‘ชมพู่’เตือนภัยเงียบ! แร่ธาตุขาดแค่ตัวเดียว สุขภาพพังแบบโดมิโน

‘ชมพู่’เตือนภัยเงียบ! แร่ธาตุขาดแค่ตัวเดียว สุขภาพพังแบบโดมิโน

‘ชมพู่’เตือนภัยเงียบ! แร่ธาตุขาดแค่ตัวเดียว สุขภาพพังแบบโดมิโน

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.59 น.

เปิดสัญญาณเตือน ก่อนสุขภาพพังแบบโดมิโน ผลวิจัยชี้! ขาดแร่ธาตุนี้ เสี่ยงซึมเศร้า พังทั้งร่าง ถึงเวลารู้ทันร่างกาย เช็กให้ชัดว่าคุณกำลังขาดแร่ธาตุอยู่หรือเปล่า? กับ “ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์” ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเพื่อการชะลอวัย แร่ธาตุที่หลายคนมองข้าม พร่องเพียงตัวเดียวอาจสะเทือนทั้งระบบในรายการ On The Way With CHOM

ถ้าขาดแร่ธาตุตัวใดตัวหนึ่งไปมีผลให้ร่างกายพังได้ทั้งระบบเลยจริงไหม ?

ดร. เอกราช : ถูกต้องครับ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าแร่ธาตุเป็นกลุ่มของสารอาหารที่สำคัญ มีความจำเป็นสำหรับร่างกายของเรา เรียกแร่ธาตุว่าเป็นกลุ่มของไมโครนิวเทรียนท์ก็คือสารอาหารที่ร่างกายต้องการน้อย แต่มากไปด้วยบทบาทสำคัญกับร่างกายของเรา เพราะมันจะทำหน้าที่หลัก ๆ เลยในร่างกายของเรา เป็นโคแฟกเตอร์หรือปัจจัยร่วมในการทำปฏิกิริยาทุกระบบของร่างกายเรา ต้องอาศัยแร่ธาตุเป็นตัวช่วยในปฏิกิริยาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบการผลิตพลังงานของร่างกาย เรื่องของภูมิคุ้มกัน เรื่องของระบบประสาทและสมอง แล้วทุกระบบในร่างกายของเราจำเป็นต้องอาศัยแร่ธาตุ ถ้าเราขาดตัวใดตัวหนึ่งไปมันอาจจะเหมือนกับโดมิโนที่พังไปเลยทั้งระบบ โดยเฉพาะในปัจจุบันเราพูดถึงเรื่องของ longevity เราว่าสุขภาพดีนะ อายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญเลยก็คือเรื่องของพลังงานชีวิต อาจารย์มองว่าสำคัญมากและเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องของ Wellness นะครับ

สัญญาณแรกที่บ่งบอกว่าเราขาดแร่ธาตุคือเรื่องเอนเนอร์จี้ใช่ไหม ?

ดร. เอกราช : ถูกต้องครับ ก็จะมีความรู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย คือคุณภาพชีวิตจะลดลงแล้ว การกินอยู่หลับนอนออกกำลังกายทุกอย่าง มันก็จะทำให้เราอ่อมอย่างที่เราบอก ก็คือจะหลับก็หลับได้ไม่ดี คุณภาพการนอนหลับไม่ดี อาจจะตื่นกลางดึกบ่อย บางคนนอนไปเป็นตะคริว มีการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ตื่นมาก็ไม่สดชื่น กิจกรรมระหว่างวันก็จะอ่อนเพลีย เรื้อรังบางคน ภูมิคุ้มกันลด เป็นหวัดบ่อย แล้วก็แผลหายช้า หรืออารมณ์แปรปวน หงุดหงิดง่าย มันเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญเลย

ระหว่างขาดแร่ธาตุกับเป็นกับเป็นโรคต่างกันยังไง ?

