กองทัพเตรียมขอพระราชทาน เหรียญกล้าหาญ เชิดชูเกียรติกำลังพลสู้รบเขมร

กองทัพเตรียมขอพระราชทาน  เหรียญกล้าหาญ  เชิดชูเกียรติกำลังพลสู้รบเขมร

กองทัพเตรียมขอพระราชทาน เหรียญกล้าหาญ เชิดชูเกียรติกำลังพลสู้รบเขมร

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กองทัพเตรียมขอพระราชทาน เหรียญกล้าหาญ เชิดชูเกียรติกำลังพลสู้รบเขมร นายกฯร่วมบรรจุอัฐิ42วีรชน ทหารไทยพลีชีพในสนามรบ

นายกฯเป็นประธานพิธีบรรจุอัฐิ 42 วีรชนทหารกล้าป้องอธิปไตยไทย เนื่องในวัน “ทหารผ่านศึก“ ชี้ปชช.ทุกคนซาบซึ้งความเสียสละและรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณทหารทุกนาย พร้อมดูแลครอบครัวจนกว่าใช้ชีวิตได้ปกติติดตามเงินเยียวยาให้ถึงมือ ย้ำถ้าได้กลับเข้ามาทำงานอีก จะเร่งแก้ปัญหาเงินช่วยเหลือทหารผ่านศึกต่อเดือน ยันคำสัญญากับปชช.ยังไม่เปิดด่านไทย-เขมร ด้านผบ.ทบ.สั่งเตรียมเสนอขอพระราชทาน “เหรียญกล้าหาญ” แก่กำลังพลที่ปฏิบัติราชการสนามชายแดนเหตุปะทะไทย-เขมร

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานเนื่องใน ”วันทหารผ่านศึก“ เป็นวันครบรอบวันสถาปนา “องค์การทหารผ่านศึก” รำลึกถึงความเสียสละ และเชิดชูเกียรติความกล้าหาญของวีรบุรุษทหารไทย ที่เสียชีวิตในสมรภูมิรบต่าง ๆ เพื่อรักษาสันติภาพของโลก และปกป้องธิปไตยของชาติไทย

นายกฯปธ.บรรจุอัฐิ42วีรชนทหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดงานปีนี้ต่างจากการทุกปีที่ผ่านมา หลังประเทศไทย เกิดปะทะตามแนวชายแดนกับกับกัมพูชา 2 ครั้ง ส่งผลให้ทหารกล้าเสียสละชีวิต เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติไปถึง 46 นาย คือ เสียชีวิตจากการสู้รบ 42 นาย เสียชีวิตระหว่างปฎิบัติหน้าที่ 4 นาย (เสียชีวิตทางอ้อม) รวมเป็น 46 นาย ซึ่งมีพิธีบรรจุอัฐิทหารที่เสียชีวิตจากการสู้รบพิทักษ์ชายแดนไทย-กัมพูชา 42 นาย ที่โถงบรรจุอัฐิในอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

และองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกยังได้มอบเงินบำรุงขวัญแก่ครอบครัวทหารที่เสียชีวิต 42 นาย ที่ห้องเกียรติศักดิ์ อาคาร 1 องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกด้วย

โดยเวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีบรรจุอัฐิทหารที่เสียชีวิต 42 นาย พร้อมพลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมคณะผู้บริหารระดับสูงขององค์การทหารผ่านศึก และครอบครัวกำลังพลผู้เสียสละเข้าร่วมพิธี ซึ่งการบรรจุอัฐิจะเรียงตามตัวอักษรไทย 41 นาย ส่วนอีก 1 นาย ซึ่งนับถือศาสนาอิสลามไม่ได้บรรจุอัฐิ แต่ติดชื่อร่วมกับทหารนายอื่นด้วย

นายกฯยังกล่าวสดุดีทหารผ่านศึกที่สละชีพเพื่อชาติตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ก่อให้เกิดความสงบสุขร่มเย็นแก่บ้านเมือง ทำให้ธำรงไว้ซึ่งชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ และความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของท่านจะเป็นเครื่องเตือนใจ และจารึกอยู่ในหัวใจชาวไทยตลอดไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังเสร็จพิธีนายกฯได้ทักทายญาติทหารผู้เสียชีวิต และทหารผ่านศึก ซึ่งมีประชาชนกล่าวกับนายกฯว่า“ไม่ให้เปิดด่าน ขอให้คิดถึงทหารที่เสียชีวิตทั้ง 42 นาย“ นอกจากนี้ยังมีทหารผ่านศึกบางคนขอบคุณนายกฯที่ทำหน้าที่ดูแลชายแดนไทย-กัมพูชาเต็มที่ พร้อมเป็นกำลังใจให้ และอวยพรให้เป็นนายกฯอีกสมัย รวมถึงขอให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และยังมีทหารผ่านศึกบางคน ขอให้นายกฯ สั่งลุยเลย

