พิพัฒน์ ชู เมกะโปรเจ็กต์ เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ พื้นที่อีอีซี ไร้กาสิโน

พิพัฒน์ ชู เมกะโปรเจ็กต์ เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ พื้นที่อีอีซี ไร้กาสิโน

พิพัฒน์ ชู เมกะโปรเจ็กต์ เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ พื้นที่อีอีซี ไร้กาสิโน

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.53 น.

‘พิพัฒน์’ เล่นใหญ่! ดันเมกะโปรเจกต์ผุด ‘Entertainment Complex plus’ ศูนย์รวมความบันเทิงกลาง EEC ยันไร้‘กาสิโน-สีเทา’ มอมเมาประชาชน มุ่งปั้นไทยสู่ฮับท่องเที่ยวโลก

29ม.ค.2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรวม.คมนาคม เปิดเผยถึงแนวคิดการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “ฮับเศรษฐกิจระดับโลก” โดบมุ่งเป้าไปที่การพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC) ให้เป็นศูนย์กลางความบันเทิงและการท่องเที่ยวครบวงจรว่า โครงการ ‘ดิสนีย์แลนด์เมืองไทย’ และศูนย์รวมความบันเทิง (Entertainment Complex plus ) ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริง หากมีรัฐบาลที่กล้าตัดสินใจและลงมือทำ ผนึกกำลัง กกท. เตรียมที่ดินในจังหวัดชลบุรีพร้อมลุย

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีความพร้อมในด้านทรัพยากรอย่างมาก โดยเฉพาะที่ดินขนาดใหญ่ในจังหวัดชลบุรีซึ่ง EEC  มีพื้นที่เตรียมรองรับเมกะโปรเจกต์นี้ไว้แล้ว ประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานใน EEC ที่มีความพร้อมสูงสุด ทั้งรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และสนามบินอู่ตะเภา เหลือเพียงขั้นตอนการดึงเอกชนมาร่วมลงทุน (PPP) และการผลักดันเชิงนโยบายอย่างจริงจัง ก็สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า โครงการนี้จะไม่ได้มีเพียงแค่สวนสนุกเท่านั้น แต่ถูกวางแผนให้เป็น “Entertainment & Lifestyle Complex” มาตรฐานสากล ซึ่งภายในจะประกอบด้วย: Concert & Event Hall: พื้นที่จัดแสดงดนตรีและอีเวนต์ระดับโลก National Stadium: สนามกีฬาแห่งใหม่ ความจุ 80,000 ที่นั่ง เพื่อดึงดูดมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ Theme Park: สวนสนุกระดับโลกที่จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง

“ท่ามกลางข้อกังวลเรื่องธุรกิจสีเทา ผมยืนยันหนักแน่นว่า โครงการนี้จะไม่มีกาสิโน และไม่มีการมอมเมาประชาชน จุดประสงค์หลักคือการสร้างพื้นที่กิจกรรมสร้างสรรค์ ดนตรี และกีฬา สำหรับคนทุกเพศทุกวัย ทั้งชาวไทยและต่างชาติเพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขาวสะอาดและยั่งยืน” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ขณะที่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ได้ประเมินว่าหากโครงการนี้สำเร็จ จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลเทียบเท่ากับโมเดลความสำเร็จของ Tokyo Disneyland, Shanghai Disneyland หรือ Hongkong Disneyland เกิดการสร้างงาน โดยคาดว่าจะเกิดการจ้างงานหลายหมื่นตำแหน่ง ทั้งวิศวกร นักแสดง การจัดการอีเวนต์ และภาคบริการ มึเวทีคนรุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพในเวทีระดับโลก ที่สำคัญมีการกระจายรายได้ เม็ดเงินสู่ชุมชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยว ยกตัวอย่างความสำเร็จในอดีต ช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ได้ผลักดันโครงการ ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ จนเป็นที่ยอมรับทั่วโลกและกู้เศรษฐกิจท่องเที่ยวไทยกลับมาได้ มั่นใจว่าสิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน ทำได้ คนไทยก็ทำได้ ขอเพียงโอกาสในการผลักดัน เราจะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลกได้อย่างแน่นอน

Leave a comment