
เต้นแฉ!ขบวนการล้มคดีฮั้ว สว. ระเบิดเวลาจากรัฐบาล MOA ส้ม-น้ำเงิน ท้าอนุทินตอบสังคม
วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.32 น.
เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย (พท.) ขึ้นเวทีปราศรัย ณ ที่ว่าการอำเภอแก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ เปิดโปงความผิดปกติในกระบวนการยุติธรรมภายใต้รัฐบาล MOA โดยระบุถึงการพยายามปิดบังข้อมูลกรณีอัยการตีกลับสำนวนคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
นายณัฐวุฒิ เริ่มจากการเท้าความถึงที่มาของปัญหา ว่า สว.ชุดนี้คือผลพวงจากการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 โดยคณะรัฐประหารปี 2557 ซึ่งมีเจตนาชัดเจนในการสกัดกั้นพรรคเพื่อไทย และกำหนดให้มี สว.มาจากการเลือกกันเองเพื่อไปรวมกับ สส.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี แต่ปรากฏว่ากระบวนการเลือกกลับเต็มไปด้วยหลักฐานการทุจริตและการฮั้วอย่างแพร่หลาย มีการใช้คนและเม็ดเงินมหาศาลทำกันเป็นขบวนการ จนนำไปสู่การสอบสวนโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งในขณะนั้นมีผู้ถูกกล่าวหาสูงถึง 1,200 คน
ในระหว่างที่คดีกำลังดำเนินไป พรรคเพื่อไทยพยายามผลักดันการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากพรรคการเมืองที่ตกเป็นจำเลยในคดีนี้คือพรรคสีน้ำเงิน แต่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจนกลายเป็นรัฐบาล MOA ที่สีส้มแบกสีน้ำเงินขึ้นมาเป็นรัฐบาล นายณัฐวุฒิ ระบุว่า ตนได้เคยเตือนไว้แล้วว่านี่คือการทำลายหลักนิติธรรมของบ้านเมือง แต่ฝ่ายสีส้มก็ยังคงเดินหน้ายกมือสนับสนุนให้เกิดรัฐบาลชุดนี้ขึ้น
นายณัฐวุฒิ เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า เมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา อัยการคดีพิเศษได้ทำหนังสือส่งสำนวนกลับไปยังดีเอสไอ เนื่องจากพบความผิดปกติอย่างร้ายแรงในสำนวนคดีฮั้ว สว.ดังนี้
– การเลือกปฏิบัติ : มีการสั่งฟ้องผู้ต้องหาเพียง 8 คน จากทั้งหมด 1,200 คน โดยกันตัวการใหญ่และแกนนำพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลออกจากการเป็นจำเลยทั้งหมด
– สำนวนไม่สมบูรณ์ : มีการตั้งข้อหาฐานฟอกเงิน โดยที่ยังทำคดีมูลฐานหลัก คือ คดีฮั้ว และอั้งยี่ซ่องโจร ไม่เสร็จสิ้น ซึ่งตามกฎหมายต้องดำเนินการไปพร้อมกันและครอบคลุมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ใช่แยกขายปลีกเพียงไม่กี่คน เพื่อให้ตัวใหญ่รอดพ้นผิด หรือไม่ อย่างไร
“หนังสือออกตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.วันนี้ 25 ม.ค.ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์กว่าเรื่องยังเงียบกริบ ใครจงใจปิดเรื่องนี้ไว้ คุณจะเอาอำนาจมาปิดหูปิดตาประชาชนได้อย่างไร นี่คือผลกระทบและระเบิดเวลาจากรัฐบาล MOA” นายณัฐวุฒิ กล่าว
นายณัฐวุฒิ ได้ตั้งคำถามโดยตรงไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ว่าได้รับรายงานเรื่องนี้จากกระทรวงยุติธรรมหรือไม่ หรือแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่าสำนวนคดีอ่อนและมีเจตนากันตัวใหญ่ออกจากคดี หากไม่ทราบก็ขอให้ทราบผ่านการปราศรัยนี้
พร้อมกันนี้ยังได้ฝากถึงพรรคสีส้มว่า แม้ท่านอาจจะอ้างว่าไม่ทราบเรื่อง แต่ต้องรับผิดชอบในฐานะผู้ร่วมวางระเบิดเวลานี้ไว้ ตนเตือนเรื่องการตั้งรัฐบาลแบบนี้จนเครียดจนผมร่วง แต่ท่านกลับทำเป็น “เอาหูไปนาเอาตาไปไร่”
นายณัฐวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย ด้วยการขอแรงสนับสนุนจากประชาชนชาวชัยภูมิให้ร่วมกันปกป้องผลประโยชน์ของชาติและกระบวนการยุติธรรม พร้อมชื่นชมสำนักงานอัยการที่ยังยึดถือความถูกต้องและตีกลับสำนวนที่ไม่ชอบมาพากลนี้
“ถ้าเห็นด้วยว่ากฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ใครผิดต้องรับโทษสูงสุด ไม่ใช่เลือกปฏิบัติแค่ 8 คน จากพันกว่าคน ขอเสียงดังๆ ให้กับความถูกต้อง และขอให้เลือกเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ เพื่อคืนความยุติธรรมให้บ้านเมือง”