ศุภจี ฟุ้งชิมลางลุย 2 จว.ดูดีมาก ย้ำนโยบายภูมิใจไทยทำได้จริง

ศุภจี ฟุ้งชิมลางลุย 2 จว.ดูดีมาก ย้ำนโยบายภูมิใจไทยทำได้จริง

ศุภจี ฟุ้งชิมลางลุย 2 จว.ดูดีมาก ย้ำนโยบายภูมิใจไทยทำได้จริง

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.49 น.

“ศุภจี”ฟุ้งชิมลางลงพื้นที่ 2 จังหวัด”อุบลฯ-ภูเก็ต”ดูดีมาก ย้ำ”นโยบาย ภท.”ทำได้จริง เหมือนให้เบ็ดตกปลาประชาชนไปสร้างอาชีพให้ยั่งยืน ปัดตอบนโยบายเศรษฐี ยันไม่ใช่”นางแบก”แต่ทำงานเป็นทีม อ้อนถ้ากาเบอร์ 37 ได้”ดรีมทีมสีน้ำเงิน”ยกชุด

เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 28 มกราคม 2569 ที่บริเวณปลายแหลมสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่ทั้งจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวานนี้ (27 ม.ค.) และจังหวัดภูเก็ต ในวันนี้ (28 ม.ค.) กระแสตอบรับเป็นอย่างไร ว่า โคตรดูดีมาก ทุกคนมีความสนใจ และกระตือรือร้น อีกทั้งยังมีความต้องการที่จะทราบว่าเราจะแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างไร ซึ่งสำหรับตนก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจึงรู้สึกชื่นใจ

เมื่อถามว่า ถ้าไม่เลือกพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล ก็จะไม่ได้นางศุภจีมาช่วยงาน อยากบอกอะไรกับประชาชนในเรื่องนี้หรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า จริงๆ แล้วศุภจีก็เป็นแค่คนเดียว แต่พรรคภูมิใจไทยเราประกอบไปด้วยบุคลากรที่มีความสามารถมากมาย ฉะนั้นถ้าเลือกพรรคภูมิใจไทยก็จะได้ทีมนี้ ซึ่งประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, ตนเอง เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงได้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี มาทำงานด้วย แต่ถึงแม้จะไม่ได้เลือกพรรคภูมิใจไทยศุภจีก็จะกลับไปเป็นประชาชน ที่มีความตั้งใจเต็มที่ที่จะให้ข้อมูล และให้ความสนับสนุนภาครัฐ พร้อมมอบนโยบายดีๆ ให้ไปทำต่อ

เมื่อถามว่า มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่านางศุภจีแบกพรรคภูมิใจไทย นางศุภจี ส่ายหน้า ก่อนบอกว่า “ไม่รู้สึกแบบนั้นเลยค่ะ” เพราะแต่ละคนต่างมีหน้าที่ และตนก็ตัวเล็กนิดเดียว ทั้งนี้ ที่ตนทำก็คือในเรื่องของการค้าการขาย ซึ่งถ้าเราดูนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองในช่วงเลือกตั้ง ส่วนใหญ่จะบอกว่าจะให้อะไร และส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของรายจ่ายแต่สำหรับตนมาในเรื่องของการหารายได้ว่าจะเข้ามาอย่างไร เพื่อให้เราสามารถจ่ายได้ในสิ่งที่ควรจะเป็น

เมื่อถามว่า มองนโยบายประชานิยมของพรรคการเมืองอื่นอย่างไร เช่น โครงการเศรษฐี เงินล้าน นางศุภจี ระบุว่าเรื่องนี้ขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ เพราะตนมุ่งเน้นไปที่นโยบายของพรรคภูมิใจไทย แต่หากพรรคอื่นมีนโยบายแบบนี้ เขาก็มีหน้าที่ที่จะต้องอธิบายว่านโยบายนั้น จะเอาเงินมาอย่างไร เกิดประโยชน์กับประเทศในภาพรวมอย่างไรและจะสร้างความยั่งยืนอย่างไร ฉะนั้นถ้าพรรคเหล่านั้นสามารถตอบได้ และประชาชนชอบใจ ก็ถือเป็นสิทธิ์ของประชาชน พร้อมย้ำว่าส่วนตัวถ้าถามถึงนโยบายพรรคภูมิใจไทยตนเองตอบได้

เมื่อถามต่อว่า นโยบายของพรรคภูมิใจไทยใช้งบประมาณเยอะหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า เราอยู่ในมุมในสิ่งที่เราพูดไป เพราะพวกเราพูดแล้วทำ ส่วนคนที่ดูแลเรื่องวินัยการเงินการคลังอย่างเข้มงวดก็คือนายเอกนิติ เพราะอย่างที่บอกตนไม่ได้แบก ไม่ใช่ตนที่แบก แต่ทุกคนช่วยกันทำ ซึ่งนายเอกนิติบอกว่าสิ่งที่เราพูดออกไป นโยบายของเราทำได้จริงขณะเดียวกันตนก็เคยพูดในหลายเวทีแล้ว ว่าประเทศไทยเราไม่ได้มีเงินเยอะ มีรายได้ 3 ล้านล้านบาท แต่มีรายจ่าย 4 ล้านล้านบาท ขณะที่หนี้สาธารณะเกือบติดเพดานร้อยละ 70 ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ร้อยละ 66 ดังนั้นเราทำอะไรไม่ได้มาก ด้วยเหตุนี้การใช้งบประมาณอะไรจึงต้องแม่นยำ ตรงจุด และได้ประโยชน์สูงสุดในระยะยาว นโยบายของพรรคภูมิใจไทยจึงไม่ได้ให้แค่ปลา แต่เราตั้งใจจะให้เบ็ดตกปลา ให้พวกเขาสามารถสร้างรายได้ของเขาได้ด้วย ซึ่งถือเป็นการให้ประโยชน์กับประชาชนอย่างยั่งยืน

Leave a comment