‘จุลพันธ์’ เมิน ‘พิธา’ หาเสียง ชี้ทุกพรรคพบประชาชนดีหมด 

‘จุลพันธ์’ เมิน ‘พิธา’ หาเสียง ชี้ทุกพรรคพบประชาชนดีหมด 

‘จุลพันธ์’ เมิน ‘พิธา’ หาเสียง ชี้ทุกพรรคพบประชาชนดีหมด 

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.12 น.

“จุลพันธ์” ไม่กังวลกระแส “พิธา” บอกดีที่ทุกพรรคลงพบประชาชน “เพื่อไทย” เน้นนโยบาย / เห็นด้วยบอร์ดประกันสังคมควรเลือกได้ 7 คน ไม่ควรถูกจำกัด

วันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย  นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กลับมาช่วยพรรคประชาชนหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย ว่า เป็นเรื่องปกติ ทุกพรรคการเมืองช่วงนี้ก็ลงไปพบปะพี่น้องประชาชน ตนรู้สึกว่าดี อยากให้ทุกพรรคลงไปพบประชาชนให้มากขึ้น พรรคเพื่อไทยเอง เราเน้นในเรื่องนี้มาโดยตลอด ผู้สมัครของเราเดินพบพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ไปทุกหมู่บ้าน ไปทุกจุด และ การปราศรัยเราจะเน้นเรื่องของการปราศรัย เพื่อที่จะได้พบพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด วันนี้หลายพรรคการเมืองก็เริ่มจัดปราศรัย เริ่มลงไปพบประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีครับ การนำเสนอแนวคิด อุดมการณ์ และที่สำคัญคือการนำนโยบายไปสู่ประชาชน

”พรรคเพื่อไทยเรายืนยันตั้งแต่ต้นของการเลือกตั้งว่า การเลือกตั้งเป็นเรื่องของประชาชน เราจะต้องบอกให้ชัดเจนว่านโยบายของแต่ละพรรคคืออะไร และเราจะนำพาประเทศไปทางไหน ช่วงนี้ก็เริ่มกลับมาดำเนินไปเหมือนกับที่เราเคยพูดไว้ ผมมองว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพของระบอบประชาธิปไตย ทำให้ประชาชนมีโอกาสได้คิด และได้พิจารณาจากนโยบายต่าง ๆ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าใครจะกลับมา หรือใครจะลงไปพบปะพี่น้องประชาชน เรามองว่าเป็นสิ่งที่ดีทั้งหมด“ นายจุลพันธ์กล่าว

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช แกนนำพรรค กล่าวเสริมว่า หัวหน้าพรรคเราพูดเสมอว่า ทุกครั้งของการเลือกตั้งคือการแข่งขันเชิงนโยบาย เราให้ความสนใจในเรื่องการสร้างสรรค์นโยบาย และมีการแข่งขันกันอย่างสร้างสรรค์ ยิ่งเป็นแบบนี้ยิ่งดี ต่างคนต่างเสนอขึ้นมา แล้วให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่า ของใครดีกว่า นี่คือโอกาสสำคัญของประชาชนในการเลือกอนาคตของประเทศ เราเชื่อมั่นในแนวทางนี้มาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนมาถึงพรรคเพื่อไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเด็นประกันสังคม หลายพรรคเริ่มพูดถึง พรรคเพื่อไทยมีนโยบายอะไรเกี่ยวกับส่วนนี้ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยึดมั่นหัวใจคือประชาชนทุกคน เราดูแลทั้งหมด และยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยและสิทธิต่าง ๆ ซึ่งเราจำเป็นต้องดูแลอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้น ในกระบวนการต่าง ๆ ที่ไม่ชอบมาพากล หรือคนทำให้ระบบมันผิดเพี้ยนไป เหมือนกับกฎกติกาหลายเรื่องที่ไม่ถูกต้อง พรรคเพื่อไทยยืนยันในทุกเรื่อง โดยเฉพาะกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับหลักประชาธิปไตย

หากผู้มีสิทธิ์ ผู้ประกันตน มีสิทธิ์เลือกตัวแทนของตัวเอง ก็ควรเปิดกว้าง ไม่ควรถูกจำกัดเพียง 1 คน แต่ควรสามารถเลือกได้ตามสิทธิ์ของผู้ประกันตนเอง คือ 1 คนควรเลือกได้ 7 คน ตัวอย่างตนเป็นแพทย์และเป็นสมาชิกแพทยสภา สมาชิก 1 คน มีสิทธิ์เลือกได้กว่า 33 ท่าน ครบทั้งคณะ ไม่ได้ถูกจำกัดว่า 1 สิทธิ์ 1 เสียง เหมือนกับความพยายามที่จะบิดเบือนเรื่องเหล่านี้ ซึ่งเราไม่สามารถยอมรับได้ และเรื่องสทธิประโยชน์ ระหว่างที่เราเป็นรัฐบาล ในฐานะอดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้พยายามผลักดันให้นำ สปสช. มาผนวกกับกองทุนประกันสังคมในเรื่องการดูแลสุขภาพ แต่บังเอิญอยู่ในช่วงรอยต่อที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง 

ประการที่สาม เราเน้นหนักในเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชัน ตอนที่มีการตรวจสอบกรณีตึก Sky Nine เลขาธิการคณะกรรมการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนถึงสองชุด และสุดท้ายรายงานก็ชัดเจนว่ามีความไม่ชอบมาพากลปรากฏ ผู้ที่ตัดสินใจในเรื่องนี้คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายพงศ์กวิน รุ่จึงงเรืองกิจได้นำเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี และมีมติให้โอนย้ายปลัด ซึ่งเป็นอดีตเลขาธิการกองทุนประกันสังคมที่เกี่ยวข้องกับกรณี Sky Nine ออกมาก่อน เพื่อให้การตรวจสอบสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างโปร่งใส บังเอิญว่าเรื่องนี้ไม่ได้เดินหน้าต่อ หากไม่เช่นนั้น วันนี้ข้อเท็จจริงคงชัดเจนไปแล้ว

Leave a comment