทหาร ต่อสู้กับสแกมเมอร์ไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการฟอกเงิน สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพวกเราเอาจริง ขณะนี้หลายฝ่ายพยายามทำลายพรรคปชน.เพราะกลัวว่า หากพรรคประชาชนได้เข้าไปเป็นรัฐบาล จะเข้าไปจัดการเช็คบิลบุคคลที่เคยกระทำผิดไว้ในอดีต กลัวจะเข้าไปจัดระเบียบระบบผลประโยชน์ ทำให้การทุจริตคอร์รัปชันไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อีก
นอกจากนี้ นายธนาธร ยังขอให้พี่น้องชาวนราธิวาสอย่ายอมทนต่อการซื้อสิทธิขายเสียง เพราะเป็นสิ่งที่ผิดทั้งหลักศาสนาและผิดกฎหมาย อย่าทำให้เรื่องที่ไม่ปกติกลายเป็นเรื่องปกติ การซื้อสิทธิขายเสียงคือการขายอนาคตของลูกหลาน หากอยากได้อนาคตที่สว่างไสว ไม่มีอิทธิพล ทั้งสีเทาหรือสีดำ ก็ขึ้นอยู่กับทุกท่านว่า จะตัดสินใจให้อะไรกับอนาคตประเทศไทย อยากเห็นนราธิวาสกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง มีนักท่องเที่ยว มีนักลงทุนเข้ามาในพื้นที่ อยากเห็นสันติภาพที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงต่อชาวนราธิวาส ก็ขอให้เลือกพรรคประชาชนและขอให้ความสันติสุขจงมีแด่ชาวนราธิวาส เมื่อถามว่า หากเลือกพรรคปชน.แล้วจะโหวตให้ นายอนุทิน เป็นนายกฯอีกหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า จะไม่ขานชื่อ นายอนุทิน เป็นนายกฯจากพรรคปชน.อีกแล้ว พร้อมวอนประชาชนใน 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่าเชื่อข้อมูลเท็จดังกล่าว
‘มาร์ค’บุก’ตราด’ทวงคืนเก้าอี้ สส.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมแกนนำพรรค ลงพื้นที่พบปะประชาชนที่ตลาดสดเทศบาลแสนตุ้ง อ.เขาสมิง จ.ตราด เพื่อช่วย นายปรีชาวิญช์ฉิมผกา ผู้สมัคร สส.ตราด เบอร์7 ทันทีที่คณะ นายอภิสิทธิ์ เดินทางถึง ในเวลาที่บรรยากาศภายในตลาดที่เคยสัญจรตามปกติกลับคึกคัก มีประชาชนและพ่อค้าแม่ขายต่างเข้ามาทักทายอย่างเป็นกันเอง พร้อมมอบดอกกุหลาบและพวงมาลัยเพื่อเป็นการให้กำลังใจ ส่งเสียงเชียร์”สู้ๆนะคะประชาธิปัตย์ เบอร์27” “ขวัญใจเลยค่ะ หลอของจริงนะคะ”และขอถ่ายรูปเป็นระยะๆ
ย้ำพาปท.พ้นหล่มคอร์รัปชั่น-แก้ทุนเทา
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เหลือเวลาไม่ถึง 20วัน จะมีการเลือกตั้ง พรรคปชป.หวังว่า จะเป็นการเลือกตั้งที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประชาชนและประเทศได้ วันนี้บ้านเมือง เศรษฐกิจ สังคม มีปัญหามาก เรื่องใหญ่คือ ติดหล่มปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ทำลายความเชื่อมั่นนักลงทุน ความไว้วางใจ ระบบยุติธรรม ที่ทำให้ชีวิตประชาชนมีปัญหากว่า 10ปี มีสิ่งที่ประชาชนเปลี่ยนแปลงได้ หากเอาคนมุ่งมั่นตั้งใจ ซื่อสัตย์สุจริต เข้าปราบปรามการทุจริตและทุนเทา จะเดินหน้าสร้างบ้านเมืองสุจริต ปราบทุจริต ครบวงจร เปลี่ยนกฎระเบียบการติดต่อราชการ อนุญาตไม่ให้ราชการเรียกเงินจากประชาชน เปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างให้ประชาชนตรวจสอบ ทำเรื่องโยกย้ายแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงให้โปร่งใส เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการซื้อขายตำแหน่งที่นำไปสู่คอร์รัปชั่น นักการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งและมีอำนาจต่างๆ ต้องเปิดเผยเรื่องผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องทางธุรกิจทั้งหมด ถ้าทำได้ เรียกความเชื่อมั่นได้ จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่
