นายกฯ หญิงญี่ปุ่น ประกาศพร้อมลาออก หากรัฐบาลผสมแพ้เลือกตั้ง ไม่ได้เสียงข้างมาก

นายกฯ หญิงญี่ปุ่น ประกาศพร้อมลาออก หากรัฐบาลผสมแพ้เลือกตั้ง ไม่ได้เสียงข้างมาก

27 ม.ค. 2569 10:23 น.

นายกฯ หญิงญี่ปุ่น ประกาศพร้อมลาออก หากรัฐบาลผสมแพ้เลือกตั้ง ไม่ได้เสียงข้างมาก

นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย ประกาศจะลาออกจากตำแหน่งทันที หากพรรครัฐบาลไม่สามารถคว้าเสียงข้างมากจากการเลือกตั้งทั่วไปที่กำหนดจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์

นาง ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย หรือพรรค LDP กล่าวจุดยืนระหว่างการดีเบตนโยบายร่วมกับผู้นำพรรคการเมืองหลัก 6 พรรค ที่กรุงโตเกียว ก่อนการเปิดฉากหาเสียงเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า เธอจะลาออกจากตำแหน่งทันที หากพรรครัฐบาลไม่สามารถคว้าเสียงข้างมากในสภาได้ หลังการเลือกตั้งทั่วไปที่มีกำหนดจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์นี้

การยุบสภาครั้งนี้เปิดทางสู่การเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ โดยคาดว่าจะเป็นการแข่งขันที่เข้มข้น ท่ามกลางแรงกดดันด้านเศรษฐกิจ ค่าครองชีพที่พุ่งสูง และปัญหาความเชื่อมั่นทางการเมือง

ระหว่างการดีเบต ทาคาอิจิเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการปรับทิศทางนโยบายการคลังครั้งใหญ่ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและความมั่งคั่งของญี่ปุ่น โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการบริหารความเสี่ยง และการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต ซึ่งถูกบรรจุไว้ในร่างงบประมาณปีงบประมาณถัดไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งก่อนกำหนดอาจทำให้การพิจารณางบประมาณล่าช้า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง และราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้านผู้นำพรรคฝ่ายค้านหลายพรรคใช้เวทีดีเบตโจมตีรัฐบาลในประเด็นค่าครองชีพ โดยนาย โยชิฮิโกะ โนดะ ผู้นำร่วมพันธมิตรปฏิรูปสายกลาง เสนอให้ลดภาษีการบริโภคสินค้าอาหารจาก 8% เหลือ 0% เพื่อบรรเทาภาระประชาชน

ขณะที่นาย ยูอิจิโร ทามากิ ผู้นำพรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชน ระบุว่าการเพิ่มรายได้สุทธิของประชาชนยังต้องฝ่าด่านอุปสรรคอีกมาก

ด้านพรรคอื่น ๆ หยิบยกประเด็นสังคมและความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูประบบประกันสังคม นโยบายแรงงานต่างชาติ ปัญหาอัตราการเกิดต่ำ และบทบาทของญี่ปุ่นในเวทีโลก

ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นยังเผชิญความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับจีน หลังทาคาอิจิเคยแสดงท่าทีว่า ญี่ปุ่นอาจตอบโต้ทางทหาร หากจีนดำเนินการกับไต้หวัน รวมถึงแรงกดดันจากสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้ญี่ปุ่นเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมแม้ทาคาอิจิจะเพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้เพียง 3 เดือน และมีคะแนนนิยมสูงราว 70% หลังได้รับเลือกเป็น นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่พรรค LDP ยังคงเผชิญแรงกดดันจากคดีอื้อฉาวด้านคอร์รัปชัน และความสัมพันธ์ในอดีตกับองค์กรศาสนา “โบสถ์แห่งความสามัคคี” หรือคริสตจักรยูนิฟิเคชั่น

โดยผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นตัวชี้ชะตาอนาคตทางการเมืองของ ซานาเอะ ทาคาอิจิ และทิศทางของญี่ปุ่นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง.

ที่มา :CGTN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ญี่ปุ่น

Leave a comment