สกร.จัดประชุมโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ตามพระราชดำริฯ เฉลิมพระเกียรติ กรมสมเด็จพระเทพฯ

สกร.จัดประชุมโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ตามพระราชดำริฯ เฉลิมพระเกียรติ กรมสมเด็จพระเทพฯ

สกร.จัดประชุมโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ตามพระราชดำริฯ เฉลิมพระเกียรติ กรมสมเด็จพระเทพฯ

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดประชุมวิชาการ “โครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “13 ปี พระเมตตา สร้างป่า สร้างรายได้ สร้างถิ่นไทยให้เข้มแข็ง” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 – 31 มกราคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษาฯ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยมี นายอุปดิศร์ ฉัตรคำ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และฟื้นฟูพันธุ์ไม้ในเขตพระราชทานและพื้นที่พิเศษ กรมป่าไม้  และ ศ.ดร.ดุสิต เวชกิจ ผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุมบรรจง ชูสกุลชาติ ชั้น 6 กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ

ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดี สกร. เปิดเผยว่า โครงการสร้างป่า สร้างรายได้ เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงห่วงใยในทรัพยากรป่าไม้ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรมจากการถูกบุกรุกและทำไร่เลื่อนลอย โดยทรงมีพระราชดำรัส ณ ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา จ.น่าน เมื่อปี 2555 ความตอนหนึ่งว่า…

“ป่านี้เป็นสมบัติของชุมชน ของชาติของเรา ของคนพื้นที่ เป็นของชาวบ้าน ต้องรักษาไว้เป็นของลูกหลาน ต้องปลูกป่าเลยให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้ชาวบ้านพยายามจะคิดหาพืชใหม่ที่มีราคาแพง แดดไม่กลัวระหว่างที่ปลูกให้ชาวบ้านมีรายได้จริงๆ”

จากการน้อมนำแนวทางดังกล่าว สกร. ได้บูรณาการร่วมกับกรมป่าไม้ และภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนโครงการมาตั้งแต่ปี 2556 โดยมีศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอบ่อเกลือ จ.น่าน เป็นหน่วยงานนำร่อง และขยายผลจนครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดสำคัญ ได้แก่ เชียงใหม่ น่าน ตาก แม่ฮ่องสอน และเลย รวม 38 อำเภอ ปัจจุบันมีเกษตรกรร่วมโครงการฯกว่า 62,000 ครัวเรือน

สำหรับการจัดงานในปีนี้ สกร. ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพหลัก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่สกร. จัดงานประชุมดังกล่าว เพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแพร่ พระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน เป็นองค์ประธาน ในการประชุมฯ

“สกร. มุ่งมั่นขับเคลื่อนโครงการนี้เพื่อสนองพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง 13 ปีที่ผ่าน จากที่พระองค์ท่านทรงห่วงใยเรื่องของการบุกรุกป่า การใช้สารเคมี การดำเนินการที่ทำให้ป่าไม้ถูกทำลาย จึงมีโครงการสร้างป่า สร้างรายได้เกิดขึ้น โดยการบูรณาการร่วมกันระหว่าง สกร.กรมป่าไม้ กรมวิชาการเกษตร ฯ มสธ.และภาคีเครือข่าย เข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนโครงการ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเกิดการเรียนรู้ป่า มีการวางแผน ต้นน้ำคืออนุรักษ์พื้นที่ป่า ส่วนกลางน้ำ คือ มีการจัดทำหลักสูตรให้เกิดการเรียนรู้ และสามารถต่อยอดให้สอดคล้องกับเครดิตแบงค์ และความรู้ที่สามารถปฏิบัติได้จริง เป็นการปลูกป่าภายในใจให้ทุกคนมองเห็นได้ว่า ป่า นอกจากช่วยในเรื่องอากาศแล้วยังทำให้เกิดองค์ความรู้และสร้างแบรนของผลิตภัณฑ์ที่ได้จากป่า เพื่อสร้างรายได้ ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อป่าที่สมบูรณ์และชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน” อธิบดี สกร.กล่าวและว่า มสธ.ได้มีการติดตามผลการดำเนินการ ว่าอะไรที่เป็นตังชี้วัดของความสำเร็จ ในพื้นที่ 5 จังหวัด และอะไรที่ต้องปรับปรุง เพื่อให้โครงการนี้เกิดความยั่งยืนสมกับพระปณิธานของพระองค์ท่าน และสามารถสร้างป่า สร้างรายได้ในทุกๆที่และในอนาคนจะขยายผลต่อยอดเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่ง สกร.ถือว่าบทเรียนนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญ ทำให้เกิดการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและสามารถทำให้เกิดองค์ประกอบของ “เลิร์นทูเอิร์น” มีรายได้ระหว่างเรียน ได้ต่อไปในอนาคต“ อธิบดี สกร.กล่าว

ด้าน นายอุปดิศร์ ฉัตรคำ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และฟื้นฟูพันธุ์ไม้ฯ กล่าวว่า เราเริ่มต้นโครงการนี้จากปัญหาที่ป่าไม้ถูกบุกรุกและทำลายป่า ทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบ เช่น เกิดภัยแล้ง ไฟป่า น้ำท่วม ผลผลิตเกิดความเสียหาย หรือผลผลิตได้น้อยลง กรมป่าไม้ได้มีการเข้าไปดูแลในเรื่องการปลูกป่า โดยกรมป่าไม้ได้เข้าไปทำความเข้าใจกับประชาชนและชุมชนและให้เข้ามามีส่วนร่วม ในการดูแลรักษาผืนป่า ซึ่งโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ตามพระราชดำริฯ เกิดขึ้นเมื่อปี 2556 มีการปลูกป่าใหม่ขึ้นมา และสร้างจิตสำนึกประชาชน หรือปลูกป่าในใจคน โดยให้ประชาชนช่วยกันดูแลรักษาป่าในพื้นที่ โดยกรมป่าไม้ได้เข้าไปดูแลเกษตรกรในชุมชน เป้าหมายเริ่มตั้งแต่การส่งเสริมต้นกล้าพันธุ์ที่เหมาะสมในการปลูกแต่ละพื้นที่ และเข้าไปดูแลพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ

ขณะที่ ศ.ดร.ดุสิต เวชกิจ ผู้ทรงคุณวุฒิ มสธ. กล่าวว่า มสธ.มีการสอนด้านการเกษตรตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก มสธ. จึงเข้าไปช่วยในการพัฒนาเชิงวิชาการร่วมกับครู สกร. และกรมป่าไม้ เพราะแต่ละชุมชนมีความต้องการความรู้ที่แตกต่างกัน มสธ.ก็ไปให้ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 นอกจากนี้ มสธ. ยังได้ทำแบบประเมินการดำเนินงานของโครงการฯแต่ละพื้นที่ เพื่อดูว่าอะไรที่เป็นตังชี้วัดของความสำเร็จ และอะไรที่ต้องปรับปรุงแก้ไข พร้อมสอดแทรกความรู้ความคิดเพื่อให้นำไปต่อยอดได้ ทั้งนี้ เพื่อให้โครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ประสบความสำเร็จมากขึ้น

Leave a comment