อนุทิน ย้ำพรรคอันดับหนึ่งชอบธรรมตั้ง รบ.ก่อน ไม่ปิดประตูจับมือน้ำเงิน-แดง

อนุทิน ย้ำพรรคอันดับหนึ่งชอบธรรมตั้ง รบ.ก่อน ไม่ปิดประตูจับมือน้ำเงิน-แดง

อนุทิน ย้ำพรรคอันดับหนึ่งชอบธรรมตั้ง รบ.ก่อน ไม่ปิดประตูจับมือน้ำเงิน-แดง

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.05 น.

อนุทิน ย้ำพรรคอันดับ 1 ชอบธรรมจัดตั้งรัฐบาลก่อน ไม่มีใครแย่ง หากถูกชวน ต้องดูรับเงื่อนไขได้หรือไม่ ชม MOA-MOU พรรคส้มเข้าท่า จะได้ไม่โดนเบี้ยวสัญญาลูกผู้ชายตอนหลัง ลั่นไม่ปิดประตูจับมือน้ำเงิน-แดง ชี้ ไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร ไม่คิดแก้แค้น เหตุไร้ประโยชน์ ไม่หวั่นถูกเช็กบิลเขากระโดง-ฮั้วสว. เผย 8 ก.พ.เกาะติดอยู่บุรีรัมย์

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และแคนดิเดตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีระบุพรรค ภท.จะได้ สส.แบบแบ่งเขต 200 ที่นั่ง และสส.บัญชีรายชื่อ 20 ที่นั่ง ว่า ตนไม่เคยปราศรัยแบบนี้ แต่เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ไปปราศรัยที่ จ.สุพรรณบุรี มีแต่บอกเป็นสำเนียงเหน่อแบบสุพรรณบุรีว่า พ่อก็หมา แม่ก็หมา ลูกก็หมา หมากันทั้งบ้าน ไม่เคยพูดตัวเลขในการปราศรัย 

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการประเมินหรือไม่ ตัวเลขล่าสุดของพรรค ภท.จะได้ สส.เท่าไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า เขาประเมินก็ต้องเล็งผลเลิศไว้ก่อน เพราะเรามีการติดตามรณรงค์หาเสียงของผู้สมัคร สส.เราทุกเขตทั่วประเทศ เมื่อถามว่า จนถึงขณะนี้มีพรรคการเมืองใดมาทาบทามร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน ร้องโอ้ย พร้อมระบุว่า เอาให้ผ่านวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.ให้ได้ก่อนเถอะ 

เมื่อถามถึงกรณีนายกฯระบุพรรค ภท.จะเป็นที่ 1 ในขั้ว หมายความว่าจะพยายามรวบรวมเสียงใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราพยายามรักษากติกาทางระบอบรัฐสภาให้มากที่สุด ซึ่งกำหนดไว้ว่าเลือกเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย เป็นรัฐบาลก็ควรมีเสียงในสภาเกินกึ่งหนึ่ง ถ้าจะเป็นแกนนำรัฐบาลควรจะเป็นพรรคที่มีเสียงมากที่สุดในรัฐบาล ตรงไปตรงมาที่สุด ปฏิบัติมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดก็ตาม เมื่อถามว่า หลังปิดหีบเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. จะเห็นภาพการจับขั้วรัฐบาลได้เลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนว่ารอให้ตัวเลข จำนวน สส.ของแต่ละพรรคมันนิ่งก่อน ซึ่งกว่าจะนิ่งหลังจากปิดหีบ 17.00 น. ตัวเลขที่จะเห็นเป็นรูปเป็นร่างน่าจะมี 21.00-22.00 น.

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผลการเลือกตั้งพรรคอันดับ 1 ควรจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นอย่างนั้นมาโดยตลอด พรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อน เมื่อจัดไม่ได้ก็เป็นสิทธิของพรรคอันดับ 2 เมื่อยังจัดไม่ได้อีกก็เป็นพรรคอันดับ 3 มันไล่ตามลำดับอยู่แล้ว ไม่เคยมีนะใครจะมาแย่งคนแรกจัด มันมีกฎ กติกา มารยาทของมันอยู่ 