ยันดูแลครอบครัวทหารจนใช้ชีวิตปกติ

นายกฯให้สัมภาษณ์หลังร่วมพิธีว่าเป็นการรำลึกถึงวีรกรรมทหารผ่านศึก รวมถึงกรณีทหารสละชีพ 42 นายจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมยืนยันว่าประชาชนทุกคนซาบซึ้งถึงความเสียสละ ของทหารทุกนายและรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณทหารทุกคนที่สละชีวิตปกป้องบ้านเมืองส่วนการช่วยเหลือดูแลทหารผ่านศึกได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เยียวยาครอบครัวทหารที่สละชีพ 42 นาย ทั้งการช่วยเหลือเรื่องเงินและสิทธิต่างๆที่ครอบคลุม ทั้งนี้ได้ติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือเยียวยาทหารที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไทย-กัมพูชามาตลอด เพื่อให้เงินไปถึงมือครอบครัว จากการพูดคุยกับครอบครัวทหารทั้ง 42 นาย เข้าใจกันดี ยืนยันรัฐบาลจะดูแลทุกคนจนกว่าจะมั่นใจว่าสามารถใช้ชีวิตปกติได้ เมื่อขาดหัวหน้าครอบครัว

ยันถ้าได้กลับมาจะดูแลเงินช่วยเหลือ

“ยอมรับว่าทหารผ่านศึกจากสมรภูมิอื่นยังต้องช่วยเหลือกันต่อไป เพราะมองว่า เงินช่วยเหลือ 600 บาท ต่อเดือนไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตั้งใจไว้ เพราะหลังเกิดเหตุปะทะไทย-กัมพูชาทำให้ได้ใกล้ชิดทหารมากขึ้น และเห็นว่า สิ่งที่ทหารประสบเหตุบาดเจ็บสูญเสียอวัยวะกังวลมากที่สุดคือการใช้ชีวิตหลังออกจากโรงพยาบาล เพราะทหารเหล่านี้ไม่ได้ต้องการให้หน่วยงานมาดูแลต่อ อยากมีอาชีพการงานและหากได้กลับเข้ามาทำงานต่อจะดูแลเรื่องนี้”นายกฯกล่าว และว่า ดีใจที่เห็นทหารผ่านศึกหลายสมรภูมิยังมีสุขภาพแข็งแรง สามารถดำรงชีพอยู่ได้ แต่บางคนไม่มีครอบครัวและถูกทอดทิ้ง บางคนเป็นทหารอาสาสมัครไม่ใช่ทหารประจำการจึงไม่มีบำเหน็จบำนาญ ต้องได้รับการดูแลสวัสดิการถ้ายื่นรายชื่อและประวัติมาก็พร้อมดูแลเต็มที่ โดยมอบให้พลโทอดุลย์บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหมดูแลเรื่องนี้ และหากมีโอกาสกลับเข้ามาทำงานอีกจะเร่งแก้ปัญหาเรื่องนี้ ทั้งกรณีทหารที่เสียชีวิตไปแล้วและทหารที่ยังทำหน้าที่อยู่

ให้สัญญาปชช.ยังไม่เปิดด่าน

ส่วนการพิจารณาเพิ่มเงินช่วยเหลือทหารผ่านศึก นายกฯกล่าวว่า ยังไม่ขอพูดถึงเรื่องงบประมาณ เพราะอยู่ช่วงเลือกตั้ง ขอย้ำว่าตั้งใจตอบแทนทหารผ่านศึก รวมทั้งทหารปัจจุบันที่ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่าประชาชนขอนายกฯไม่ให้เปิดด่านชายแดน นายกฯกล่าวว่าถึงขณะนี้ไทยยังไม่เปิดด่าน

ถามย้ำว่าเป็นคำมั่นสัญญากับประชาชนได้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ใช่ เพราะพูดมาหลายครั้งแล้ว