ดร. เอกราช : โรคคือจะถูกวินิจฉัยเมื่อมันมีอาการแสดงออกมาแล้ว ว่าคุณเป็นโรคต่าง ๆ แล้ว แม้กระทั่งแร่ธาตุบางตัวหรือหลายตัวในปัจจุบันมันสัมพันธ์กับการเกิดโรคเรื้อรัง หรือโรค NCD (โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง) ในศาสตร์ของ anti-aging มันจะมีศัพท์อยู่คำหนึ่งเราเรียกว่า Sub – Optimal Health หรืออาจารย์แปลเป็นไทยง่าย ๆ ว่าภาวะพร่องสุขภาพ คำว่าพร่องสุขภาพคือมันยังไม่เกิดโรคนะ เราอาจจะพร่องแร่ธาตุบางตัวไป มันคือการสะสม วันละเล็ก ๆ น้อยขาดไป มันก็จะทำให้หลาย ๆ ระบบของร่างกายมันผิดปกติไป มันก็ทำให้เราเกิดโรคต่าง ๆ ตามมา พูดง่าย ๆ ว่ามันสายไปเสียแล้ว รอให้ขาดไปนาน ๆ หรือบางตัวอย่างนี้ เช่น แมกนีเซียมสัมพันธ์กับการเกิดโรคเรื้อรังเยอะแยะมากมาย หรือ สังกะสี ธาตุเหล็กตัวอื่น ๆ แคลเซียม พวกนี้เป็นแร่ธาตุที่สำคัญ แล้วเราค่อย ๆ ขาดไปสะสมไปมันก็เหมือนกับลักษณะของฆาตกรเงียบที่เราไม่รู้ตัว พอเราพร่องไปบ่อย ๆ มันขาดแล้ว มันก็เหมือนกับภูเขาน้ำแข็งที่อยู่ใต้ฐานน้ำแข็ง เราอาจจะพร่องแร่ธาตุไปหลายตัวเลยไม่รู้ พอมันโผล่พ้นน้ำมาปุ๊บ อ้าวคุณมีโรคต่าง ๆ แสดงออกมาแล้ว คือเราก็เน้นที่การป้องกันเป็นหลักและเราก็ต้องกินแร่ธาตุต่าง ๆ ให้มันเพียงพอ

อะไรที่ทำให้แร่ธาตุมันพร่องเพราะว่าบางคนก็กินผักและกินหลากหลาย ทำไมถึงยังขาดแร่ธาตุ  ?

ดร. เอกราช : เรื่องของอาหารอันนี้เป็นประเด็นแรกที่สำคัญเลย อาหารอาจจะเป็นส่วนหนึ่งคือกินได้ไม่เพียงพอ บางคนวิถีชีวิตเร่งรีบ กินอาหารแปรรูป ultra-processed food ซึ่งมันก็อาจจะมีแหล่งของแร่ธาตุต่าง ๆ ไม่ได้เต็มที่ อย่างที่ 2 บางคนบอกกินพืชผักเยอะมากมายเลย แต่หารู้ไม่ว่าคุณอาจจะได้รับสารต้านโภชนาการ เราเรียกศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Anti-nutrients ก็คือต้านโภชนาการแล้วคนส่วนใหญ่ไม่รู้ ส่วนใหญ่อยู่ในพืชผักทั้งหลายนี่แหละ ไม่ว่าจะเป็น Phytate (ไฟเตต) และ Oxalate (ออกซาเลต) Tannin (แทนนิน) Phytate (ไฟเตต) เป็นสารต้านโภชนาการที่พบมากในพวกธัญพืชไม่ขัดสี   ในถั่วต่าง ๆ แล้วมันขัดขวางการดูดซึมของแคลเซียม แมกนีเซียม เหล็กหรือสังกสี โดยที่เราไม่รู้ตัวเลย

ทานมาก ๆ มีผลต่อการดูดซึมของแร่ธาตุแน่นอน ?

ดร. เอกราช : ถูกต้องครับลดการดูดซึมแร่ธาตุ แล้วพืชบางอย่างเขาบอกกินถั่วจะต้องไปแช่ค้างคืนไว้ก่อน 1 ทิวาราตรีกาลนะ อาจจะ 8-12 ชั่วโมง มันก็จะมีผลลดพวกสารเหล่านี้ หรือต้มแล้วเทน้ำทิ้ง แต่บางทีกระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้เราไม่รู้ ก็ทำให้ได้รับสารต้านโภชนาการ ในกลุ่มของไฟเตต ขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก แคลเซียมไปวันละเล็กละน้อยก็ส่งผลแล้วกับสุขภาพร่างกายของเรา หรือออกซาเลตพบมากในผักใบเขียว ผักโขม ผักปวยเล้ง หรือแม้กระทั่งบีทรูทที่เรากิน บางทีกินในรูปแบบของดิบ ๆ กินสดในสลัดทั้งหลาย พวกนี้มันก็จะมีผลในการขัดขวางการดูดซึมของแคลเซียม

การกินเมนูเดิมซ้ำ ๆ อย่างนี้มันก็จะมีผล ?