เมื่อถามอีกว่า หากพรรคประชาชน (ปชน.) เป็นพรรคอันดับ 1 พรรค ภท.จะไม่จัดตั้งรัฐบาลแข่งใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคอันดับที่ 1 สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ก่อนอยู่แล้ว ลองดูการเลือกตั้งคราวที่ผ่านมา ทั้งปี 62 และปี 66 เป็นไปตามกลไก พรรคที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลก็ยังดำรงสภาพเป็นพรรคที่มี สส.ในสภาสูงสุดทุกครั้ง ปี 62 พรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำ ปี 66 พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นแกน ส่วนปี 69 “ก็” จากนั้นนายอนุทินได้หยุดพูดพร้อมกับพยักหน้า ก่อนจะกล่าวว่า มีแต่รัฐบาลของตนที่กำหนดวาระชัดเจน 4 เดือน มันก็เลยมีสภาพเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่ในขั้วรัฐบาลของตน พรรค ภท.ก็มีจำนวนสมาชิกมาก เราอยู่ในกติกา ไม่มีอะไรผิดแปลกไปจากการฟอร์มรัฐบาลอื่นเลย เมื่อถามย้ำว่า หากพรรค ปชน.มาเป็นอันดับ 1 อาจจะถูกพรรคการเมืองอันดับ 2 3 และ 4 ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล และลอยแพ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าเขาจัดได้ใครจะไปลอยแพเขาล่ะ ถ้าเขาจัดได้ สมมุติมาเป็นอันดับที่ 1 แล้วสามารถรวบรวมเสียงเกินกึ่งหนึ่งได้ การฟอร์มรัฐบาลมันก็จบตรงนั้น 

เมื่อถามว่า ในการจับขั้วรัฐบาลจะให้เวลาพรรคอันดับ 1 ในการจับขั้วรัฐบาลกี่วัน พรรคอื่นถึงจะตั้งรัฐบาลแข่งได้ นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนก็เห็นทุกพรรคให้เวลาต่อกันและกันเสมอ อย่างคราวที่แล้วพอพรรคก้าวไกลไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลต่อได้ก็มีสปิริตดีมาก ออกมาประกาศว่าเขาไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้และให้ทางพรรค พท.ดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลต่อ ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องรอให้พรรคอันดับ 1 ประกาศก่อนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ทราบคำว่าต้องหมายความว่าอะไร เพราะไม่เคยเป็นพรรคอันดับ 1 ไม่ใช่เป็นตัวกำหนดหรือเดินเกม เมื่อถามว่า หากพรรค ปชน.เป็นอันดับ 1 พรรค ภท.จะไปโหวตแคนดิเดตนายกฯจากพรรค ปชน.ให้หรือไม่ นายอนุทิน ย้อนถามกลับว่า เขาเรียกเราไหมล่ะ เขาเชิญเราไหมล่ะ และหากเชิญก็ต้องมานั่งคุยกัน เรายังไม่รู้ใครเป็นพรรคอันดับ 1 อันดับ 2 แล้วเงื่อนไขมีหรือไม่ รับนโยบายของเราได้หรือไม่ ไม่ใช่แบบพอตั้งรัฐบาลก็รับเงื่อนไข แต่พอผ่านไป 1 ปีแล้วเอาออกแบบนี้

“พรรค ปชน.ก็ทำตัวอย่างที่ดีเหมือนกัน ถ้าทำอะไรกับพรรค ปชน.เขาก็จะมี MOA หรือ MOU ซึ่งอย่าไปมองว่าเรื่องเยอะหรืออะไร มันก็ดี เหมือนมีคัมภีร์เอาไว้ให้เดินตาม เพราะบางที Gentleman agreement  ถึงเวลาจริงๆ ก็จะมีเหตุนู่นเหตุนี่ อ้างไปเรื่อย ทำให้เกิดความไม่นิ่งทางการเมือง”นายอนุทิน กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพรรค ปชน.มาเชิญร่วมรัฐบาล พรรค ภท.จะมี MOA กำกับเขาใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เอาไว้รอก่อน อย่าเพิ่งพูดอะไรก่อนผลการเลือกตั้งจะออก เพราะผลการเลือกตั้งมันถูกกำหนดโดยประชาชน เพราะฉะนั้น ไปพูดอะไรชี้นำ สำหรับตนการที่ไปพูดอะไรก่อนเท่ากับไม่รับฟังเสียงประชาชน หรือไม่ให้ความเคารพต่อเสียงประชาชน ตนก็ระมัดระวังตรงนี้มากๆ ผู้สื่อข่าวต้องไม่ถามบ่อยเดี๋ยวเผลอ 

