
เคลียร์บึ้มศรีสะเกษ คืนพื้นที่ปลอดภัย5.7พันตร.ม. ‘ฮุนเซน’โชว์สยบข่าว เส้นเลือดในสมองแตก
วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
เคลียร์บึ้มศรีสะเกษ คืนพื้นที่ปลอดภัย5.7พันตร.ม. ‘ฮุนเซน’โชว์สยบข่าว เส้นเลือดในสมองแตก
ศูนย์ปฏิบัติการกู้ทุ่นระเบิดฯเผยปฏิบัติการตรวจค้นทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดนศรีสะเกษ ตั้งแต่ 21 มกราคม ถึงปัจจุบันลุล่วง สามารถคืนพื้นที่ปลอดภัยมาได้ 5,711 ตารางเมตร กวาดวัตถุระเบิดนานาชนิดได้รวม 16 รายการ
วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.อ.ศิวะ หว่างอากาศ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) กองบัญชาการกองทัพไทยเปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ จัดชุดตรวจค้นทุ่นระเบิดพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ชุดเก็บกู้และทำลายทุ่นระเบิดที่ 1 และ 2 พื้นที่ช่องพระพะลัย ฐานปฏิบัติการ กองร้อยทหารพรานที่ 2609 อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินการทางเทคนิค (TS) เปิดช่องทางปลอดภัยและขยายพื้นที่ตามแนวทุ่นระเบิดได้พื้นที่ปลอดภัย 685 ตารางเมตร ตรวจพบทุ่นระเบิดชนิด MBV 78 A1 จำนวน 4 ทุ่น ดำเนินการเคลื่อนย้ายไปพื้นที่รวบรวมวัตถุระเบิดชั่วคราว
กู้บึ้มคืนพื้นที่ปลอดภัย5พันตร.ม.
สรุปผลการปฏิบัติงานเก็บกู้ทุ่นระเบิดพื้นที่ช่องพระพะลัย ขนาดพื้นที่ 2,000 ตารางเมตร ห้วงการปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 21 มกราคมถึงปัจจุบัน ได้พื้นที่ปลอดภัยรวม 2,000 ตารางเมตร คงเหลือพื้นที่ 0 ตารางเมตร เสร็จสิ้นภารกิจ การปรับลดพื้นที่ และตรวจพบทุ่นระเบิด/UXO รวม 6 รายการ ทุ่นระเบิดชนิด MBV 78 A1 จำนวน 5 ทุ่น ลูกยิงจากเครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด 120 มิลลิเมตร 1 นัด
ชุดเก็บกู้และทำลายทุ่นระเบิดที่ 3 สนับสนุน หน่วยเฉพาะกิจกองพันทหารม้าที่ 614 กรมทหารราบเฉพาะกิจ กองทัพภาคที่ 2 ฐานปฏิบัติการม้าเหล็ก ตำบลภูผาหมอก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
ดำเนินการกวาดล้างทุ่นระเบิดและสรรพาวุธระเบิดในพื้นที่ ได้พื้นที่ปลอดภัย 1,485 ตารางเมตร ตรวจพบทุ่นระเบิดชนิด PMN 2 จำนวน 4 ทุ่น UXO ชนิด ลูกยิงจากเครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด 100 มิลลิเมตร 1 นัด ทำการเก็บรวบรวมทุ่นระเบิด/UXO ไว้ในพื้นที่ตำบลปลอดภัย ที่ฐานปฏิบัติการม้าเหล็ก
สรุปผลปฏิบัติงานเก็บกู้ทุ่นระเบิดพื้นที่ฐานปฏิบัติการม้าเหล็ก ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2569 ถึงปัจจุบัน ได้พื้นที่ปลอดภัย 3,711 ตารางเมตร ตรวจพบทุ่นระเบิด/UXO จำนวน 10 รายการ (ชนิด PMN 2 จำนวน 9 ทุ่น, UXO ชนิด ลูกยิงจากเครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด 100 มิลลิเมตร 1 นัด
ฮุนเซนโผล่สยบลือเส้นเลือดสมองแตก
