
27 ม.ค. 2569 18:32 น.
- สกู๊ปไทยรัฐ
- THE ISSUE
- ไทยรัฐออนไลน์
คาด 3 สูตรจับขั้วรัฐบาล โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 2569 ใครจับมือใครบ้าง?
คาด 3 สูตรจับขั้วรัฐบาล โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 2569 “นักวิชาการ” ประเมินสูตร “น้ำเงิน-แดง-เขียว” ผลัก”ส้ม-ฟ้า” เป็นฝ่ายค้าน มีโอกาสเป็นไปได้สูงสุด
บรรยากาศทางการเมืองไทยเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อการเลือกตั้งปี 69 ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 ก.พ 69นี้ กำลังจะใกล้เข้ามา พรรคการเมืองต่าง ๆ ทยอยขยับตัวและวางยุทธศาสตร์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังคงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
นอกเหนือจากการแข่งขันในสนามเลือกตั้งแล้ว อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกจับตามองไม่แพ้กัน คือกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการรวมขั้วทางการเมือง ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าประเทศจะเดินไปในทิศทางใด และพรรคการเมืองใดจะมีบทบาทเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน
ภายใต้โครงสร้างทางการเมืองและเงื่อนไขด้านจำนวน ส.ส. ที่มีความซับซ้อน ทำให้เกิดการประเมินความเป็นไปได้ของการจับขั้วรัฐบาลในหลากหลายรูปแบบ โดยแต่ละแนวทางล้วนมีปัจจัยและเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป ก่อนจะนำไปสู่สมการทางการเมืองหลังวันเลือกตั้ง

ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถามไปยัง ศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย รองศาสตราจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้ง ว่าพรรคการเมืองใดมีโอกาสจับมือร่วมจัดตั้งรัฐบาล และพรรคใดจะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน โดย ศ.ดร.ยุทธพร ได้วิเคราะห์สถานการณ์ออกมาเป็น 3 สูตรหลัก ดังนี้

3 สูตรจับขั้วรัฐบาล โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งปี 2569
(เรียงลำดับตามความเป็นไปได้)
1. สูตรน้ำเงิน-แดง-เขียว
ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม โดยอาจมีพรรคพลังประชาชาติเข้าร่วมเพิ่มเติมเล็กน้อย ขณะที่ฝ่ายค้านจะเป็นพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์
สำหรับสูตรนี้ เงื่อนไขสำคัญคือพรรคการเมืองขนาดใหญ่ทั้งสองพรรคต้องมีจำนวน ส.ส. รวมกันมากกว่า250 ที่นั่ง และอาจมีพรรคขนาดกลางเข้ามาเสริมอีกประมาณ 50 ที่นั่ง

2. สูตรน้ำเงิน-ส้ม-ฟ้า
ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีพรรคเพื่อไทยและพรรคกล้าธรรมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน
สูตรนี้มีเงื่อนไขสำคัญคือ พรรคภูมิใจไทยจะต้องมีจำนวน ส.ส. มากกว่า 160 ที่นั่ง จึงจะสามารถเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้

3. สูตรส้ม-แดง
ประกอบด้วย พรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย และอาจมีพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมเพิ่มเติมเล็กน้อย ขณะที่พรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมจะอยู่ในฝั่งฝ่ายค้าน
สูตรนี้มีเงื่อนไขว่า พรรคประชาชนจะต้องได้จำนวน ส.ส. มากกว่า 180 ที่นั่ง จึงจะสามารถเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้
บทสรุป
สูตรการจัดตั้งรัฐบาลทั้ง 3 แนวทางดังกล่าว ต้องขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งและจำนวน ส.ส. ที่แต่ละพรรคจะได้รับเป็นสำคัญ ซึ่งจะเป็นตัวแปรหลักในการตัดสินว่าขั้วการเมืองใดจะสามารถรวมเสียงข้างมากในสภาได้สำเร็จ ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคการเมือง รวมถึงท่าทีทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง ก็อาจส่งผลต่อการตัดสินใจในการจับขั้วเช่นกัน
ทั้งนี้ ปัจจุบันสมการทางการเมืองหลังวันเลือกตั้งยังคงเปิดกว้าง และอาจมีความเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ท่ามกลางการเจรจาและต่อรองทางการเมืองที่คาดว่าจะเข้มข้นมากขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลและบทบาทของแต่ละพรรคจะชัดเจนขึ้นเมื่อผลการเลือกตั้งปรากฏอย่างเป็นทางการในวันที่8 ก.พ. 69 ที่จะถึงนี้