
เลือกตั้งล่วงหน้าเรียบร้อยดี! กกต.ยันลุยสอบคนโพสต์ปั่นซื้อเสียง 7 พัน
วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.45 น.
กกต.เผยภาพรวมเปิดหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า เรียบร้อยดี แจงปมเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครลำปางล่องหนที่ชลบุรี เป็นความผิดพลาด ไม่ใช่กลั่นแกล้ง พร้อมลุยสอบคนโพสต์ปั่นซื้อเสียง 7 พันบาท ยืนยันไม่มีเจ้าหน้าที่ กปน.ทำตัวเป็นหัวคะแนน เดินหน้าตรวจสอบเหตุ อสม.ศรีสะเกษ แฉบิ๊ก สธ.ใช้อำนาจสั่งช่วยพรรคการเมืองหาเสียง
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.แถลงภาพรวมของการเปิดการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งในและนอกเขตเลือกตั้งว่าลงทะเบียนล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง 8,610 คน ลงทะเบียนล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง 2,206,138 คน และลงทะเบียนสำหรับผู้พิการทุพพลภาพผู้สูงอายุ 1,666 คน โดยมีหน่วยเลือกตั้งในเขต 521 แห่ง นอกเขตเลือกตั้ง 524 แห่ง สำหรับผู้พิการผู้ทุพพลภาพและผู้สูงอายุ 22 แห่ง ภาพรวมตั้งแต่เวลา 08.00 น.ที่เปิดให้มีการลงคะแนนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีผู้การออกมาใช้สิทธิ์จำนวนมาก มากที่สุดคือเขตบางกะปิ จำนวน 5.8 หมื่นคน มีบางหน่วยที่สถานที่อาจจะไม่พอกับจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ หรือบางพื้นที่มีปัญหาการจราจรหนาแน่น ซึ่งเท่าที่ได้รับรายงานเขตบางกะปิ จตุจักร เชียงใหม่ โดยมีการลงทะเบียนมากกว่า 5 หมื่นคน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังสามารถอำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างเรียบร้อย แต่มีที่บางเขต กทม.มีผู้ลงทะเบียนกว่า 1 หมื่นคน อาจจมีปัญหาการจราจรบ้าง แต่ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแก้ไขปัญหาได้เรียบร้อยแล้ว ประชาชนสามารถเข้าไปยังหน่วยเลือกตั้งได้รวดรวดเร็ว
ทั้งนี้ มีบางพื้นที่อาจจะมีบางเหตุการณ์ที่ไม่เรียบร้อย คือ หน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าที่จังหวัดชลบุรี ที่มีปัญหาในส่วนเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครของผู้สมัครลำปางที่ติดหน้าหน่วย ไม่มีเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครของพรรคประชาชน หมายเลข 8 เนื่องจากเกิดความผิดพลาด โดยจังหวัดลำปางส่งเอกสารแนะนำตัวผู้หมายเลข 6 มาซ้ำ 2 ใบ แต่ไม่มีหมายเลข 8 ย้ำว่า เป็นความผิดพลาดในการจัดส่ง ไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ทางชลบุรีได้มีการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว
นายแสวง กล่าวต่อว่า ส่วนสถานการณ์อื่นๆ ขณะนี้ได้รับรายงานว่า มีประชาชนบางคนเมื่อใช้สิทธิแล้ว ได้ออกมาแสดงความเห็นว่าตนเองเลือกใคร กาหมายเลขอะไรบ้าง ตรงนี้อยากให้ระมัดระวัง เพราะอาจจะนำไปสู่การร้องเรียน ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูข้อเท็จจริงว่าเป็นการแสดงความเห็นโดยเจตนาว่ามีทำไปเพราะอะไร ซึ่งอาจจะถูกร้องเรียนว่าทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยก็ได้