จากนั้น นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มาพบปะกับพี่น้องที่ จ.ตราด จันทบุรี ระยองและจ.ชลบุรี เราให้ความสำคัญกับภาคตะวันออก เพราะเป็นแบบจำลองเล็กๆของประเทศไทยในเรื่องของปัญหาต่างๆ เราอยากเห็นภาคการเกษตรได้รับการยกระดับขึ้น เพราะเราอยากให้การแปรรูปอาหาร ผลไม้ ให้มีมูลค่าสูง สามารถที่จะเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ในการทำให้เศรษฐกิจโตได้เร็ว แบบที่เคยเป็นในอดีต เราอยากเห็นการปรับฐานการผลิตในภาคอุตสาหกรรม มาเป็นอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้น เราอยากเห็นการได้รายได้จากการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสูงขึ้น ซึ่งเกือบทุกจังหวัดในภาคตะวันออกมีประเด็นเหล่านี้อยู่ทั้งสิ้น วันนี้ก็จะมีโอกาสได้นำสิ่งเหล่านี้มาพูดคุยกับพี่น้องภาคตะวันออกและหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนให้เราไปผลักดันเรื่องเหล่านี้ เพื่อให้การเมืองสุจริตนำไปสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน
‘ชวน‘ประกาศต้านซื้อสิทธิ์ขายเสียง
ที่ย่านประชาสงเคราะห์ กกทม.นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่เดินหาเสียงแบบเคาะประตูบ้าน พร้อมกล่าวปราศรัยกับประชาชนในชุมชน โดยย้ำถึงปัญหาการทุจริต ซื้อสิทธิขายเสียงของผู้สมัคร สส.บางพรรค ทำให้การเมืองเปลี่ยนเป็นธุรกิจการเมือง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ดัชนีคอร์รับชันประเทศไทยสูงขึ้น นักลงทุนไม่กล้ามาลงทุนในประเทศไทย และหนีไปลงทุนในประเทศอื่น เพราะแม้จะมีกฎหมายที่เข้มงวด แต่ก็ยังมีการเลือกปฏิบัติ และยังโชคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ ยังสนับสนุนการแก้ปัญหาการทุจริต ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง
ลั่นกระแสปชป.ฟื้น-ไม่ใช่อะไหล่
นายชวน ยังระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้บางพรรคยังใช้เงินซื้อ สส.จากพรรคการเมืองอื่น ซึ่งก็มี สส.ของพรรคฯถูกซื้อไปด้วย ซึ่งแม้ผู้ถูกซื้อจะไม่ได้ให้รายละเอียดว่า ถูกซื้อไปเท่าไร ตนก็มั่นใจว่า ได้มีการตกลงกันไปแล้ว เพราะไม่เช่นนั้นคงไม่ย้ายพรรค พร้อมยกตัวอย่างการเลือกตั้ง2566ใน จ.นครศรีธรรมราช ที่นายราชิต สุดพุ่ม อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคปชป.ซึ่งปัจจุบันลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย ได้คะแนนน้อยที่สุด ซึ่งตนบอกผ่านพรรคพวกไปว่า อย่าใช้เงิน เพราะคนนครศรีธรรมราชไม่รับเงิน ถ้าได้เป็น สส.ก็ไม่น่าภูมิใจ เพราะใช้เงินซื้อ ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างผลกระทบต่อการเมืองให้บ้านเมืองเสื่อมทรุด เพราะการทุจริต บ้านเมืองไปไหนไม่รอด มั่นใจว่ากระแสพรรคปชป.จะดีขึ้น โดยเฉพาะสส.บัญชีรายชื่อ หลัง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคฯลาออกไป เพราะที่ผ่านมามีความพยายามทำให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเล็ก หรือเป็นพรรคอะไหล่ พรรคสำรอง เหมือนที่ผู้บริหารพรรคบางกลุ่มเคยทำ เพื่อหัวหน้าพรรคฯ ได้เป็นรัฐมนตรีทุกยุค ทุกสมัย อะไรก็ได้ขอให้ผู้บริหารพรรคฯได้เป็นรัฐมนตรี จนกระทั่ง นายอภิสิทธิ์ และบุคลากรคนอื่นๆของพรรคทยอยลาออก
จากการฟื้นตัวรอบนี้ มีความหวังที่จะได้ สส.เป็นนความตั้งใจของ นายอภิสิทธิ์ แต่สำหรับตนอยากให้พรรคปชป.เดินหน้าต่อ ไม่ใช่พรรคอะไหล่ พรรคสำรองหรือ พรรคประกอบ ที่ผู้บริหารพรรคต้องการทำให้เป็น ซึ่งผมถือว่าผ่านไปแล้ว ต่อไปนี้พรรคจะได้ สส.กี่คนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่พรรคอะไหล่ พรรคสำรอง ไม่ใช่พรรคที่จะเป็นรัฐบาลกับเขาทุกยุคทุกสมัย ร่วมกับใครก็ได้