ดร. เอกราช : ถูกต้องครับ บางทีเรากินแบบซ้ำ ๆ หลักการกินที่ดี กินให้หลากหลาย กินให้หมุนเวียน อย่ากินซ้ำ ต่อให้เมนูเดียวกันเรายังจะต้องปรับเปลี่ยนหลาย ๆ ซอสของวัตถุดิบ แล้วอีกหนึ่งตัวที่เป็นเหมือนกับภัยเงียบที่คนอาจจะไม่รู้ก็คือสารแทนนินที่พบมากในพวกชา กาแฟ หรือฝรั่ง พุทรา ผักกระเฉด ที่เรากินแล้วมีสารมีรสฝาด โดยแทนินจะไปขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก สังกสี แคลเซียม แมกนีเซียมทั้งหลาย พวกนี้ก็จะทำให้ร่างกายดูดซึมแล้วไปใช้ประโยชน์ลดน้อยลง แล้วถ้าเราได้รับมากเกินไปต่อเนื่องซ้ำ ๆ อย่างนี้ สมมติว่ากินกาแฟเยอะมากวันหนึ่งหลายแก้วเลย มันก็ขัดขวางการดูดซึมแคลเซียม ก็อาจจะส่งผลทำให้เราเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกบางได้

มีวิธีการกินยังไง ?

ดร. เอกราช : เน้นอย่างนี้ครับ คือคุณภาพและปริมาณ คุณภาพคือสิ่งที่เรากินมันมีช่วงเวลาที่เรากินด้วยนะ ถ้าเรากินหลังมื้ออาหารบางอย่างที่มีแทนนินสูง หรือคาเฟอีนสูง มันมีผลในการขับแคลเซียม ขับปัสสาวะแล้ว เราจะเห็นว่ากินปุ๊บ มันปัสสาวะบ่อย มันก็เพิ่มการขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ หรือแร่ธาตุต่าง ๆ ที่สำคัญออกไป แล้วเราก็กินให้ห่างจากมื้ออาหาร แล้วปริมาณที่กินต่อวันอย่างนี้ วันหนึ่งกาแฟก็ไม่เกิน 2-3 แก้วนะเต็มที่เลย แล้วมันมีงานวิจัยว่ามันมีความสัมพันธ์กัน ถ้าเราได้รับเยอะมากก็ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกบาง หรือกระดูกพรุนได้

ยาบางชนิดมีผลต่อการดูดซึมแร่ธาตุใช่ไหม ?

ดร. เอกราช : ถูกต้อง บางคนชอบกินยาลดกรด เพราะกรดมันจะช่วยในการแตกตัวของแร่ธาตุ ทำให้แร่ธาตุมันละลายและดูซึมได้ดี บางคนแบบกินยาลดกรดบ่อย ๆ ก็เสี่ยงต่อการขาดหรือพร่องแร่ธาตุได้ เพราะลดการดูดซึมของแร่ธาตุต่าง ๆ นอกจากยาลดกรดแล้ว ในยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อ Antibiotic ก็มีผลในการลดการดูดซึมแคลเซียม ในการลดการดูดซึมธาตุเหล็ก แม้กระทั่งยาระบาย บางคนชอบมาก กินยาระบายจะได้สะดวกง่ายถ่ายคล่อง แต่มันก็มีผลในการระบายพวกแร่ธาตุต่าง ๆ ออกไป แล้วคุณก็จะเสี่ยงต่อการขาดแร่ธาตุโดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัว

มีโอกาสไหมที่เราจะขาดแร่ธาตุมากขึ้นด้วยปัจจัยเรื่องอายุ ?