เมื่อถามถึงการซื้อเสียงหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงาน กกต.การบริหารจัดการไปถึงวันที่ 8 ก.พ.มี 2 เรื่อง 1.ทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปด้วยดี ให้มีการหาเสียงด้วยถ้อยคำที่ดี ไม่ใส่ร้าย 2.ทำให้การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรม ไม่มีการซื้อเสียง ซึ่งจากการรายงานของจังหวัดที่ได้ร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เรามีชุดเคลื่อนที่เร็วที่ใช้ตำรวจเกือบครึ่งประเทศ ชุดป้องกัน ป้องปรามในการหาข่าวไม่ให้ซื้อเสียงได้ โดยในการข่าวเราพบว่ามีการเคลื่อนไหว แต่ยังไม่มีการกระทำเกิดขึ้น ผู้สมัครยังดำเนินการไม่ได้ นี่เป็นผลจากการที่เราเน้นเรื่องการป้องกัน ซึ่งกระบวนการคือ 1.จับตอนการดำเนินการ 2.คือจับการซื้อเสียง 3.การหาคนไปเป็นพยาน เรารู้ปัญหานี้ดี จึงได้เน้นการหาข่าวแล้วป้องกันไม่ให้มีการซื้อเสียงได้ ส่วนการซื้อเสียงตอนนี้ยังไม่มีประเด็น แต่มีเรื่องการร้องเรียนการหาเสียงทางโซเชียลมากกว่า
นายแสวง ยังได้ชี้แจงกรณีที่เคยให้ข่าวก่อนหน้านี้ว่า เตรียมเงินได้ แต่อย่าซื้อเสียงว่าตามกฎหมายแล้ว มาตรา 73 ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียม หรือการไปซื้อเสียง เป็นความผิดทั้ง 2 อย่าง เมื่อวาน (31 ม.ค.) ตนอาจจะพูดเร็วไป ตนต้องการสื่อสารว่า การเตรียมการนั้นอยู่ในที่ลับ การจะจับก็ทำได้ยาก จึงต้องเน้นไปที่การป้องปราม ช่วงเตรียมการเราจึงเน้นเรื่องการหาข่าว หรืออย่างเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทยส่งข้อมูลมาก็จะประกับการสอบสวนว่าคนไปเบิกเงินนั้นมีความสัมพันธ์เป็นเครือญาติหรือไม่ เป็นผู้ช่วยหาเสียงหรือไม่ เบิกเงินมาเพื่ออะไร และได้นำเงินไปใช้อะไรบ้าง ทั้งนี้ ตอนนี้เป็นขั้นตอนจังหวัดในการดำเนินการป้องปราม ซึ่งทางจังหวัดจะมีบัญชีหัวคะแนนอยู่ เขาจะประเมินพื้นที่ว่าเป็นพื้นที่สีแดง แข่งขันเข้มข้น การทำงานในพื้นที่ก็จะร่วมกับหลยหน่วยทั้งตำรวจ ผู้ตรวจการเลือกตั้งและภาคประชาชน ดังนั้นตอนนี้อยู่ในช่วงการกดดัน ป้องกัน ความตั้งใจเราคือไม่อยากให้มีการใช้เงินออกมาซื้อเสียง
“ผมเชื่อว่าคนมีตังค์ แต่การจะไปจับคนช่วยเตรียมการนั้นยากกว่าการป้องกัน ซึ่งการเตรียมการผิดอยู่แล้ว แต่เวลาเราสงสัยเราไม่สามารถไปค้นได้ทันที ต้องมีหมายค้น ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร ต่างจากการซื้อเสียง ซื้อแล้วจะมีหลักฐานพอสมควร แต่เรื่องการเตรียมการนั้นการข่าวเราต้องดี และต้องมีหลักฐานสามารถออกหมายจับ ล็อคตัวได้เลย” เลขาธิการ กกต.กล่าว
ต่อกรณีปรากฏมีผู้โพสต์ว่ามีการซื้อเสียงหัวละ 7 พันบาท ที่ภาคอีสาน โดยนำภาพที่แม่ค้าโพสต์ลงโซเชียลฯมาเผยแพร่แล้วระบุว่า เป็นเงินซื้อเสียงนั้น นายแสวง กล่าวว่า มีการตรวจสอบแล้ว ที่จริงไม่ใช่เงินซื้อเสียง แต่บุคคลดังกล่าวขายของในตลาดแล้วโพสต์ลงในอิสตราแกรม แล้วมีคนไปแคปหน้าเพจของแม่ค้ารายนั้นเพื่อไปทำคอนเทนต์ว่ามีการซื้อเสียง ซึ่งทาง กกต.ก็รู้ตัวคนแคปและคนโพสต์แล้ว ซึ่งเรากำลังไปสอบทั้ง 3 คน อยู่
เมื่อถามถึงกรณีมีรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งมีพฤติกรรมเหมือนหัวคะแนน จะมีการตรวจสอบหรือดำเนินการอย่างไรหรือไม่ นายแสวง กล่าวยืนยันว่า ไม่มีแน่นอน เจ้าหน้าที่ไปเป็นหัวคะแนนไม่มี เพราะขนาดญาติผู้สมัครหรือผู้ช่วยหาเสียง เราจะไม่ตั้ง ถ้าไปเป็นหัวคะแนนยิ่งไม่ใช่เลย และก่อนตั้งเราได้มีการตรวจสอบแล้ว
เมื่อถามต่อว่า มีการรายงานข่าวว่าอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ออกมาแฉว่ามีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข เรียกประชุม อสม.พูดจาโน้มน้าวเพื่อให้ลงคะแนนและหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.เขต 3 ศรีสะเกษ นั้น นายแสวง กล่าวว่า เรื่องนี้ตนขอไปตรวจสอบดูหลักฐานก่อน เราเป็นกรรมการ เราไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้