“ทรัมป์” สั่งขึ้นภาษีสินค้านำเข้าเกาหลีใต้เป็น 25% อ้างดีลการค้าล่าช้า ฉุดหุ้นกลุ่มยานยนต์ร่วง

"ทรัมป์" สั่งขึ้นภาษีสินค้านำเข้าเกาหลีใต้เป็น 25% อ้างดีลการค้าล่าช้า ฉุดหุ้นกลุ่มยานยนต์ร่วง

27 ม.ค. 2569 11:36 น.

“ทรัมป์” สั่งขึ้นภาษีสินค้านำเข้าเกาหลีใต้เป็น 25% อ้างดีลการค้าล่าช้า ฉุดหุ้นกลุ่มยานยนต์ร่วง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศปรับเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้ ทั้งรถยนต์ ไม้แปรรูป และยา จาก 15% กลับไปเป็น 25% โดยอ้างเหตุผลว่ารัฐสภาเกาหลีใต้ล่าช้าในการอนุมัติข้อตกลงการค้าที่ทำไว้เมื่อปีที่แล้ว ด้านนักวิเคราะห์มองเป็นการ “กดดันขั้นสุด” เพื่อบีบให้เกาหลีใต้ยอมโอนอ่อนในประเด็นมาตรการที่มิใช่ภาษี ขณะที่หุ้นฮุนได-เกีย ผันผวนหนักทันทีที่ทราบข่าว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศว่า เขาได้สั่งปรับเพิ่มอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์และสินค้าอื่นๆ จากเกาหลีใต้ โดยตำหนิฝ่ายนิติบัญญัติของเกาหลีใต้ที่เป็นพันธมิตรและคู่ค้าสำคัญว่า กำลังถ่วงเวลาการบังคับใช้ข้อตกลงทางการค้าที่ได้ตกลงกันไว้ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2025

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2025 ประธานาธิบดีทรัมป์ และประธานาธิบดีอี แจ-มย็อง ของเกาหลีใต้ ได้บรรลุข้อตกลงในหลักการที่เกาหลีใต้จะเข้ามาลงทุนในสหรัฐฯ มูลค่าสูงถึง 3.5 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อแลกกับการที่สหรัฐฯ จะลดภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้ แต่ล่าสุดทรัมป์ได้ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า “ในเมื่อรัฐสภาเกาหลีใต้ยังไม่บังคับใช้ข้อตกลงนี้ ผมจึงขอประกาศเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าเกาหลีใต้ในกลุ่ม รถยนต์, ไม้แปรรูป, ยา และสินค้าตอบโต้อื่นๆ จากเดิม 15% กลับขึ้นไปเป็น 25% ทันที”

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับการหารือระบุว่า ชนวนเหตุที่ทำให้ทรัมป์หมดความอดทนอาจมาจากกรณีที่ทางการเกาหลีใต้ใช้กฎระเบียบเข้าตรวจสอบ “คูปัง” (Coupang) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งมองว่าการกระทำดังกล่าวไม่เป็นธรรมและเป็นการเลือกปฏิบัติ

นายชเว ซอก-ยอง อดีตผู้เจรจาการค้าของเกาหลีใต้ มองว่านี่คือ “เกมการเมือง” ที่สหรัฐฯ ใช้แรงกดดันสูงสุดเพื่อบีบให้เกาหลีใต้ยอมลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ

หลังการประกาศดังกล่าว ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงลง 1.19% ก่อนจะดีดกลับมาได้เล็กน้อย ขณะที่ค่าเงินวอนอ่อนค่าลง 0.5% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ สู่ระดับต่ำสุดใกล้เคียงกับช่วงวิกฤตการเงินโลกปี 2007-2009

ในส่วนของภาคอุตสาหกรรม หุ้นของฮุนได มอเตอร์ ร่วงลง 4.8% และเกีย ร่วงลง 6% ในช่วงแรก เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกรถยนต์ที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ โดยในปี 2025 มูลค่าการส่งออกรถยนต์ไปสหรัฐฯ อยู่ที่ 3.02 หมื่นล้านดอลลาร์

ทางการเกาหลีใต้ระบุว่ายังไม่ได้รับการแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการจากสหรัฐฯ โดยขณะนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนแคนาดา เตรียมเดินทางเข้าพบ นายโฮเวิร์ด ลุตนิค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ โดยด่วนเพื่อหารือทางออก

ขณะที่กระทรวงการคลังเกาหลีใต้ชี้แจงว่า สาเหตุที่แผนการลงทุน 3.5 แสนล้านดอลลาร์ยังล่าช้า เนื่องจากต้องรอความชัดเจนจากคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ เรื่องภาษีของทรัมป์ รวมถึงความกังวลเรื่องเงินทุนไหลออกท่ามกลางภาวะค่าเงินวอนอ่อนตัว

ความเคลื่อนไหวของทรัมป์ในครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้นักลงทุนทั่วโลกเห็นว่า “เสถียรภาพทางภาษี” ในปี 2026 นั้นยังไม่มีอยู่จริง และนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ภายใต้สมัยที่สองของทรัมป์ยังคงมีความผันผวนและคาดเดาได้ยากต่อไป.


ที่มา Reuters

Leave a comment