ดร. เอกราช : มีโอกาสโดยตรงเลย เนื่องจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้สูงวัยหรือผู้สูงอายุระบบการย่อยการดูดซึมต่าง ๆ ก็จะเสื่อมน้อยถอยลง ลดลง ก็ทำให้การดูดซึมไม่เหมือนกับวัยรุ่นหนุ่มสาว หรือแม้กระทั่งระบบการเคี้ยวการบดเคี้ยวย่อยต่าง ๆ ได้ไม่ดี แล้วต่อให้กินพอบางทีดูดซึมได้น้อยลง ในขณะเดียวกันบางคนผู้สูงอายุเบื่ออาหาร รับประทานน้อย ๆ ยิ่งเสี่ยงต่อการขาดแร่ธาตุต่าง ๆ นอกจากอายุก็คือใช้ร่างหนักมาก หนักในที่นี้คือไม่ใช่แค่คนออกกำลังกายอย่างหนักอย่างเดียว ทำงานอย่างหนักหน่วง ทำให้พักผ่อนน้อยหรือเครียด ความเครียดบอกเลยว่ามันจะดึงดูดแร่ธาตุไปใช้เพิ่มมากขึ้น

มีเรื่องให้ต้องใช้เยอะ ?

ดร. เอกราช : ถูกต้องครับ แล้วยิ่งเครียดมากยิ่งดึงแร่ธาตุต่าง ๆ มาเพื่อเอามาเบรกความเครียด นี่คือสมดุลของร่างกาย มันพยายามที่จะสู้นะ สู้เพื่อตัวเราเอง สู้เพื่อเซลล์ในร่างกาย แต่แค่ว่าเราไม่มีวัตถุดิบหรือวัตถุดิบเราไม่พอ

ผักพืชผักผลไม้แร่ธาตุไม่ได้แน่นเหมือนสมัยก่อน ?

ดร. เอกราช : ใช่ครับ เนื่องจากคุณภาพของดิน แล้วมันตั้งแต่ต้นน้ำเลย คุณภาพของดินเองก็มีผลทำให้แร่ธาตุได้ไม่เต็มที่ กระบวนการขนส่งต่าง ๆ ที่กว่าจะมาถึงมือผู้บริโภค มันก็มีผลทำให้คุณภาพของสารอาหารมันลดน้อยลง ทั้งคุณภาพ ทั้งปริมาณ

ถ้าไม่อยากอ่อม อยาก boost energy ต้องกลุ่มไหนเป็นพิเศษ ?

ดร. เอกราช : กลุ่มของแร่ธาตุที่ boost energy มันหลายตัวมาก มันไม่ใช่ตัวเดียว อาจารย์มักพูดเสมอเลยว่า ไม่มีสารอาหารตัวใดตัวหนึ่งตัวเดียวเป็นพ่อทุกสถาบัน แล้วเรื่องของเอนเนอร์จี้มันประกอบไปด้วยหลาย ๆ แร่ธาตุ ไม่ว่าจะเป็นธาตุเหล็ก เหล็กเราเรียนกันมาแต่เล็กแต่น้อยแล้วว่ามันเป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ซึ่งเม็ดเลือดแดงทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนให้กับเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย นอกเหนือจากนี้เหล็กยังเป็น Cofactor ในการผลิตพลังงานให้กับเซลล์ด้วย แล้วถ้าเราพร่องเหล็กขาดเหล็ก โดยเฉพาะล่าสุดรายงานการศึกษาวิจัยพบว่าคุณผู้หญิงในช่วงที่มีประจำเดือนก็จะเสี่ยงต่อการพร่อง แล้วถ้าเราพร่องไปอาจารย์ไม่มองถึงขาดนะ พอขาดปุ๊บเราซีดแล้ว โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กเราจะเห็นทำไมช่วงนี้คุณแบบดูซีด ๆ อ่อนเพลียเหนื่อยง่าย

มันมีอะไรที่จะหยุดยั้งหรือว่าชะลอความเสื่อมได้ไหม ?

