
โต้ข่าวลือเลือกพรรคอื่น! จเด็ศ ตอบกลับ ปดิพัทธ์ แจงชัดปมป้ายเบอร์ 4
วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.22 น.
“จเด็ศ”ตอบกลับ”ปดิพัทธ์” แจงชัดปมป้ายเบอร์ 4 คือสีแดงตามแบบ ยินดีแก้ไขให้ชัดเจน โต้ข่าวลือเลือกพรรคอื่น พร้อมเจอหน้าบนเวทีดีเบต 31 ม.ค.นี้
เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 นายจเด็ศ จันทรา ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีที่ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์กรณีการจัดทำป้ายหาเสียงของผู้สมัครเบอร์ 4 ที่ใช้โทนสีส้ม และไม่มีโลโก้พรรคเพื่อไทย รวมถึงพฤติการณ์การหาเสียงที่ถูกกล่าวหาว่าชักชวนให้ประชาชนเลือกผู้สมัครเบอร์ 4 แต่กลับบอกให้เลือกพรรคเบอร์ 46 (พรรคประชาชน) ซึ่งนายปดิพัทธ์มองว่าเป็นการหาเสียงแบบทิ้งพรรคต้นสังกัด สร้างความสับสน และเรียกร้องให้หันมาแข่งขันกันด้วยการขึ้นเวทีดีเบตแทน ว่า ขอชี้แจงตามที่นายปดิพัทธ์ตั้งข้อสังเกตว่าป้ายหาเสียงของตน ทั้งชื่อและหมายเลข 4 นั้นใช้สีแดงตามแบบก่อนการผลิต ซึ่งมีหลักฐานเป็นภาพประกอบแนบไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม หากป้ายหาเสียงเบอร์ 4 ที่ปรากฏตามสื่อหรือที่ติดตั้งไปก่อนหน้านี้ ทำให้พี่น้องประชาชนบางท่านเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ตนขอน้อมรับและขออภัยมา ณ ที่นี้ พร้อมรับปากว่าจะปรับแก้ไขให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และหากมีส่วนใดที่สีดูใกล้เคียงจนเกิดความสับสน ก็ยินดีแก้ไขและผลิตใหม่ทั้งหมด
นายจเด็ศ กล่าวว่า กรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าตนไปบอกให้เลือกเบอร์ 4 และเลือกพรรคอื่นนั้น ขอปฏิเสธและขอหลักฐานที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงคำกล่าวหาลอยๆ ยืนยันว่าทุกครั้งที่ลงพื้นที่ ได้แนะนำตัวชัดเจนว่าเป็นผู้สมัครเบอร์ 4 พรรคเพื่อไทย เบอร์ 9 และตลอดการหาเสียงไม่เคยพูดโจมตีหรือพาดพิงพรรคอื่น รวมถึงพรรคประชาชนแต่อย่างใด สำหรับข้อเรียกร้องเรื่องเวทีดีเบตนั้น เหตุผลที่ไม่ได้เข้าร่วมในครั้งก่อนว่า ก่อนวันจัดงาน “น้องโฟล์ค” (ผู้สมัครจากพรรคประชาชน) ได้โทรศัพท์มาพูดคุยว่าตัวเขาอาจจะไม่ไป ตนจึงได้แจ้งกลับไปว่าตนติดภารกิจที่รับปากไว้ล่วงหน้าเช่นกัน แต่ต่อมาในวันจัดดีเบต น้องโฟล์คแจ้งว่าจะไปเข้าร่วม ซึ่งตนก็ไม่ได้มีปัญหา เพียงแต่ตนไม่สามารถเคลียร์งานเดิมที่รับปากไว้ได้ทัน อย่างไรก็ตาม จะมีเวทีดีเบตอีกครั้งในวันที่ 31 ม.ค.นี้ ซึ่งขอยืนยันว่าจะเข้าร่วมแน่นอน จึงฝากพี่น้องประชาชนติดตามและเป็นกำลังใจด้วย
“หากมีข้อสงสัยประเด็นใด สามารถติดต่อสอบถามผมได้โดยตรง ยินดีชี้แจงด้วยความจริงใจ และอยากให้การหาเสียงครั้งนี้เป็นการแข่งขันเชิงสร้างสรรค์ เคารพกัน และวัดกันที่ตัวคนและนโยบายของแต่ละพรรค” นายจเด็ศ กล่าว
