เพื่อไทย ฟุ้งหนัก รวยทุกวัน จุลพันธ์ ประกาศแจกวันละ 9 ล้าน

เพื่อไทย ฟุ้งหนัก รวยทุกวัน จุลพันธ์ ประกาศแจกวันละ 9 ล้าน

เพื่อไทย ฟุ้งหนัก รวยทุกวัน จุลพันธ์ ประกาศแจกวันละ 9 ล้าน

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 08.28 น.

หลังจากที่วานนี้ พรรคเพื่อไทยได้มีการเปิดตัวนโยบายบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากเกี่ยวกับนโยบายนี้จนกลายเป็นกระแสไวรัลในชั่วข้ามคืน

กระทั่งในเวลาต่อมาของวานนี้ 23 มกราคม พ.ศ. 2569 จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ได้ประกาศนโยบายที่น่าเหลือเชื่อขึ้นกับนโยบาย รวยทุกวันเงินล้าน 9 คน ทุกวัน รางวัลละ 1 ล้านบาท สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลกออนไลน์กับนโยบายนี้ โดยมีข้อความระบุทั้งหมด ว่า“จุลพันธ์ ประกาศนโยบายใหญ่ สร้างเศรษฐี 9 คน ทุกวัน! กลางกรุงเทพ วันนี้ (23 มกราคม 2569) บนเวทีปราศรัยใหญ่พรรคเพื่อไทย ณ ลาน Parc Paragon จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ประกาศนโยบายสำคัญ ‘รวยทุกวันเงินล้าน 9 คน’ นโยบายที่จะมอบรางวัลให้กับประชาชนคนไทย 5 กลุ่ม ทุกวัน รางวัลละ 1 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขเพียงการอยู่ในระบบ โดยเฉพาะระบบภาษีและการจับจ่ายที่มีการเสียภาษีเป็นสำคัญ ในการประกาศนโยบาย จุลพันธ์ชี้ว่าเป็นกลไกสำคัญในการนำประเทศไปสู่เศรษฐกิจรายได้สูง จูงใจประชาชนเข้าสู่ระบบภาษี และเป็นการสร้างฐานข้อมูลสำคัญ ทำให้รัฐบาลมองเห็นพื้นที่เปราะบางและกำหนดพื้นที่การพัฒนาอย่างแม่นยำได้ด้วยฐานข้อมูลขนาดใหญ่ในการปราศรัย จุลพันธ์ เริ่มต้นกล่าวถึงนโยบายต่างๆ ของพรรคเพื่อไทย ที่นำเสนอและสานต่อในการเลือกตั้งที่จะมาถึง อาทิ ล้างหนี้ ประกันกำไรสินค้าเกษตร รถไฟฟ้า 20 บาท และนโยบายคนไทยไร้จน โดยย้ำว่าทุกนโยบายมุ่งยกระดับประเทศสู่ประเทศรายได้สูง

จุลพันธ์

จุลพันธ์ได้ย้ำว่านโยบายทั้งหมด จะไม่สมบูรณ์ ‘ถ้าเราขาดข้อมูลที่แม่นยำ’ โดยอ้างอิง ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ว่า ‘Data คือกระดูกสันหลัง’ ของการออกแบบนโยบาย เพื่อแก้ปัญหาการออกนโยบายที่ความช่วยเหลือที่เดิมที่ไม่ตรงจุดและอธิบายว่าปัญหาเกิดจากการที่ประเทศไทยขาดการสะสมฐานข้อมูลขนาดใหญ่ การเปลี่ยนแปลงสำคัญซึ่งนโยบายสำคัญ ‘รวยทุกวันเงินล้าน 9 คน’ จะเข้ามาร่วมแก้ปัญหาคือการสร้างฐานข้อมูล ทำให้การทำงานยืนอยู่บนความเป็นวิทยาศาสตร์ เพื่อการเข้าใจเศรษฐกิจฐานราก โดยย้ำว่า ‘ข้อมูลคือพลัง’

สำหรับนโยบาย ‘รวยทุกวันเงินล้าน 9 คน’ จุลพันธ์ เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงหลักการที่จะ ‘ไม่บังคับใครเข้าสู่ระบบ’ แต่จะใช้ ‘รางวัลและความภาคภูมิใจ’ เป็นตัวนำ กระบวนการของนโยบาย คือการออกรางวัลทั้งหมก 9 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท ในทุกๆ วัน โดยประชาชนไม่จำเป็นต้องซื้อหาอะไรเพื่อรับสิทธิในการลุ้นเงินล้าน แต่คือการที่ประชาชนอยู่ในระบบภาษี หรือจับจ่ายกับร้านค้าในระบบภาษีที่มีใบเสร็จ หรือเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในเกณฑ์ที่รัฐอยากมอบรางวัล และความหวังในทุกๆ วันให้กลุ่มผู้มีสิทธิลุ้นรางวัล แบ่งเป็น 5 กลุ่มหลักโดย 5 กลุ่มหลักแบ่งย่อยได้เป็น 2 กลุ่ม