ดร. เอกราช : ต้องดูว่าความเสื่อมนั้นมันเกิดขึ้นจากอะไร มันมีอยู่ 2 กรรมในชีวิตเรา คือ 1 กรรมพันธ์ แต่เราสามารถชนะกรรมพันธุ์ได้ด้วยเอพิเจเนติกส์ สิ่งที่เหนือกรรมพันธุ์คือไลฟ์สไตล์ของเรานี่แหละ กับกรรมที่ 2 ก็คือพฤติกรรมของเรา เราต้องไปดูว่าต้นตอของความเสื่อมของเราคือการใช้ชีวิต การกินอาหารที่ไม่ดี กินน้ำตาลที่มากเกิน กิน ultra-processed food เรื่องของความเครียดก็มีผล ยิ่งเครียดมากยิ่งเสื่อมเยอะ แล้วมันเป็นเหมือนวงจรเพราะยิ่งเครียดมากยิ่งดึงแร่ธาตุมาใช้เยอะ มันก็ยิ่งขาด แล้วขาดปุ๊บมันก็จะไปทำส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ให้ระบบร่างกายพังล้มแปรปรวนหมดเลยทุกระบบ หรือแม้กระทั่งการออกกำลังของเรา พอเราบอกเราต้องออกกำลังเป็นประจำ ทั้ง weight training ทั้งคาร์ดิโอ เราหนักมากเกินไปมันก็มีผล หรือเรานอนไม่เพียงพอก็มีผลหมดเลย ทำให้ระบบต่าง ๆ ของเรา เซลล์ของเรามันเสื่อม มันแก่ มันตาย และถ้ามันกลายพันธุ์ขึ้นมาทำให้เราเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง

แร่ธาตุช่วยได้ ?

ดร. เอกราช : ถูกต้องครับ เป็นอีกหนึ่งในจิ๊กซอว์สำคัญของร่างกายเรา ก็คือกลุ่มของอย่างที่อาจารย์บอกไปคือจริง ๆ แล้วแร่ธาตุในร่างกายมันมีหลายตัวมาก ที่ทำหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นแคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี ทองแดง โครเมียมและอีกหลาย ๆ ตัวที่มันทำงานร่วมกันผสานกันเป็นทีมเวิร์ค

พวกนี้จะมาช่วยต้านอนุมูลอิสระใช่ไหม ?

ดร. เอกราช : ถูกต้องครับ ทำให้เซลล์ของเรามันเสื่อมแก่ตายแล้วกลายพันธุ์ลดน้อยลง แล้วระบบต้านอนุมอิสระพอคนส่วนใหญ่พูดถึงสารต้านอนุมูลอิสระก็นึกถึงแต่ว่า มี antioxidant อะไรที่แรง ๆ จะได้ต้านอนุมูลอิสระได้ดี จริง ๆ แล้วอนุมูลอิสระเรียกได้ว่าเป็นต้นตอเลย ศัตรูตัวร้ายของความอ่อนเยาว์ ความชรา ความเสื่อมของเซลล์ เพราะว่าทุกวันนี้ทุกลมหายใจของเรามันมีการเผาผลาญหมดเลยตลอด อาจารย์มักที่จะบอกเสมอว่าเราแก่ตั้งแต่เราเกิด พอเราเกิดมาเราก็มีการหายใจ มีการเผาผลาญ มันผลิตอนุมูลอิสระหรือของเสีย เหมือนรถยนต์สตาร์ทติดอยู่ตลอดเวลา ปฏิกิริยาไกลเคชั่นก็เป็นปฏิกิริยาที่ทำให้เกิดสารเร่งแก่ขึ้นมา โดยเฉพาะน้ำตาลที่เรากินเข้าไปเยอะ ๆ มันก็ล้วนแล้วแต่ผลิตอนุมูลอิสระหมดเลย PM2.5 ที่เราได้รับ มลพิษความเครียดต่าง ๆ อาหารที่เรากินไม่ดีล้วนแล้วแต่เหนี่ยวนำให้เกิดอนุมูลอิสระ แล้วเราก็จะสรรหาสารต้านอนุอิสระต่าง ๆ เยอะแยะมากมาย แต่หารู้ไม่ว่าพื้นฐานของสารต้านอนุมอิสระจริง ๆ แล้วร่างกายสามารถสร้างสารต้านอนุมูลอิสระได้ในกลุ่มของAntioxidant Enzyme คือร่างกายผลิตเอนไซม์ที่ต่อต้านอนุมูลอิสระได้ แล้วต้องอาศัยแร่ธาตุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นซิงค์หรือสังกะสี ทองแดง ซีลีเนียม ธาตุเหล็ก พวกนี้มันเป็นตัวช่วยในการผลิตสารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในรูปแบบของเอนไซม์ คือ Antioxidant Enzyme อาจารย์เปรียบเหมือนกับว่าเราพยายามหา Antioxidant อะไรที่มันดี ๆ เลย ก็เหมือนกับต้องการที่จะหาโคมไฟแชนเดอเรียหรือโซฟาหลุยส์มาตกแต่งบ้าน แต่เสาบ้าน ผนังบ้านของเรายังไม่ดี แล้วพื้นฐานของ multimineral เป็นสิ่งที่สำคัญเพราะมันช่วยในการสร้าง Antioxidant Enzyme ไม่ว่าจะเป็น Superoxide Dismutase หรือ SOD (เอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสื่อม) จริง ๆ แล้วร่างกายเราสร้างขึ้นได้เอง แล้วต้องอาศัยแร่ธาตุสังกะสี ทองแดงมาช่วยในการสร้างด้วย