ปัดไทยรุกเขมร-ยันยึดข้อตกลงหยุด

ที่ทำเนียบฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เตรียมประท้วงไทยโดยอ้างไทยรุกรานดินแดนกัมพูชาว่า ยังไม่ได้รับรายงาน เรายืนยันว่าเราอยู่บนอธิปไตยของเราเรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศติดตามข่าวสารอยู่แล้ว เมื่อมีอะไรมาก็มีหน้าที่ไปชี้แจงต่อองค์กรที่มีข้อสงสัยจริงๆ ตนเคยบอกไปแล้วว่าขณะนี้เรามีข้อตกลงหยุดยิงที่ลงนามร่วมกับกัมพูชา เงื่อนไขข้อปฏิบัติต่างๆอยู่ในบันทึกข้อตกลง ไม่น่าจะมีอะไรที่เป็นข้อสงสัยใดๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูเหมือนเขมรพยายามสร้างเงื่อนไข ทำให้เกิดสถานการณ์เกิดขึ้นมาอีกครั้งหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีปัญหา เราอย่าเป็นฝ่ายผิดสัญญาหรือผิดข้อตกลง ซึ่งเราดำรงตนตรงนี้มาตลอด เราถึงสามารถกำหนดเงื่อนไขต่างๆให้เป็นที่พึงพอใจของเราได้

กต.บอกเขมรคิดให้ดีจะฟ้องที่ไหน

ด้านนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เราคิดว่าเป็นการปกป้องอธิปไตย ไม่ใช่การรุกรานใคร ส่วนเรื่องที่กัมพูชาจะไปฟ้องก็ควรจะพิจารณาว่าจะไปฟ้องที่ไหน

ผู้สื่อข่าวถามว่าท่าทีฮุนมาเนต เหมือนไม่เคารพข้อตกลงที่มีกับไทยหรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เขาจะพูดอะไรไป เราก็พร้อม และยึดมั่นท่าทีประเทศไทยว่าเราไม่ได้รุกราน แต่เป็นการปกป้องอธิปไตย ซึ่งบางครั้งเราต้องเข้าใจว่าเรื่องนี้อาจเป็นเรื่องในประเทศของกัมพูชาหรือไม่อาจมีความจำเป็นอะไรบางอย่าง แต่กัมพูชาก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างเป็นทางการ

เตรียมขอพระราชทานเหรียญกล้าหาญ

มีความเคลื่อนไหวจากกองทัพบก หลังเหตุสู้รบชายแดนไทย–กัมพูชา 2 ครั้ง เมื่อเดินกรกฎาคม 2568 และเดือนธันวาคม 2568 ทั้งยุทธการยุทธบดินทร์และยุทธการศตวรรษ กำลังพลกองทัพบกที่ปฏิบัติราชการสนามในพื้นที่ตามคำสั่งจักรพงษ์ภูวนารถ ทุ่มเทกำลังกายและใจปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ และป้องกันการรุกรานจากฝ่ายตรงข้ามอย่างเต็มขีดความสามารถ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกให้ความสำคัญและตระหนักถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของกำลังพลกลุ่มดังกล่าว ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น กล้าหาญ และไม่หวาดหวั่นแม้จะมีอันตรายถึงชีวิต จึงมอบให้กรมกำลังพลทหารบกร่วมกับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกที่มีกำลังพลปฏิบัติราชการสนามบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เตรียมเสนอขอพระราชทานเหรียญกล้าหาญให้กำลังพล รวมถึงครอบครัวทหารกล้าผู้เสียชีวิต เพื่อเชิดชูเกียรติวีรบุรุษทหารหาญ ตอบแทนความเสียสละเป็นขวัญกำลังใจให้กำลังพลและครอบครัว

ความคืบหน้าการดำเนินการดังกล่าว ปัจจุบันกรมกำลังพลทหารบกอยู่ระหว่างพิจารณาคุณสมบัติและรายละเอียดการปฏิบัติภารกิจของกำลังพลแต่ละสมรภูมิเป็นรายบุคคล รวมถึงกำลังพลผู้เสียชีวิต โดยมีคณะกรรมการพิจารณาระดับกองทัพบกเป็นผู้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในพระราชบัญญัติเหรียญกล้าหาญ พ.ศ.2521 ซึ่งหากเสร็จเรียบร้อย จะเร่งดำเนินการส่งรายชื่อกำลังพลทั้งหมด เสนอให้คณะกรรมการพิจารณาในระดับกองบัญชาการกองทัพไทยและกระทรวงกลาโหม เพื่อดำเนินการเสนอขอพระราชทานเหรียญกล้าหาญให้กำลังพลรวมถึงครอบครัวของวีรบุรุษทหารกล้าให้ได้รับอย่างสมเกียรติต่อไป

Leave a comment