ย้ำชัดเจนไม่ร่วมรบ.กับเพื่อไทย
“ผมค้าน อย่าไปร่วมกับพรรคเพื่อไทย เพราะนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยเลือกปฏิบัติกับคนภาคใต้ เขาไม่มาพัฒนาภาคใต้ เลือกพัฒนาจังหวัดที่เลือกเขา สุดท้ายพรรคเพื่อไทยได้หมดทั้งประเทศภาคเหนือ อีสาน ยกเว้นภาคใต้ที่ไม่ได้แม้แต่คนเดียว ดังนั้นไม่สามารถทรยศกับชาวบ้าน เพราะรณรงค์ไม่ให้เลือก แต่พอเขาเป็นนายกฯกลับยกมือให้ เท่ากับทรยศหักหลังประชาชน เที่ยวนี้ตนคิดว่าสิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง ทำอย่างไรให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ สส.หลายคน ผมเชื่อว่า บัญชีรายชื่อ ดีขึ้นแน่ ครั้งก่อนได้ 3คน เที่ยวนี้คงไม่ใช่ 4คนแน่นอน คาดว่า จะเพิ่มกว่าเดิมอีกหลายเท่า ส่วนจะกี่เท่าขึ้นกับประชาชน ที่จะบอกกับญาติที่บ้าน ใครรับผิดชอบจังหวัดไหนขอให้ช่วยกัน” นายชวนกล่าว
จากนั้น นายชวน และนางสาวศิริภา ยังได้ขึ้นรถแห่ไปตามถนนประชาสงเคราะห์ เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนในเขตดินแดง และเดินเท้าต่อ เพื่อขอคะแนนจากประชาชนที่พักอาศัยแฟลตดินแดง
‘จุลพันธ์’ลุยห้วยขวางฟังปัญหาปากท้อง
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่พบปะประชาชนบริเวณตลาดห้วยขวาง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ นายสหัสวรรษ วีระมงคลกุล (แมน) ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 6 เบอร์ 4 พรรคเพื่อไทย เพื่อรับฟังปัญหาปากท้องของประชาชน และสื่อสารนโยบายด้านเศรษฐกิจ มีประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าออกมาจับจ่ายใช้สอยจำนวนมาก บรรยากาศคึกคัก พรรคเพื่อไทยได้สื่อสารนโยบายสำคัญ อาทิ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย นโยบายปลดหนี้คนไทย โครงการคนละครึ่งยิ่งกว่าพลัส รวมถึงมาตรการลดค่าครองชีพอื่นๆ
นายจุลพันธ์ให้สัมภาษณ์ว่า การตอบรับของประชาชนวันนี้สะท้อนความเชื่อมั่นที่มีต่อพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะในพื้นที่กทม.ซึ่งพรรคเชื่อมั่นว่า จะทวงคืนพื้นที่กลับมาได้จำนวนมาก พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมรับฟังการปราศรัยใหญ่พรรคที่ยามพารากอน ซึ่งจะนำเสนอแนวทางการต่อสู้ทางการเมือง และการเปิดนโยบายใหม่ของพรรคด้วย
‘อนุดิษฐ์’เชื่อกทม.ไม่มีแลนด์สไลด์
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคกล้าธรรม (กธ.) เปิดเผยถึงกระแสของพรรคกล้าธรรมในกรุงเทพมหานครว่าตนเองคิดว่าการทำงานหนักของพรรคกล้าธรรม รวมถึงการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะมากหรือน้อย เชื่อว่าคนกรุงเทพมหานครจะเห็นความตั้งใจของผู้สมัครและเห็นถึงนโยบายที่จะเป็นประโยชน์กับคนกรุงเทพมหานคร ส่วนประเมินว่ากรุงเทพฯจะไม่มีพรรคไหนแลนสไลด์ ใช่หรือไม่ น.อ. อนุดิษฐ์ เชื่อว่า คนกรุงเทพฯยังไม่ตัดสินใจจะเลือกพรรคใดเป็นพิเศษ รู้ว่าพรรคกล้าธรรม เป็นพรรคน้องใหม่ในพื้นที่ เชื่อมั่นว่าผู้สมัครทุกคนที่ยืนอยู่รอบตัวตนเองในวันนี้ เราสู้กับตัวเองไม่ได้สู้กับพรรคการเมืองใดเป็นพิเศษ ทุกคะแนนเสียง คือ เมล็ดพันธุ์ของพรรคกล้าธรรม คะแนนที่ได้ถือว่าเป็นต้นทุนในอนาคต จากประสบการณ์ส่วนตัวชื่นชมการทำงานของทุกพรรคการเมือง การหาเสียงเป็นไปอย่างสงบ แข่งขันด้วยนโยบายและความตั้งใจ ส่วนตัวคิดว่าไม่มีพรรคการเมืองใดแลนด์สไลด์ในกทม.