จากกรณีมีกระแสข่าวฮุนเซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เส้นเลือดในสมองแตก และมีการวิเคราะห์ว่าเส้นเลือดในสมองแตกจริงหรือเป็นเพียงหนีพื้นที่สื่อ หลังถูกจีนกดดันเรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์อย่างจริงจังนั้น วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen of Cambodia ของสมเด็จ ฮุนเซนเผยภาพเข้าร่วมพิธีเปิดพระราชวังเอกภาพวุฒิสภา ณ เมืองปาเลย์ วันที่ 23 มกราคม 2569 โดยสมเด็จ ฮุนเซน ได้เผยภาพสวมเสื้อโทนสีน้ำเงินคู่กับภรรยา สมเด็จฯ บุน รานี
“เขมร”เพิ่มค่าธรรมเนียมขอสัญชาติ
ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชารายงานว่า ตามพระราชกฤษฎีกาฉบับย่อยว่าด้วยการบังคับใช้กฎหมายสัญชาติ ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2560 ตามมาตราที่ 29 ชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ลงทุนอย่างถูกต้องตามกฎหมายในพื้นที่สำคัญ สามารถยื่นขอสัญชาติเขมรได้ โดยการแปลงสัญชาติตามมาตรา 21 ซึ่งนักลงทุนต่างชาติทุกคนที่ยื่นขอสัญชาติเขมร จะได้รับการประเมินโดยกระทรวงมหาดไทย และเงินลงทุนส่วนบุคคลต้องมีที่มาชัดเจนและถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ ชาวต่างชาติที่ลงทุนด้วยเงินทุนของตนเอง 4,000 ล้านเรียล หรือประมาณ 30 ล้านบาท ในโครงการลงทุนที่ถูกต้องตามกฎหมายในกัมพูชา สามารถยื่นขอสัญชาติกัมพูชาได้
สำหรับการขอสัญชาติ โดยการบริจาค ชาวต่างชาติต้องบริจาคเงินสดอย่างน้อย 12,000 ล้านเรียล หรือประมาณ 92.7 ล้านบาท ให้รัฐหรือภาคส่วนด้านมนุษยธรรม ผู้ที่บริจาคเงินสดส่วนบุคคลให้รัฐ เพื่อประโยชน์ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม หรือภาคส่วนด้านมนุษยธรรมในกัมพูชา สามารถยื่นขอสัญชาติ โดยการแปลงสัญชาติได้ตามมาตรา 22 แห่งกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ ซึ่งระบุไว้ในมาตรา 31 ของพระราชกฤษฎีกา เช่นเดียวกับนักลงทุน เงินบริจาคส่วนบุคคลต้องมีที่มาชัดเจน และเป็นแหล่งที่มาที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยต้องนำเงินเข้าบัญชีงบประมาณแผ่นดิน ผ่านกระทรวงเศรษฐกิจและการคลัง
ก่อนหน้านี้ การขอสัญชาติเขมรผ่านการลงทุนต้องใช้เงินประมาณ 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9.3 ล้านบาท และบริจาคขั้นต่ำ ประมาณ 245,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7.6 ล้านบาท
อริสมันต์โผล่ลั่นพร้อมตายเพื่อชาติ
วันเดียวกัน นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อดีตแกนนำคนเสื้อแดง ซึ่งหลบหนีคดีไปอยู่ในกัมพูชา ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊ก ด้วยการโพสต์ข้อความว่า “ชีวิตอริสมันต์เทียบค่ามิได้กับอธิปไตยของแผ่นดินแม้แต่ตารางนิ้วเดียว อย่าได้สนใจ อย่าห่วง ถ้าผมต้องตายก็คุ้มค่า ที่ได้ทำเพื่อชาติผมยินดีครับ” ทั้งนี้การโพสต์ดังกล่าวมีขึ้นหลังสื่อบางสำนักรายงาน อ้างแหล่งข่าวว่า สมเด็จฮุน เซน มีคำสั่งให้หน่วยความมั่นคง BHQ เร่งกวาดล้างกลุ่มคนเสื้อแดงที่ลี้ภัยอยู่ในกัมพูชา รายงานยังอ้างว่า บุคคลบางรายอาจตกอยู่ในสถานะเสี่ยงถูกควบคุมตัว เพื่อนำไปใช้เป็นเงื่อนไขต่อรองกับทางการไทย
ทบ.จวกเขมรหยุดกล่าวเท็จ
วันเดียวกันพลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณี โฆษกรัฐบาลกัมพูชาเผยแพร่แถลงการณ์ กล่าวอ้างการละเมิดอธิปไตยและความเสียหายต่อโบราณสถานในพื้นที่ชายแดน ว่า ฝ่ายไทยขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณชนทั้งในและต่างประเทศ
กองทัพบก ยืนยันว่า การปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ปราสาทตาควาย ปราสาทพระวิหาร และพื้นที่อานม้า เป็นไปภายใต้กรอบกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติทางทหาร และหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและปกป้องอธิปไตยของประเทศ การดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานหรือกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่ดังกล่าว เป็นการปฏิบัติภายในเขตอำนาจอธิปไตยของไทย เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่กำลังพลและประชาชน มิใช่การรุกรานหรือการยั่วยุตามที่ถูกกล่าวอ้าง
ในประเด็นความเสียหายของโบราณสถาน กองทัพบก ย้ำว่าประเทศไทยให้ความสำคัญและเคารพคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ในหลายพื้นที่ฝ่ายกัมพูชาได้ใช้โบราณสถานเป็นที่ตั้งทางทหาร และใช้เป็นที่ตั้งยิงของอาวุธยิงหลายประเภททำการโจมตีคุกคามทำร้ายทั้งทหารและประชาชน พลเรือนฝ่ายไทย ซึ่งมีหลักฐานข้อพิสูจน์เป็นที่ประจักษ์ชัดเจน จึงส่งผลให้สถานที่ดังกล่าว สูญเสียสถานะการคุ้มครองตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ โดยนับเป็นการกระทำโดยฝ่ายกัมพูชาเอง
กองทัพยึดตามหลักสากล
ซึ่งกองทัพไทยจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินมาตรการป้องกันตนเองเพื่อคุ้มครองชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนไทยตามหลักสากล โดยไม่มีเจตนามุ่งทำลายโบราณสถานหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แต่อย่างใด
สำหรับกรณีการประดิษฐานพระพุทธรูปในพื้นที่อานม้า เป็นการดำเนินการภายใต้กรอบเสรีภาพทางศาสนาและความเชื่อ รวมถึงการเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในพื้นที่ของไทย มิได้มีเจตนาลบหลู่หรือกระทบต่อความเชื่อของฝ่ายใดอย่างที่กัมพูชาพยายามบิดเบือน
ทั้งนี้ กองทัพบก ยังคงยึดมั่นแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งผ่านกระบวนการสันติวิธี และพร้อมใช้กลไกความร่วมมือทวิภาคีที่มีอยู่เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ ควบคู่กับการรักษาความพร้อมอย่างเต็มขีดความสามารถในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ
สุดท้ายนี้ ขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชานำเสนอข้อมูลบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่ควรกล่าวหา หรือมุ่งทำลายภาพลักษณ์ฝ่ายไทยด้วยข้อมูลเท็จฝ่ายเดียว ซึ่งอาจทำให้สังคมทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เกิดความเข้าใจผิดได้ และที่สำคัญอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความร่วมมือที่กำลังอาจจะมีขึ้นในอนาคตได้