
กกต.เปิดเวทีถกประชามติแก้ รธน. 27 ม.ค.นี้ คิว 10 พรรค ก่อนเผยแพร่ NBT ใช้ประกอบการตัดสินใจ
วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.32 น.
กกต.เปิดเวทีแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ ในหัวข้อเกี่ยวกับการแก้ไข รธน. ในวันที่ 27 ม.ค. มีตัวแทน 10 พรรคการเมืองร่วมแสดงจุดยืน ซึ่งจะนำเทปบันทึกมาเผยแพร่ทาง NBT อีกครั้ง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการออกเสียง 8 ก.พ.
เมื่อวันที่ 25 ม.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดเวทีแสดงความคิดเห็นของภาคส่วนต่างๆ ในการทำประชามติ “ECT สร้างสรรค์ประเทศไทยพร้อมใจไปออกเสียงประชามติ 8 กุมภาพันธ์ 69” ในคำถาม “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรม นูญฉบับใหม่หรือไม่”
โดยวันนี้จัดเวทีแรกเป็นการแสดงความคิดเห็นของภาคองค์กรประชาสังคมและประชาชน ซึ่งกกต.เปิดให้มีการลงทะเบียนผู้ที่ประสงค์จะแสดงความคิดเห็นและมีการจับสลากตัวแทนของทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายที่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีตัวแทนแสดงความคิดเห็น 2 คน ประกอบด้วยนายบารมี ชัยรัตน์ ตัวแทนภาคเกษตรกร และนายรัชพงษ์ แจ่มจิรไชยกุล นักศึกษาปริญญาโทด้านนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ขณะที่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายกิตติพงษ์ กมลธรรมวงศ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ มาเป็นตัวแทน ส่วนอีก 1 คน ขอถอนตัว เนื่องจากติดภารกิจ ซึ่งการแสดงความคิดเห็นให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมกัน มีการถ่ายทอดไลฟ์ผ่านทางเพจสำนักงาน กกต.และเพจกองทุนเพื่อการพัฒนาการเมือง โดยจะนำเทปบันทึกรายการสดมาออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT อีกครั้ง
สำหรับการแสดงความคิดเห็นในส่วนของพรรคการเมืองทั้งสองฝ่าย จะมีขึ้นในวันที่ 27 ม.ค. โดยมี 10 พรรคการเมือง แบ่งเป็นพรรคที่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 5 พรรค พรรคการเมืองที่เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคภูมิใจไทย พรรคแผ่นดินธรรม พรรคเป็นธรรม พรรคพลวัต และพรรคโอกาสใหม่ ขณะที่พรรคการเมืองที่ไม่เห็นด้วย ประกอบด้วย พรรคอนาคตไทย พรรครักชาติ พรรคประชาไท พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคใหม่
ขณะที่นายเกรียงไกร พานดอกไม้ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ระบุว่าการจัดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นที่มีการออกเสียงประชามติ กกต.จะเปิดเวทีทั้งในส่วนกลาง เป็นการแสดงความคิดเห็นของตัวแทนภาคประชาชนทั้งสองฝ่ายและจากพรรคการเมือง รวมถึงจะมีการนำเทปบันทึกการแสดงความคิดเห็นเปิดเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆอีกครั้ง
ขณะเดียวกันก็มีการจัดเวทีของ กกต. จังหวัดทั่วประเทศเพื่อให้ประชาชนได้มีข้อมูลเพียงพอประกอบการตัดสินใจก่อนไปออกเสียงประชามติ ส่วนจำนวนภาคประชาชนที่มาร่วมแสดงความคิดเห็นนั้นถือว่าไม่มากและน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับเวทีต่างๆ ซึ่งสำนักงานกกต.จังหวัดก็มีการเปิดเวทีแสดงความคิดเห็น ซึ่งอาจจะไปแสดงความคิดเห็นในเวทีระดับภูมิภาค ประกอบกับสื่อมวลชนก็ได้มีการเชิญตัวแทนพรรคการเมือง หรือแกนนำของพรรคการเมืองภาคประชาสังคมไปร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย