เมียนมาเปิดคูหาเลือกตั้งระยะสุดท้าย คาดพรรครัฐบาลทหารกวาดชัยชนะแลนด์สไลด์

เมียนมาเปิดคูหาเลือกตั้งระยะสุดท้าย คาดพรรครัฐบาลทหารกวาดชัยชนะแลนด์สไลด์

25 ม.ค. 2569 09:42 น.

เมียนมาเปิดคูหาเลือกตั้งระยะสุดท้าย คาดพรรครัฐบาลทหารกวาดชัยชนะแลนด์สไลด์

เมียนมาปิดฉากการเลือกตั้งมาราธอน 1 เดือนเต็มในระยะสุดท้ายวันนี้ ขณะที่พรรคตัวแทนกองทัพจ่อคว้าชัยชนะเบ็ดเสร็จ ท่ามกลางบรรยากาศสงครามกลางเมืองและการกวาดล้างผู้เห็นต่าง นักวิเคราะห์ชี้เป็นเพียงความพยายามสร้างความชอบธรรมให้ “มิน อ่อง หล่าย” ก้าวสู่เก้าอี้ประธานาธิบดี

เมื่อเวลา 06.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันนี้ (25 ม.ค.) คูหาเลือกตั้งในหลายสิบเขตทั่วเมียนมาได้เปิดให้ประชาชนเข้าลงคะแนนในเฟสที่ 3 ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายของการเลือกตั้งทั่วไปที่กินเวลานานนับเดือน โดยบรรยากาศในเมืองใหญ่อย่าง ย่างกุ้ง และ มัณฑะเลย์ มีประชาชนบางส่วนมารอใช้สิทธิตั้งแต่เช้ามืด ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนจะครบรอบ 5 ปีของการรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2021 และไม่มีการจัดการเลือกตั้งในพื้นที่ที่กลุ่มต่อต้านและกองกำลังชาติพันธุ์ควบคุมอยู่ ซึ่งครอบคลุมกว่า 1 ใน 5 ของเขตเลือกตั้งทั้งหมดทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้ง 2 รอบแรก พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (ยูเอสดีพี) ซึ่งเป็นพรรคตัวแทนกองทัพ กวาดที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วกว่า 85% และคว้าที่นั่งในสภาชาติพันธุ์ไปได้ถึง 2 ใน 3 อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญเมียนมายังคงสำรองที่นั่งในสภาไว้ให้กองทัพโดยตรงอีก 25% โดยไม่ต้องผ่านการเลือกตั้ง

ด้านองค์กร ACLED ประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงนับตั้งแต่รัฐประหารแล้วกว่า 90,000 ราย มีผู้ถูกดำเนินคดีจากการขัดขวางหรือวิจารณ์การเลือกตั้งแล้วกว่า 400 ราย ซึ่งกฎหมายใหม่ของรัฐบาลทหารระบุโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี เพียงแค่การกดอีโมจิรูป “หัวใจ” ให้โพสต์ที่วิจารณ์การเลือกตั้งก็อาจถูกจับกุมได้

ส่วนสถิติผู้มาใช้สิทธิใน 2 รอบแรกมีผู้มาใช้สิทธิเพียง 50% ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2020 ที่มีผู้มาใช้สิทธิสูงถึง 70%

ชาวเมืองย่างกุ้งรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพี โดยขอสงวนนามว่า “ฉันไม่คาดหวังอะไรเลย ทุกอย่างจะยืดเยื้อต่อไปแบบนี้” ขณะที่ผู้ใช้สิทธิอีกรายระบุว่าจำใจต้องมาลงคะแนนเพราะถูกกดดัน แต่เลือกที่จะโหวตให้พรรคใดก็ได้ที่ไม่ใช่พรรคยูเอสดีพี เพื่อเป็นการประท้วงในเชิงสัญลักษณ์ แม้จะรู้ผลลัพธ์ล่วงหน้าอยู่แล้วก็ตาม

ทางด้าน นางอองซาน ซูจี เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในวัย 80 ปี ยังคงถูกคุมขังในสถานที่ลับและถูกตัดขาดจากการติดต่อสื่อสาร โดยพรรคเอ็นแอลดีของเธอก็ถูกสั่งยุบพรรคไปก่อนหน้านี้ ทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนประชาธิปไตยมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเพียง “การแสดง” เพื่อฟอกตัวให้พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ

ผู้สมัครรับเลือกตั้งรายหนึ่งเผยว่า แทบจะไม่มีการหาเสียงเลยเนื่องจากความไม่ปลอดภัยจากการสู้รบและเครื่องบินรบที่โจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยประเมินว่าในเขตเลือกตั้งของตนมีหน่วยเลือกตั้งที่สามารถเปิดทำการได้จริงเพียง 1 ใน 10 เท่านั้น

คาดการณ์ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจะประกาศในช่วงปลายสัปดาห์นี้ แต่มีความเป็นไปได้สูงที่พรรคยูเอสดีพี จะประกาศชัยชนะล่วงหน้าอย่างเร็วที่สุดภายในวันจันทร์.

ที่มา AFP

Leave a comment