‘ธรรมนัส’ย้ำสอย2ผู้สมัครไม่กระทบ
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ วานนี้ (22 ม.ค.) ศาลฏีกาได้มีคำสั่งให้ถอดถอนชื่อของ นายชลสิทธิ แก้วยะรัตน์ ผู้สมัคร สส.เขต 2 จ.ภูเก็ต สังกัดพรรคกล้าธรรม กรณีถือหุ้นสื่อ ว่า เรื่องดังกล่าวทางพรรค ได้รับทราบว่า นายชลสิทธิ์ ได้ถือหุ้นภายหลังที่บุคคลดังกล่าวสมัครลงรับเลือกตั้งไปแล้ว พร้อมได้ตรวจสอบแล้วพบว่ายังถือหุ้นในบริษัทสื่อในสัดส่วนร้อยละ 1 และทางพรรคได้แจ้งเตือนไปยังผู้สมัครแล้ว ซึ่งเมื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการ และเมื่อผลปรากฏออกมาตามข่าวที่ปรากฏก็ต้องยอมรับ สำหรับกรณีของนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ที่กกต.มีหนังสือแจ้งให้ถอนชื่อสมัครเลือกตั้ง สส.เขต7 จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจาก เคยต้องคำพิพากษาในคดีลักต้นไม้ 4 ต้น โดยโทษจำคุกให้รอการลงอาญา 2ปีนั้น มองว่าเป็นเรื่องของความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในอดีตของผู้สมัครคนดังกล่าวและคู่กรณี ซึ่งก็จะต้องมีการร้องศาลต่อสู้คดีกันต่อไป แต่ในขณะนี้สิทธิ์ของผู้สมัครคนดังกล่าวยังถือเป็นผู้สมัครอยู่ จนกว่าศาลจะมีคำสั่งชัดเจน พร้อมย้ำว่า ทั้ง 2กรณีที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองส่วนกรณีที่เกิดขึ้นจะส่งผลต่อภาพรวมพรรคหรือไม่นั้น ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคส่งผู้สมัครกว่า 300เขต หากมีผู้สมัครหายไป 2เขต เชื่อว่าไม่กระทบต่อภาพรวมการเลือกตั้งในครั้งนี้
‘โภคิน’ชี้เลือกทสท.ไม่มีเสียเปล่า
ด้าน นายโภคิน พลกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวว่า เลือกพรรคไทยสร้างไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้“คะแนนไม่ตกน้ำ”และไม่ใช่เรื่องเสียเปล่า แม้จะมีกระแสกดดันให้เลือกพรรคใหญ่เพื่อสู้กับขั้วอำนาจเดิม บทเรียนที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่าพรรคใหญ่เหล่านั้นสามารถจับมือกันได้ในภายหลังโดยไม่ยึดโยงอุดมการณ์ การเลือกไทยสร้างไทยจึงเป็นการส่งสัญญาณว่าประชาชนต้องการ “การเมืองสุจริต” และต้องการพรรคที่มีจุดยืนชัดเจน ไม่เป็นนอมินีของใคร และพร้อมเปลี่ยนทุกคะแนนเสียงให้เป็นพลังในการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง เหตุผลสำคัญที่ต้องเลือกพรรคไทยสร้างไทย คือความพร้อมของ “แพลตฟอร์มบริหารประเทศ” หรือ “แมนิเฟสโต” ที่ทำไว้เสร็จสมบูรณ์แล้ว พรรคไม่ได้มาเพียงเพื่อหาเสียงด้วยวาทกรรม แต่มาพร้อมร่างกฎหมาย และแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน โดยเฉพาะการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันที่เป็นต้นตอของปัญหาประเทศ