ถ้าวันนี้เราอยู่ในภาวะที่เราพร่องแร่ธาตุมันเหมือนกับเราเหมือนแบตอย่างนี้ถูกไหม ?

ดร. เอกราช : ใช่ครับ เพราะว่า multimineral มันเปรียบเสมือน Cofactor ที่สำคัญเลยที่ทำให้ชีวิตเราไปต่อได้ครับ

คนที่มีภาวะวิตกกังวลหรือว่าเครียดซึมเศร้าเกี่ยวกับเรื่องแร่ธาตุไหม ?

ดร. เอกราช : มีส่วนครับ เพราะแร่ธาตุอาจารย์ต้องบอกก่อนว่าหลาย ๆ การศึกษาวิจัย เขาพบบทบาทของแร่ธาตุมีส่วนในเรื่องของความเครียด ความวิตกกังวล ซึมเศร้า หรือแม้กระทั่งคิดสั้น มีผลนะครับ มีการศึกษาวิจัยเขาพบหลัก ๆ 4 แร่ธาตุด้วยกัน ตัวแรกเลยก็คือ 1 แมกนีเซียม ตัวที่ 2 ก็คือสังกะสี ตัวที่ 3 ก็คือซีลีเนียม และตัวที่ 4 คือธาตุเหล็ก บางคนนึกว่าเหล็กสร้างแต่เม็ดเลือดนะ มันเรื่องของพลังงานเรื่องของภูมิคุ้มกันและเรื่องของอารมณ์ พวกนี้มีบทบาทสำคัญหมดเลย เขาพบว่าคนที่อารมณ์ซึมเศร้ามักมีระดับของแมกนีเซียมและสังกสีที่ลดลง แล้วเชื่อมโยงมีความสัมพันธ์กับการคิดสั้นด้วยครับ

คนที่เข้าไปปรึกษาเกี่ยวกับภาวะสุขภาพจิต จะมีการให้แร่ธาตุเสริมไปด้วยไหม ?

ดร. เอกราช : ในบ้านเราส่วนใหญ่ยังไม่มีเลย ซึ่งอันนี้อาจารย์บอกเลยว่ามีความสำคัญมาก อาจารย์เคยใฝ่ฝันไว้นะว่าโรงพยาบาลในบ้านเราหรือคลินิกต่าง ๆ ในบ้านเราที่ดูแลสุขภาพคนไข้อยากที่จะให้ใช้พวกกลุ่มของสารอาหารวิตามินและธาตุต่าง ๆ เสริม เราเรียกว่า adjunctive therapy (การบำบัดเสริม) คือเราไม่ได้ให้เลือกนะ เราเปลี่ยนทางเลือกเป็นทางร่วม ร่วมกับการรักษา ดูแลให้ครบทุกมิติ เช่น เราไปดูแลสุขภาพจิต มีอาการซึมเศร้าหรือวิตกกังวล แล้วมีผลนอนไม่หลับ ไม่ใช่ว่าเราไม่ได้รับยานะ คุณหมอก็ยังให้ยาทานหลักไป แล้วคุณก็ให้แร่ธาตุหรือวิตามินเสริมเข้ามา เพื่อทำให้คนไข้หรือผู้ป่วยเขาหายได้เร็วขึ้น หรือมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดการใช้ยา ลดผลข้างเคียงต่าง ๆ แล้วคุณใช้สารอาหารแหละครับมาเติมเต็ม เพราะหลายสารอาหารมันมีผลในการดูแลสุขภาพโดยเฉพาะสุขภาพจิต เราเรียกว่า Nutritional Psychology (จิตวิทยาโภชนาการ) หรือโภชนาการที่มีผลในเรื่องของภาวะสุขภาพจิตใจของเรา เพราะทุกวันนี้คนเครียดกันเยอะมาก คนวิตกกังวล คนซึมเศร้า แล้วบางคนมีปัญหาคือไม่รู้ตัว อันนี้ที่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการที่อาจจะคิดสั้น หรือทำให้คุณภาพชีวิตเขาลดน้อยลง แล้วสารอาหารมันมีผลโดยตรงเลย ถึงเกิดความคิดในเรื่องของอาหารเป็นยา

