ดร สามารถ แฉยับ สายสีส้มเปิดช้า ทำประเทศเจ๊งยับ 1 7 แสนล้าน

ดร สามารถ แฉยับ สายสีส้มเปิดช้า ทำประเทศเจ๊งยับ 1 7 แสนล้าน

ดร สามารถ แฉยับ สายสีส้มเปิดช้า ทำประเทศเจ๊งยับ 1 7 แสนล้าน

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.25 น.

วันนี้ 28 มกราคม พ.ศ. 2569 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความพร้อมภาพร่ายยาวเกี่ยวกับรถไฟฟ้าสีส้มสร้างเสร็จ แต่เปิดไม่ได้ โดยมีข้อความทั้งหมด ว่า “รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก สร้างเสร็จ 3 ปี “ถึงวันนี้… ยังได้แค่มอง” รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี ระยะทาง 22.5 กิโลเมตร งานโยธาสร้างเสร็จตั้งแต่กลางปี 2566 แต่ถึงวันนี้… ยังเปิดไม่ได้ผ่านมาเกือบ 3 ปีเต็ม สิ่งที่ประชาชนทำได้คือ ยืนมองสถานี และเดินทางฝ่ารถติดเหมือนเดิม การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ตั้งเป้าเปิดใช้ในปี 2571 แปลว่า ต้องรออีก 2 ปี รอมาแล้ว… ก็ต้อง “ทนรอต่อไป”

1. สร้างเสร็จแล้ว แต่ทำไมยังเปิดไม่ได้? คำตอบไม่ซับซ้อน เพราะ รฟม.เลือกหาผู้เดินรถโดยการผูกช่วงตะวันออกเข้ากับช่วงตะวันตก (บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ) ระยะทาง 13.4 กิโลเมตร โดยการประมูลหาเอกชนให้ก่อสร้างช่วงตะวันตกและเดินรถทั้ง 2 ช่วง

สามารถ ราชพลสิทธิ์

แต่การประมูลดังกล่าวเกิดปัญหาซับซ้อน (ซึ่งผมเคยเขียนถึงแล้วหลายครั้ง) ผลคือ ช่วงตะวันออกงานโยธาสร้างเสร็จ 100% ช่วงตะวันตกเพิ่งคืบหน้า 22.3% ทั้งที่ความจริงแล้ว หากแยกประมูลผู้เดินรถเฉพาะช่วงตะวันออก วันนี้ประชาชนคงได้นั่งรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออกแล้ว ระยะทาง 22.5 กิโลเมตร ยาวพอ และมีเส้นทางผ่านพื้นที่สำคัญหลายแห่ง คาดว่าจะมีผู้โดยสารแน่น เอกชนสนใจแน่นอน เพราะไม่ใช่โครงการที่เสี่ยงขาดทุน แต่น่าเสียดาย… โอกาสนั้นถูกปล่อยให้ผ่านไป

2. เปิดช้า… ประเทศเสียหายปีละ 4.3 หมื่นล้าน ประเด็นนี้ ไม่ได้เขียนเพื่อโทษใคร แต่อยากให้เป็นบทเรียนราคาแพง เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำกับโครงการอื่นในอนาคต รฟม.ประเมินความเสียหายจากการเปิดรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออกล่าช้า พบว่า ประเทศมีความเสียหายสูงถึง 4.3 หมื่นล้านบาทต่อปี จาก 3 ส่วนหลัก

สามารถ ราชพลสิทธิ์

1) ค่าดูแลโครงสร้างที่สร้างเสร็จแล้ว 495 ล้านบาท/ปี สถานียกระดับ 7 สถานี 103 ล้านบาท/ปี สถานีใต้ดิน 10 สถานี 392 ล้านบาท/ปี สร้างเสร็จแล้ว แต่ต้องจ่ายเงินดูแลโดยที่ประชาชนยังไม่ได้ใช้

2) ค่าเสียโอกาสจากค่าโดยสาร 1,764 ล้านบาท/ปี รายได้ที่ควรเกิด… แต่หายไปเพราะยังไม่เปิดใช้

