
30 ม.ค. 2569 08:55 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
นักวิทย์งง! หมีขั้วโลกอ้วนขึ้น สุขภาพดีขึ้น แม้น้ำแข็งอาร์กติกละลายจากโลกร้อน
งานวิจัยล่าสุดพบผลลัพธ์ที่ผิดคาด เมื่อพบว่าหมีขั้วโลกในนอร์เวย์ มีสภาพร่างกายอ้วนขึ้นและแข็งแรงขึ้นในช่วงกว่า 30 ปีที่ผ่านมา แม้ภาวะโลกร้อนจะทำให้น้ำแข็งอาร์กติกหดหายลงต่อเนื่อง
นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1990 จนถึงปี 2019 ทีมวิจัยได้ชั่งน้ำหนักและวัดขนาดหมีขั้วโลกโตเต็มวัยรวม 770 ตัว และพบว่าหมีในพื้นที่ดังกล่าวมีไขมันสะสมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งที่น้ำแข็งในทะเล ซึ่งเป็นพื้นที่ล่าสัตว์หลักของหมีขั้วโลก ลดลงอย่างต่อเนื่องจากภาวะโลกร้อน
โดยปกติแล้ว หมีขั้วโลกต้องพึ่งพาแผ่นน้ำแข็งกลางทะเลเป็น แท่นล่าเหยื่อ เพื่อจับแมวน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารหลักที่ให้พลังงานสูง ไขมันจากแมวน้ำไม่เพียงช่วยให้หมีมีพลังงานและรักษาความอบอุ่น แต่ยังมีความสำคัญต่อแม่หมีในการผลิตน้ำนมที่มีไขมันสูงสำหรับลูกหมีด้วย
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเชื่อว่าหมีขั้วโลกในสฟาลบาร์ดได้ปรับตัวต่อการสูญเสียน้ำแข็ง โดยหันไปล่าเหยื่อบนบกมากขึ้น เช่น กวางเรนเดียร์ และวอลรัส ซึ่งเป็นสัตว์ขนาดใหญ่และมีไขมันสูงไม่แพ้กัน งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports และสร้างความประหลาดใจให้กับนักวิทยาศาสตร์ เนื่องจากสฟาลบาร์ดเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโลกร้อนรุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ด็อกเตอร์ ยอน อาร์ส นักวิจัยหลักจากสถาบันโพลาร์นอร์เวย์ ระบุว่าหมีที่อ้วนขึ้นหมายถึงสุขภาพที่ดีขึ้น พร้อมยอมรับว่าเขาเองคาดว่าจะเห็นสภาพร่างกายของหมีแย่ลง เมื่อการสูญเสียแผ่นน้ำแข็งในทะเลรุนแรงถึงระดับนี้
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ วอลรัส ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในนอร์เวย์มาตั้งแต่ทศวรรษ 1950 หลังถูกล่าจนเกือบสูญพันธุ์ การคุ้มครองดังกล่าวทำให้จำนวนวอลรัสเพิ่มขึ้น และกลายเป็นแหล่งอาหารใหม่ที่อุดมด้วยไขมันสำหรับหมีขั้วโลกในปัจจุบัน
อาร์สอธิบายเพิ่มเติมว่า หากพื้นที่แผ่นน้ำแข็งของแมวน้ำมีขนาดเล็กลง แมวน้ำอาจรวมตัวกันในพื้นที่จำกัด ทำให้หมีสามารถล่าได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แม้ผลการศึกษานี้จะถือเป็นข่าวดีในระยะสั้น แต่นักวิจัยเตือนว่าแนวโน้มดังกล่าวอาจไม่ยั่งยืน เมื่อการสูญเสียน้ำแข็งยังคงดำเนินต่อไป หมีขั้วโลกจะต้องเดินทางไกลขึ้นเพื่อหาแหล่งล่าเหยื่อ ใช้พลังงานมากขึ้น และสูญเสียไขมันสะสมที่จำเป็นต่อการอยู่รอด
องค์กรอนุรักษ์ Polar Bears International ชี้ว่า หมีขั้วโลกในสฟาลบาร์ดเคยเป็นหนึ่งในประชากรที่ถูกล่าหนักที่สุดในโลก ก่อนจะได้รับการคุ้มครองในระดับนานาชาติช่วงทศวรรษ 1970 และผลการวิจัยใหม่นี้อาจสะท้อนการฟื้นตัวของประชากรหลังแรงกดดันจากการล่า รวมถึงการเพิ่มขึ้นของวอลรัสและกวางเรนเดียร์ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา
ด็อกเตอร์ จอห์น ไวต์แมน นักวิทยาศาสตร์อาวุโสขององค์กรกล่าวว่า ผลการศึกษานี้ถือเป็นสัญญาณบวกในระยะสั้น แต่เตือนว่าสภาพร่างกายเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัย งานวิจัยอื่นพบว่าจำนวนวันที่ไร้น้ำแข็งที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ลูกหมี รวมถึงหมีตัวเมียวัยอ่อนและวัยชรา มีอัตราการรอดชีวิตลดลง
ในภูมิภาคอื่นของอาร์กติก ภาวะโลกร้อนกลับส่งผลรุนแรงต่อหมีขั้วโลกอย่างชัดเจน โดยปัจจุบันมีหมีขั้วโลก 20 กลุ่มย่อยทั่วอาร์กติก และในอ่าวฮัดสันตะวันตกของแคนาดา ซึ่งเป็นพื้นที่ศึกษาหมีขั้วโลกมากที่สุดแห่งหนึ่ง พบว่าประชากรหมีลดลงโดยตรงจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า ภาพรวมระยะยาวยังคงชัดเจนว่าหมีขั้วโลกจำเป็นต้องพึ่งพาน้ำแข็งเพื่อความอยู่รอด และหากการสูญเสียน้ำแข็งยังดำเนินต่อไปโดยไม่ถูกควบคุม ในที่สุดหมีขั้วโลกก็อาจหายไปจากธรรมชาติ
การศึกษานี้สะท้อนให้เห็นว่า ผลกระทบของโลกร้อนอาจแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ แต่ในระยะยาว หากน้ำแข็งทะเลหายไป หมีขั้วโลกก็ไม่อาจอยู่รอดได้เช่นกัน.
ที่มา : BBC
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ หมีขั้วโลก