แร่ธาตุบางตัวเวลากินด้วยกันมันก็ส่งเสริมกันแต่บางตัวกินแล้วมันก็ตบตีกันได้เป็นไปได้ไหม ?

ดร. เอกราช : เป็นไปได้ครับ เป็นปกติเลย เราจะกินแร่ธาตุรวมจากอาหารตามธรรมชาติ ก็คือที่เรากินอยู่ในพืชผักผลไม้ หรือแม้กระทั่งแร่ธาตุกันเองมันจะแก่งแย่งแข่งขันกันดูซึม เพราะมันมีประจุหรือ Valency (ความสามารถในการรวมตัวของธาตุ) เช่น 2 บวกเหมือนกัน แคลเซียม แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก สังกะสี มันก็จะตบตีกันในการแก่งแย่งแข่งขัน เราจะกินในรูปแบบของอาหารหรืออาหารเสริมที่เป็นแร่ธาตุรวม มันก็มีผลในการที่จะขัดขวางในการดูดซึม แต่มันยังดีกว่าที่เราไม่ได้กินเลย ทีนี้มันมีวิธีการไหมอาจารย์ที่ให้มันแยกกัน จะได้ไม่ขัดขวางกันอย่างกินแคลเซียมกับเหล็กกลัวมันจะตีกัน สังกะสีกับทองแดงอย่างนี้ เราก็ต้องแยกกันอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง แล้วถ้าเรากินเป็นตัว ๆ เดี่ยว ๆ วันหนึ่งสมมติกิน 8 ตัว 24 ชั่วโมงแล้วต้องปลุกมากินอีกมันก็ไม่ได้ ในแง่ของ practical แล้วปกติตามในวิถีชีวิตใช้ชีวิตจริง เราก็กินอาหารที่มันเป็น Whole food (อาหารที่ใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด) ปกติอยู่แล้ว ที่มีแร่ธาตุรวมอยู่ หรือวิตามินเสริมที่มีแร่ธาตุรวมเราก็จะได้ประโยชน์อย่างน้อยถึงมันจะตบตีกันบ้าง แต่เราก็ยังมีมันช่วยในระบบต่าง ๆ ของร่างกายของเรา

การทานอะไรซ้ำ ๆ มันจะขัดขวางแร่ธาตุตัวนั้นซ้ำ ๆ ?

ดร. เอกราช : ใช่ก็จะมีผล แล้วคนส่วนใหญ่ชอบกินอะไรก็ชอบกินแบบเดิม ๆ อาจารย์บอกว่าเดิม ๆ ก็ได้นะ แต่บางทีคุณเปลี่ยนแหล่งของวัตถุดิบ มันก็จะมีความหลากหลาย

สิ่งสำคัญที่อาจารย์อยากจะฝากก็คืออย่ามองข้ามเรื่องแร่ธาตุ ?

ดร. เอกราช : ถูกต้องครับ อันนั้นเป็นสิ่งสำคัญเลย อย่ารอให้เราพร่องเราขาด มันจะทำให้ล้มทั้งระบบได้ เราก็จำเป็นที่จะต้องรีเซ็ตร่างกายด้วย multimineral แร่ธาตุต่าง ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งสารอาหารที่สำคัญ เมื่อไหร่ก็ตามที่เราพร่อง คือเราเน้นจากอาหารก่อน แต่ถ้าเกิดว่าอาหารเรากินไม่พอ กินขาด เราก็จำเป็นที่จะต้องเสริม เติมเข้าไปในส่วนที่เราพร่องเราขาด ก็เหมือนกับการชาร์จแบตให้กับชีวิตเราทำให้ชีวิตเรามีชีวาแล้วก็ทำให้เราสุขภาพดีชีวียืนยาวได้อย่างมีคุณภาพครับ

Leave a comment