3) ค่าเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ 40,644 ล้านบาท/ปี จากการประหยัดเวลาการเดินทาง ลดค่าใช้จ่ายด้านยานพาหนะ และลดมลพิษ เดิมที รถไฟฟ้าสายนี้ รฟม.มีแผนจะเปิดในเดือนมีนาคม 2567 แต่แผนใหม่คือ เร็วสุดปี 2571 ล่าช้าไป 4 ปี รวมความเสียหายกว่า 1.7 แสนล้านบาท ผมไม่ขอถามว่า ใครต้องรับผิดชอบ แต่อยากให้ทุกฝ่ายจำตัวเลขนี้ให้ขึ้นใจ

3. รถไฟฟ้ากรุงเทพฯ “เราอยู่ตรงไหนของแผนแม่บท?” ปัจจุบันรถไฟฟ้าที่เปิดใช้แล้ว 279.84 กิโลเมตร จากแผนแม่บททั้งหมด 553.41 กิโลเมตร คิดเป็น 50.6% หากเปิดสายสีส้มตะวันออกได้ในปี 2571 ระยะทางจะเพิ่มเป็น 302.34 กิโลเมตร (54.6%) หากเปิดสายสีส้มตะวันตกในเดือนกรกฎาคม 2573 เพิ่มเป็น 315.74 กิโลเมตร (57.1%) และหากเปิดสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ในเดือนมีนาคม 2573 รวมเป็น 339.34 กิโลเมตร (61.3%) ทั้งสายสีส้มตะวันตก และสายสีม่วงใต้จะเป็นรถไฟฟ้าที่ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา ต่อจากสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-หลักสอง ที่เปิดให้บริการไปแล้วในปี 2562 โครงข่ายกำลังจะสมบูรณ์ขึ้น แต่คำถามคือ… เราจะได้ใช้ “รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออกที่สร้างเสร็จแล้ว” ในปี 2571 จริงหรือไม่?

สามารถ ราชพลสิทธิ์

4. บทเรียนจากรถไฟฟ้าที่ประชาชนยังไม่ได้ใช้ รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก ไม่ใช่ปัญหาทางเทคนิค ไม่ใช่ขาดเงิน ไม่ใช่ขาดผู้โดยสาร แต่เป็นผลมาจากการตัดสินใจเชิงนโยบายและโครงสร้างการประมูล การเปิดใช้ล่าช้า ไม่ได้แค่ทำให้ประชาชนเสียเวลา แต่ทำให้ประเทศเสียเงิน เสียโอกาส และเสียความเชื่อมั่นถ้าไม่เรียนรู้จากความผิดพลาดครั้งนี้ รถไฟฟ้าสายต่อไป… อาจไม่ได้ช้าแค่ “4 ปี”

หมายเหตุ: ข้อสงสัยดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นข้อกังขาที่ผมและประชาชนทุกคนชอบที่จะต้องขอคำชี้แจงให้สิ้นสงสัยจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้งนี้ก็เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ด้วยเจตนาที่จะให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากโครงการนี้อย่างเต็มที่ โดยปราศจากข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้นเท่านั้นเอง”

ชาวเน็ตหลายคนต่างก็เข้าคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันหลากหลายกับโพสต์ของ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ที่มีต่อสรไฟฟ้าสีส้ม เช่น

“ซื้อความโปร่งใส ความเป็นธรรมให้เอกชนผู้ประมูลครับ มีราคาที่ต้องจ่าย”

“รอส้มตะวันตก”

“เดี๋ยวปีหน้า ก็เริ่มเปิดบริการ แล้วครับลุง”

“ไม่รู้สามปีที่ผ่านมาต้องเสียค่าบำรุงรักษาระบบไปเท่าไหร่แล้วนะครับ สงสารประเทศไทยจัง”

“บริหารงานผิดพลาดต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ใช่เงียบเฉย”

“เขาเล่ากันมาว่า ” วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม ไม่เคยทำปัญหา 1 + 1 = 2 เสมอ แต่รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ มักจะทำให้ 1 + 1 เป็น 6 7 8 …….. ไม่รู้จบ “……………….. ” ลดนักการเมือง ลดนิติฯ ลดรัฐฯ ลงครึ่งนึ่งหรือน้อยกว่า แล้วเพิ่ม วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม เป็น 80 – 100 % ประเทศจะพัฒนาก้าวกระโดด “

“วางกฎไม่ให้ชัดต้องเชื่อมทั้งสองด้าน คิดมาได้ โครงแบบนี้ก็มีด้วย”

สามารถ ราชพลสิทธิ์
สามารถ ราชพลสิทธิ์
สามารถ ราชพลสิทธิ์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ – Dr.Samart Ratchapolsitte

Leave a comment