ธนกร ชู อนุทิน นั่งนายกฯ สานต่อนโยบายเพื่อประชาชน ชี้เหมาะสมกับสถานการณ์ประเทศเวลานี้มากที่สุด

ธนกร ชู อนุทิน นั่งนายกฯ สานต่อนโยบายเพื่อประชาชน ชี้เหมาะสมกับสถานการณ์ประเทศเวลานี้มากที่สุด

ธนกร ชู อนุทิน นั่งนายกฯ สานต่อนโยบายเพื่อประชาชน ชี้เหมาะสมกับสถานการณ์ประเทศเวลานี้มากที่สุด

วันเสาร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.28 น.

“ธนกร” ชู “อนุทิน” นั่งนายกฯ สานต่อนโยบายเพื่อประชาชน ชี้เหมาะสมกับสถานการณ์ประเทศเวลานี้มากที่สุด แจงทุกนโยบายเน้นทำได้จริง และตอบโจทย์แก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชน ลั่นแก้ รธน.ต้องไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 และมาตรา 112 เด็ดขาด

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกลยุทธ์ “เลือกแบบยุทธศาสตร์” ว่า พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถือว่ามีความเหมาะสมที่สุดในการเป็นผู้นำประเทศท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจและสถานการณ์ชายแดนในปัจจุบัน เพราะเป็นนักบริหารมืออาชีพที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว และยังมีประสบการณ์ทางการเมืองสูง รวมถึงมีความเด็ดขาดในการตัดสินใจด้วย ดังนั้น ขอให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ตัดสินใจเลือกพรรคภูมิใจไทยทั้งคนและพรรค เพื่อสนับสนุนให้พรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเพื่อสานต่อนโยบายดีๆ ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วต่อไป

นายธนกร กล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยมีผลงานในหลายๆ ด้าน เช่น ด้านความมั่นคง รัฐบาลได้แก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ จนสามารถยึดทรัพย์ได้หลายหมื่นล้านบาท สำหรับด้านอุตสาหกรรม รัฐบาลได้สั่งปิดโรงงานเถื่อนไปแล้วกว่า 20-30 แห่ง และแก้ปัญหาเหมืองทองอัคราได้สำเร็จ รวมถึง upskill & Reskill สร้างอาชีพเศรษฐกิจให้กับชุมชน ส่วนด้านเศรษฐกิจและปากท้องนั้น รัฐบาลมีทีมเศรษฐกิจมืออาชีพ ทั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว หากพรรคฃูมิใจไทยเป็นรัฐบาลจะสานต่อโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างแน่นอน เพราะพิสูจน์แล้วว่านโยบายเหล่านี้แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ รัฐบาลยังตั้งเป้าที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาเที่ยวประเทศไทยให้ได้อย่างน้อย 40 ล้านคน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน ผ่านการรักษาสัมพันธไมตรี คาดว่าจะสามารถดึงเงินเข้าประเทศได้กว่า 2.7 ล้านล้านบาท

“นโยบายของพรรคภูมิใจไทยเราเน้นที่สามารถปฏิบัติได้จริง ซึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นมาแล้วว่าหลายนโยบายเราแก้ไขได้แม่นยำและตรงจุด พรรคภูมิใจไทยจะเน้นที่การให้เบ็ดตกปลา ไม่ได้ให้ปลากับประชาชนเพียงอย่างเดียว เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาลเราจะทำต่อไปแน่นอนนั้น พรรคภูมิใจไทยจะให้เบ็ดตกปลาเพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถเดินหน้าไปต่อได้อย่างยั่งยืน ทุกนโยบายของพรรคภูมิใจไทยจึงเน้นที่ทำได้จริง และตอบโจทย์แก้ปัญหาปากท้องให้กับประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้น นายกฯ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของประเทศในเวลานี้มากที่สุดคือ อนุทิน ชาญวีรกูล” นายธนกร กล่าว

เมื่อถามถึงจุดยืนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย นายธนกร กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยยืนยันในหลักการว่า จะไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 รวมถึงจะไม่มีการแก้ไขมาตรา 112 โดยเด็ดขาด เพราะตนมองว่าปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนในเวลานี้สำคัญกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ากฎหมายบางอย่างก็ต้องปรับปรุงให้ทันสมัยเช่นกัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องไม่กระทบต่อสถาบันหลักของชาติ

Leave a comment