จุลพันธ์

กลุ่มแรก หรือ 4 รางวัลแรก จะมาจากคนกลุ่มสำคัญของประเทศ 4 กลุ่มคือ

1. พี่น้องเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญในฐานะรากฐานของประเทศ และชี้ว่ากว่า 1.7 ล้านครัวเรือนไม่อยู่ในระบบทะเบียน ทำให้ไม่มีข้อมูลเพื่อนำไปดูแลเพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ขาดศักยภาพในการก้าวไปสู่เกษตรมูลค่าสูง

2. กลุ่มที่เสียสละเพื่องานสาธารณะประโยชน์ คือ อสม. อสส อาสากู้ภัย ทหารผ่านศึก และ ชรบ. ที่ขึ้นทะเบียน

3. ผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่มที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และใช้ชีวิตยากลำบากจากบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

4. ประชาชนที่ยื่นภาษีเงินได้ คนทำงานและผู้อยู่ในระบบแรงงานทุกคน เป็น “ฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ”

จุลพันธ์

กลุ่มที่สอง อีก 5 รางวัล จะมาจากประชาชนที่จับจ่ายในระบบที่มีการออกใบเสร็จรัฐบาลจะสุ่มออกรางวัล วันละ 5 คนรวมแล้วเป็น 9 รางวัล วันละ 9 ล้านบาท ประกาศในทุกวัน

สำหรับประโยชน์ของนโยบาย จุลพันธ์สรุปว่าทุกฝ่ายได้ประโยชน์ สำหรับผู้ถูกรางวัล ได้เงินทันทีโดยไม่มีขั้นตอนหรือข้อกำหนดเพิ่มเติม โดยกลุ่มผู้ที่ไม่ถูกรางวัล ก็ไม่เสียอะไร แต่รัฐบาลพัฒนาใบเสร็จดิจิทัล ทำให้การจับจ่ายมีบันทึกใบเสร็จตรวจสอบได้ และกล่าวว่าที่สำคัญคือ ทุกท่านจะมี ‘ความหวัง’ ได้ในทุกๆ วัน

จุลพันธ์

สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการ จะได้ยกระดับร้านค้า ลดต้นทุน และด้วยนโยบาย “สร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน” จะเป็นอีกแรงจูงใจที่ทำให้มีลูกค้ามากขึ้น

สุดท้ายสำหรับรัฐบาลซึ่งเป็นประโยชน์ที่จะส่งต่อถึงประชาชน คือการมีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ทำให้เข้าใจพื้นที่ได้ สร้างความเจริญได้โดยไม่ต้องใช้การคาดเดา ทำให้มองเห็นข้อมูลเกี่ยวกับการค้า การจับจ่าย พื้นที่ย่าน ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดนโยบายที่ถูกที่ถูกเวลา และมีความแม่นยำมากขึ้น

หลังจากอธิบายนโยบายสำคัญ ในช่วงท้ายของการปราศรัย จุลพันธ์ ได้ปราศรัยถึงว่า ‘หนิมจะคุยอะไรกับหนู’ โดยคุยไปถึง ‘เท้ง’ ด้วย จุลพันธ์กล่าวถึงอุบัติเหตุทางการเมืองในการเลือกนายกและจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ว่าเป็นการ ‘คว่ำกระดาน’ การต่อสู้กับอนุรักษ์นิยม 20 ปี และย้ำว่าเป็นการ ‘เอาเสียงประชาชนไปทำการทดลอง’ ซึ่งท้ายที่สุดประสบความล้มเหลว จุลพันธ์ ย้ำว่าความล้มเหลวนั้น ผู้จ่ายราคาคือประชาชน เหตุการณ์เช่นน้ำท่วมที่หาดใหญ่ การโยกย้ายข้าราชการ ฮั้วะสว. เขากระโดง ล้วนเป็นราคาที่คนไทยร่วมกัน

สุดท้ายจุลพันธ์ชี้ว่า ประเทศไทยไม่ใช่สนามเด็กเล่น เราไม่เวลาให้ใครเอาประเทศไปเป็นห้องทดลอง คนไทยไม่ใช่หนูทดลองของเท้ง ‘เลือกเท้งได้หนูมาทดลอง เลือกเพื่อไทยได้ยศชนันท์เป็นรัฐมนตรีแน่นอน!’ #พรรคเพื่อไทย #รวยทุกวันเงินล้าน9คน #เพื่อไทยทำได้ #เพื่อไทยเบอร์9 #จุลพันธ์อมรวิวัฒน์ผลิตสื่อโดย พรรคเพื่อไทย เลขที่ 197 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้”

จุลพันธ์

ขอขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก พรรคเพื่อไทย

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก เฟซบุ๊ก จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

Leave a comment