‘เอกสิทธิ์ ปวงชนไทย’ ซัด ‘แจกเงินล้าน’ ประชานิยมสุดโต่ง เตือนระวัง ‘โรแมนซ์สแกมการเมือง’

‘เอกสิทธิ์ ปวงชนไทย’ ซัด ‘แจกเงินล้าน’ ประชานิยมสุดโต่ง เตือนระวัง ‘โรแมนซ์สแกมการเมือง’

‘เอกสิทธิ์ ปวงชนไทย’ ซัด ‘แจกเงินล้าน’ ประชานิยมสุดโต่ง เตือนระวัง ‘โรแมนซ์สแกมการเมือง’

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.58 น.

“เอกสิทธิ์ ปวงชนไทย” ซัดแรง “แจกเงินล้าน” ประชานิยมสุดโต่ง เตือนคนไทย ระวัง “โรแมนซ์สแกมการเมือง” หลอกให้รัก-ให้เลือก สุดท้ายขายฝัน ยัน “ประชาประโยชน์“ ทำปท.ยั่งยืนกว่า

วันที่ 27 มกราคม 2569 นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย ผู้สมัครสส.แบบบัญชีรายชื่อหมายเลข 23 แสดงความเห็นเกี่ยวกับการออกแคมเปญหาเสียงของบางพรรคที่จะแจกเงินล้านทุกวัน ว่า เป็นนโยบาย ประชานิยมแบบสุดโต่ง ตนไม่เห็นด้วย เพราะการจะให้ประชาชนมีเงินได้นั้น ต้องมีการพัฒนาคนด้วย ไม่ใช่ประชานิยมแจกไปอย่างเดียว ซึ่งการแจกแบบนี้จะคล้ายกับ  “โรแมนซ์สแกมเมอร์” หรือ สแกมเมอร์การเมือง คือการหลอกให้รักหลอกให้หลง หลอกให้เลือกลงคะแนนให้พรรคนั้น แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้อะไรแต่ยิ่งทำให้ประเทศถอยหลังด้วยซ้ำ ในเรื่องนี้พรรคปวงชนไทยไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง  

“เราไม่เห็นด้วยกับประชานิยมแบบนี้ แต่เน้นนโยบายประชาประโยชน์ สร้างประเทศไทยให้ยั่งยืนทำให้ทุกคนมีความรู้ความสามารถ ควบคู่กับการมีรายได้ที่สูงขึ้นทำให้เกิดความยั่งยืน”

หัวหน้าพรรคปวงชนไทย ระบุด้วยว่า การเลือกตั้งทุกครั้ง มีการใช้เงินซื้อเสียง หลายเขตใช้เงินเป็นหลายสิบล้านหรือหลักร้อยล้าน มองได้ว่าเป็นการหลอกลวงประชาชน ต้องการเข้ามาทุจริตคอร์รัปชัน ถ้านักการเมืองคนไหนใช้เงินจำนวนมากแบบนี้ในการเลือกตั้ง แสดงว่ามีเป้าหมายที่จะเข้ามากอบโกยถอนทุนคืนจากประเทศและพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน  

”ขอฝากพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทย อย่าไปรับเงิน หรือหากรับไปแล้ว ก็อย่าเลือกพรรคนั้นโดยเด็ดขาด การเลือกตั้งทุกคนสำคัญมาก เรามีสิทธิ์คนละหนึ่งเสียงเท่ากัน ปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียงมีมานานแล้ว ขอให้ทุกคนร่วมกันหยุดเรื่องนี้ให้ได้ ต้องอย่ารับเงินเหล่านี้ เพื่ออนาคตของประเทศไทยต่อไป“

นายเอกสิทธิ์ ย้ำว่า หลายปีที่ผ่านมามีแต่นโยบายประชานิยม ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้พี่น้องประชาชนได้จริง เลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา เลือกมาหลายพรรคแล้ว แต่ปัญหาเศรษฐกิจก็ยังไม่ดีขึ้น ประชาชนยังลำบากและมีหนี้สินเหมือนเดิม วันนี้ พรรคปวงชนไทย ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ ไม่ใช่นักธุรกิจการเมืองที่ต้องการเข้ามาหาผลประโยชน์ ซึ่งตนเองมีประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจสำเร็จมาแล้ว จึงขออาสาเข้ามาแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน

Leave a comment