เมื่อถามว่า หากพรรค ภท.มาเป็นอันดับ 1 ทุกอย่างจะง่ายและเร็วใช่หรือไม่ นายอนุทินร้องหึพร้อมกับยิ้ม และไม่ตอบถาม เมื่อถามย้ำ มีพรรคในใจที่จะจับมือร่วมรัฐบาลแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินหัวเราะ ไม่ตอบคำถาม 

เมื่อถามว่า ถ้าพรรค ภท.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะมีการทำ MOA กับพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อเป็นการป้องกัน ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันจะต้องมีอะไรไว้เป็นถ้อยคำ เมื่อถามอีกว่า การทำ MOA จะเป็นการย้อนเกล็ดกับสิ่งที่เขาเคยทำกับเราตอนเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันคนละเรื่องกัน เพราะ MOA นั้นเป็นการบอกกับเขาว่าอย่างไร เราก็อยู่ 4 เดือน แต่พอถึง 2 เดือนกว่า เขามีเงินเงื่อนไขที่อยู่นอก MOA มา ซึ่งเราไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขนั้นได้ เขาก็บอกว่าอย่างนั้นให้เรายุบสภาไป ตนก็ยุบสภา เพราะมีคนบอกให้ตนยุบสภา เราเป็นเสียงข้างน้อย

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ หลังการเลือกตั้ง พรรคสีแดงกับพรรคสีน้ำเงินจะจับมือกันจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า ก็กลับไปคำตอบเดิม ตนต้องรอผลการเลือกตั้งให้นิ่งเสียก่อน ยังมีเวลา รัฐบาลไม่จำเป็นจะต้องจัดภายในคืนวันที่ 8 ก.พ.หรือในสัปดาห์แรก ครั้งที่แล้วปี 66 ใช้เวลาการจัดตั้งรัฐบาล เกือบ 2 เดือนกว่าจะมีรัฐบาล เมื่อถามว่า จะให้คำมั่นกับพรรคกล้าธรรม (กธ.) อย่างไร หากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเนื่องจากหลายพรรคประกาศไม่เอาพรรค กธ. นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้เราให้การเลือกตั้งดำเนินไปเสร็จสิ้นเรียบร้อยก่อน ทุกพรรคควรจะใช้เวลา บริหารจัดการพรรคตัวเอง ให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้มากที่สุด

เมื่อถามว่า อีก 4 วัน จะถึงวันเข้าคูหาเลือกตั้งแล้วรู้สึกตื่นเต้นหรือไม่ เพราะเป็นพรรคที่มีกระแสนำ นายอนุทิน กล่าวว่า ตื่นตัวมากกว่า คงไม่ได้ตื่นเต้นอะไร เพราะชีวิตนี้ผ่านการเลือกตั้ง ในฐานะหัวหน้าพรรคก็ 4 รอบแล้ว ในฐานะสมาชิกพรรคอีก สมัยก่อนตอนเด็กๆ ที่ตามพ่อไปดูการเมืองก็เห็นสภาพนี้มาหลายรอบแล้ว ค่อนข้างที่จะคาดเดาและบริหารความรู้สึก บริหารความคาดหวังได้ระดับหนึ่ง แต่ถามว่าตื่นตัวไหม มีลุ้นไหม ก็มีอยู่แล้ว มนุษย์ปุถุชนแข่งขันกัน เราก็ต้องลุ้น ให้ฝ่ายที่เรารับผิดชอบประสบความสำเร็จให้ได้มากที่สุด

เมื่อถามว่า กับพรรค พท.จะลืมเรื่องราวในอดีตที่เขาทำกับเราตอนนั้นแล้วกลับมาจับมือกันหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตนเป็นคนที่มีอุปนิสัย คือ คนที่ทำอะไรดีไว้ ก็ไม่ค่อยลืม คนที่ทำไม่ดีกับเราก็ลืมๆ ลืมง่าย เพราะเราอยากเจอหน้าใครเราอยากจะยิ้มและยกมือไหว้ และไม่อยากคิดอะไรให้ขุ่นข้องหมองใจ

