พายุฤดูหนาวถล่มสหรัฐฯ 21 รัฐประกาศภาวะฉุกเฉิน 13,000 เที่ยวบินถูกยกเลิก

พายุฤดูหนาวถล่มสหรัฐฯ 21 รัฐประกาศภาวะฉุกเฉิน 13,000 เที่ยวบินถูกยกเลิก

25 ม.ค. 2569 06:02 น.

พายุฤดูหนาวถล่มสหรัฐฯ 21 รัฐประกาศภาวะฉุกเฉิน 13,000 เที่ยวบินถูกยกเลิก

พายุฤดูหนาวขนาดใหญ่กำลังพัดถล่มหลายพื้นที่ในสหรัฐฯ จนอย่างน้อย 21 รัฐต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน ในขณะที่มีเที่ยวบินถูกยกเลิกกว่า 13,000 เที่ยวจนถึงวันจันทร์นี้

เมื่อวันเสาร์ที่ 21 ม.ค. 2569 พายุฤดูหนาวขนาดมหึมา พัดถล่มหลายรัฐในสหรัฐฯ ทำให้เกิดหิมะและฝนเยือกแข็งตกหนักแผ่ขยายปกคลุมพื้นที่เป็นระยะทางกว่า 2,100 กม. และกำลังมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะส่งผลกระทบเป็นระยะทางรวมกว่า 3,200 กม.ตั้งแต่รัฐเท็กซัสไปจนถึงนิวอิงแลนด์ตลอดช่วงสุดสัปดาห์นี้

ยอดผู้ประสบปัญหาไฟฟ้าดับพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากมีน้ำแข็งตกลงมาสร้างความเสียหายทั่วพื้นที่ทางตอนใต้ ประชาชนหลายแสนคนอาจไม่มีไฟฟ้าใช้ ซึ่งบางรายอาจต้องรอนานหลายวัน เนื่องจากปริมาณน้ำแข็งที่เกาะหนาจนทำให้สายไฟและต้นไม้หักโค่นลงมา

ชาวอเมริกันจำนวนมาก ต่างพากันกวาดสินค้าจนเกลี้ยงชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ต หลังจากสำนักงานบริหารสภาพอากาศแห่งชาติ (NWS) คาดการณ์ว่าจะมีหิมะตกหนักในบางพื้นที่ และอาจมีการสะสมของน้ำแข็งจากฝนเยือกแข็งในระดับที่อาจเป็น “ภัยพิบัติรุนแรง”

นายฌอน ดัฟฟี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เตือนว่าชาวอเมริกันมากถึง 240 ล้านคนอาจได้รับผลกระทบจากพายุลูกนี้ โดยมีอย่างน้อย 21 รัฐและวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวงของสหรัฐฯ ที่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว ขณะเดียวกัน เที่ยวบินในสหรัฐฯ กว่า 13,000 เที่ยวตั้งแต่วันเสาร์จนถึงวันจันทร์ (26 ม.ค.) ถูกยกเลิกแล้ว

ที่เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส ฝนเยือกแข็งพัดถล่มเมืองอย่างหนัก และอุณหภูมิดิ่งลงเหลือ -6 องศาเซลเซียส

ด้านนายจอห์น วิตไมเออร์ นายกเทศมนตรีเมืองฮิวสตัน ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของประเทศ เรียกร้องให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้านในช่วง 72 ชั่วโมงข้างหน้านี้ และจะมีการเปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือด้วย

เจ้าหน้าที่รัฐเท็กซัสยืนยันว่า โครงข่ายไฟฟ้าของเท็กซัสอยู่ในสภาพที่พร้อมมากกว่าเมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งในครั้งนั้นระบบเกิดล้มเหลวระหว่างพายุฤดูหนาวที่รุนแรงจนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและทำให้คนหลายล้านคนไม่มีไฟฟ้าใช้

พายุหิมะยังพัดถล่มรัฐโอกลาโฮมาและอาร์คันซอด้วยเช่นกัน โดย NWS ระบุว่าบางพื้นที่มีหิมะสะสมบนพื้นดินสูงถึง 15 เซนติเมตร แล้ว

อนึ่ง หลังจากพายุลูกนี้พัดถล่มพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้และตอนกลางของประเทศ คาดว่าระบบพายุจะเคลื่อนตัวเข้าสู่กลุ่มรัฐทางตอนกลางของฝั่งแอตแลนติก และรัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือที่มีประชากรหนาแน่น ก่อนที่มวลอากาศเย็นจัดจะแผ่ปกคลุมตามมา ทำให้ผลกระทบจากหิมะและหิมะปนฝนจะคงอยู่ต่อเนื่องไปจนถึงสัปดาห์หน้า

รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้ประกาศล่วงหน้าให้สำนักงานต่าง ๆ ปิดทำการในวันจันทร์แล้ว

ทั้งนี้ พายุฤดูหนาวรุนแรงนี้เป็นผลมาจากการขยายตัวของ “ลมหมุนขั้วโลก” หรือ “โพลาร์วอร์เท็กซ์” (Polar Vortex) ซึ่งเป็นพื้นที่มวลอากาศความกดอากาศต่ำที่เย็นจัดจากขั้วโลกเหนือ ซึ่งโดยปกติแล้วระบบนี้จะมีการรวมตัวกันค่อนข้างแน่นเป็นวงกลม แต่บางครั้งจะเปลี่ยนรูปทรงเป็นวงรีมากขึ้น ส่งผลให้มวลอากาศเย็นจัดไหลทะลักลงมาทั่วทั้งทวีปอเมริกาเหนือ

เหล่านักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การที่ Polar Vortex เกิดการแปรปรวนบ่อยครั้งขึ้นนั้นอาจเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้ว่าข้อถกเถียงนี้จะยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด และความผันแปรทางธรรมชาติก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยก็ตาม

ในรัฐนิวยอร์ก นางแคธี โฮชูล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก เตือนให้ประชาชนพักอยู่แต่ในอาคารท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ โดยระบุว่า “การอยู่นอกบ้านเพียง 5 หรือ 6 นาที ก็อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณได้อย่างแท้จริง”

เธอยังเน้นย้ำถึงมาตรการป้องกันต่าง ๆ เช่น การดูแลท่อน้ำไม่ให้แข็งตัว การใช้เครื่องทำความร้อนอย่างปลอดภัย และการช่วยสอดส่องดูแลเพื่อนบ้านที่เป็นกลุ่มเปราะบาง

ทางการยังเตือนว่า อากาศหนาวเย็นถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต อาจลากยาวไปอีกหนึ่งสัปดาห์หลังพายุผ่านพ้นไป โดยเฉพาะในพื้นที่แถบที่ราบตอนเหนือ (Northern Plains) และตอนบนของมิดเวสต์ (Upper Midwest) ซึ่งคาดกันว่าอุณหภูมิที่รวมกับกระแสลมหนาว อาจดิ่งลงไปอยู่ที่ – 45 องศาเซลเซียส ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์

อุณหภูมิในระดับดังกล่าวสามารถทำให้เกิดน้ำแข็งกัดได้ภายในเวลาไม่กี่นาที

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

Leave a comment