นายโภคิน กล่าวอีกว่า พรรคไทยสร้างไทยเป็นทางออกที่จะพาประเทศก้าวพ้น “นิติสงคราม” และความขัดแย้งที่ติดหล่มมานานกว่าทศวรรษ ด้วยนโยบายที่เน้นการ “ปลดล็อก” กฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของคนตัวเล็ก และการสร้างรัฐสวัสดิการที่ยั่งยืน เช่น บำนาญประชาชน 3,000 บาท ซึ่งไม่ใช่เพียงการแจกเงิน แต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก พรรคมีความตั้งใจจริงที่จะเข้ามา “ปรับ” โครงสร้างที่บิดเบี้ยว และ “ปราบ” คนโกงให้หมดไปเพื่อให้คนไทยกลับมามีโอกาสอีกครั้ง หากประชาชนรวมพลังกันเลือกพรรคไทยสร้างไทยให้ถึง 25ที่นั่ง จะสามารถเสนอชื่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นนายกฯ ได้ตามกฎหมาย และหากได้ถึง 100ที่นั่ง พรรคจะสามารถเสนอกฎหมายปฏิรูปประเทศได้ทันที โดยไม่ต้องพึ่งพรรคอื่น จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่า การเลือกพรรคไทยสร้างไทยคือการลงทุนกับอนาคตที่คุ้มค่าที่สุด และเป็นทางเลือกเดียวที่จะนำพาประเทศไปสู่ความก้าวหน้าอย่างซื่อตรง และยั่งยืน
รทสช.ร่วมปล่อยคาราวานรถหาเสียง
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พร้อม นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี,นายนราพัฒน์ แก้วทอง,นายวิทยา แก้วภราดัย,พันเอกเฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา รองหัวหน้าพรรค , นายปรากรมศักดิ์ ชุณหะวัณ กรรมการบริหารพรรคและนางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรค ร่วมพิธีปล่อยขบวนคาราวานมุ่งสู่ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคตะวันตก ท่ามกลางกลุ่มเกษตรกร ชาวนา และประชาชนจากหลายพื้นที่ที่เข้าร่วมสะท้อนปัญหาและให้กำลังใจอย่างคึกคัก
นายพีระพันธุ์ กล่าวย้ำว่า พรรคมีนโยบายผลักดันศาลที่ดินแก้ปัญหาความล่าช้าและความไม่เป็นธรรมในการฟ้องร้องระหว่างประชาชนกับหน่วยงานรัฐ พร้อมประกาศจุดยืนปราบปรามการทุจริตอย่างเด็ดขาด หากพบเจ้าหน้าที่รัฐ หรือข้าราชการเอื้อประโยชน์นายทุน ต้องได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมาย ด้านความมั่นคงพรรคยึดหลักพิทักษ์อธิปไตยชาติ เตรียมสนับสนุนงบประมาณกองทัพ สร้างรั้วแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดระยะทาง798กิโลเมตร ป้องกันการรุกล้ำ พร้อมย้ำจุดยืน ยกเลิกMOU43และ44เพื่อรักษาผลประโยชน์ด้านพลังงานและดินแดนทางทะเล พรรคมีแผนยกระดับภาคเกษตรด้วยการปรับปรุงพันธุ์พืชให้สอดคล้องความต้องการตลาด เพิ่มผลผลิตต่อไร่ ควบคู่ระบบบริหารจัดการน้ำ3ระดับ ได้แก่ การใช้เรดาร์พยากรณ์ฝน การสร้างแก้มลิงทุกจังหวัดและการใช้โซลาร์เซลล์ในระบบสูบน้ำ ลดภาระค่าไฟของท้องถิ่น ยังเตรียมผลักดันใช้โพแทสเซียมผลิตปุ๋ยรัฐจำหน่ายราคาไม่เกิน500บาทต่อกระสอบ แก้ปัญหาต้นทุนการผลิตและการผูกขาดของนายทุน พร้อมปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเพื่อการเกษตร