 เมื่อถามอีกว่า คำว่าการเมืองไม่มี มิตรแท้และศัตรูที่ถาวรใช้ได้ กับนายกฯหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ศัตรูถาวรตนมีอยู่แล้ว แต่ตนจะแสดงออกหรือเปล่า แล้วมันมีประโยชน์อะไรในการไปทำ ตั้งแต่ที่ตนเป็นนายกฯมา 4 เดือน มีไหม ก็มีอำนาจมีไหม ก็มี คิดแก้แค้นเช็คบิลอะไรใคร ก็สามารถทำได้หมด แต่มันไม่มีประโยชน์ เพราะเราจะทุกข์ไปด้วย เราไปทำอะไรเขาเราก็ต้องระมัดระวังว่าเขาจะสวนกลับมา ทุกคนมีมือมีเท้าเท่ากัน ดีที่สุดคือ คิดแต่เรื่องดีๆ ทุกคนก็มีเรื่องดีๆ ต่อกัน ไอ้เรื่องที่ไม่ดีอย่างไรก็ไม่ลืม ก็อย่าไปเอามันขึ้นมาเป็นประเด็น เมื่อถามว่า พรรค พท.มาง้อหรือยัง นายอนุทินหัวเราะพร้อมกับกล่าวว่า “อุ้ย ทำไมต้องง้อ”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ลงพื้นที่อ่านใจประชาชนได้หรือไม่ ว่าประชาชนจะให้ผ่านโปรหรือไม่ในการทำงานช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา นายอนุทิน กล่าวว่า ตนก็ถามทุกเวทีจะให้ผ่านโปรหรือเปล่า ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ก็ตบมือและส่งเสียงกรี๊ด ให้กับตน และตนก็ยังเสียงแหบอยู่ตอนนี้

เมื่อถามว่า วันเลือกตั้งจะมีวอร์รูมที่ไหนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนต้องไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่ จ.บุรีรัมย์ และวางแผนไว้ว่า จะขับรถตระเวนไปดูพื้นที่เลือกตั้ง ทั้งบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ตนเดินทางไปหาลูกบ้านบ่อยอยู่แล้ว พอถึงเวลาอันควร สอบถามจากเขตอื่นๆ แล้วค่อยตัดสินใจ ว่าจะนอนค้างบุรีรัมย์ หรือจะกลับมาที่กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวไม่ต้องตาม เพราะอาจจะกลับกรุงเทพฯ เมื่อถามว่า จะไม่มาลุ้นหรือจับขั้วที่กรุงเทพฯหรืออย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า อยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ อยู่ในบ้านก็รู้สึกโล่งใจ ปลอดภัยดี เมื่อถามอีกว่า ถ้ามีการจับมือหรือจับขั้วจะต้องไปหาที่ จ.บุรีรัมย์ใช่หรือไม่ นายอนุทิน ไม่ตอบคำถามเพียงแค่หัวเราะในลำคอ

เมื่อถามย้ำว่า แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เหมือนกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเนื่องจากต้องรักษาการตำแหน่งนายกฯด้วย จะรู้สึกกดดันหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราทำในสิ่งที่ดีที่สุด อะไรที่เป็นสิ่งที่ดีที่สุด แล้วก็ต้องทำ ไม่ใช่ในฐานะนายกฯ ก็ทำหมดแล้ว ไม่มีอะไรที่ยังไม่ได้ทำ

เมื่อถามว่า หากได้กลับมาเป็นนายกฯอีกรอบกังวลหรือไม่ว่า จะถูกเช็คบินในหลายๆเรื่อง นายอนุทิน ย้อนถามว่า เรื่องอะไรบ้าง ผู้สื่อข่าวตอบว่า หลายๆ เรื่องทั้งเรื่องเขากระโดงและเรื่องฮั้ว สว. นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องเขากระโดงการรถไฟแห่งประเทศไทยกำลังฟ้องอยู่ อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนและตามกฎหมาย ไม่มีการชี้นำ ไม่มีการกดดัน หรือแทรกแซงใดๆ ทั้งสิ้น

“ผมพูดได้อย่างเต็มปาก ไม่ว่าจะเป็นตัวของผมเองหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไม่ได้มีเรื่องนี้อยู่ในลำดับความสำคัญเพราะเป็นหน้าที่ของการรถไฟฯถ้าเขาคิดว่าทรัพย์สินนี้เป็นของเขา แล้วเขาคิดว่าถ้ามีใครมาบุกรุก เขาก็ต้องเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่” นายอนุทิน กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การรถไฟฯได้ส่งเรื่องมาที่มหาดไทยแล้วหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า คนที่จะทำเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทยจะต้องมีคำสั่งศาลสั่งมา ต้องฟ้องศาลให้เรียบร้อย กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยไม่สามารถที่จะไปเพิกถอนที่ดินของใครได้ถ้าไม่มีคำสั่งศาล สมมุติว่าถ้ามีคำสั่งศาลมาเมื่อไหร่ เขาก็ดำเนินการทันทีอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงเลย

Leave a comment