ชีวิตเรา…ไม่ใช่เกมของนักการเมือง! พีระพันธุ์ เปิดหน้าชนทุนผูกขาดทุกวงการ

ชีวิตเรา...ไม่ใช่เกมของนักการเมือง! พีระพันธุ์ เปิดหน้าชนทุนผูกขาดทุกวงการ

ชีวิตเรา…ไม่ใช่เกมของนักการเมือง! พีระพันธุ์ เปิดหน้าชนทุนผูกขาดทุกวงการ

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.49 น.

ชีวิตเรา…ไม่ใช่เกมของนักการเมือง! “พีระพันธุ์”เปิดหน้าชนทุนผูกขาดทุกวงการ ปลุกคนไทยกำหนดชะตาชีวิตตัวเอง อย่าหลงวาทกรรม”เลือกเชิงยุทธศาสตร์” ย้ำกาเบอร์ 6 “รวมไทยสร้างชาติ”ทั้งประเทศ

เมื่อค่ำวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ภายใต้แคมเปญ “เลือกเบอร์ 6 เลือกกำหนดชีวิตเอง” นำโดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยแกนนำและผู้บริหารพรรค อาทิ นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค , นายวิทยา แก้วภราดัย , นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และ นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค ตลอดจนผู้บริหาร ผู้สมัคร สส.และสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ

นายพีระพันธุ์ ขึ้นเวทีประกาศจุดยืนทางการเมืองภายใต้แนวคิด “ชีวิตเรา เราเลือกเอง” ย้ำชัดว่า การเลือกตั้งไม่ควรตกเป็นเหยื่อของวาทกรรมทางการเมืองแบบเดิมๆ ที่ใช้ความกลัวและยุทธศาสตร์ทางการเมืองมาชี้นำประชาชน

นายพีระพันธุ์ ระบุว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักการเมืองบางกลุ่มมักอ้างคำว่า “ยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง” เพื่อบีบบังคับให้ประชาชนต้องเลือกตามเกมการเมืองที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า แต่สุดท้ายผู้ที่ได้ประโยชน์กลับเป็นนักการเมืองที่ได้อำนาจ ได้ตำแหน่งและงบประมาณ ขณะที่ชีวิตของประชาชนยังเหมือนเดิม พร้อมกันนี้ ยังกล่าวถึงการเมืองแบบเลือกตามสี โดยชี้ว่าสุดท้ายสีที่ถูกชูขึ้นมาก็ถูกผสมจนกลายเป็นสีเดียวกัน และตั้งคำถามว่าสีที่อ้างความดีงามนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียง “สีย้อมผ้า” หรือไม่ ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติยืนยันจุดยืนชัดว่าเป็น “สีขาว” ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ ยึดมั่นในหลักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยไม่จำเป็นต้องโหนกระแสหรือใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

นายพีระพันธุ์ ยังระบุอีกว่า พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคแรกที่กล้าพูดถึงนโยบายปากท้องของประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ทั้งการลดค่าไฟ ลดค่าครองชีพ และการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ก่อนที่นโยบายเหล่านี้จะถูกพรรคอื่นนำไปใช้ตาม แต่กลับหลีกเลี่ยงการพูดถึงประเด็นสำคัญอย่างการลดราคาน้ำมันและค่าแก๊ส ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในชีวิตประจำวันของประชาชน

นายพีระพันธุ์ ได้ยกตัวอย่างช่วงการทำงานที่ผ่านมา ที่สามารถตรึงราคาก๊าซหุงต้มไว้ได้ แม้ต้นทุนจะสูง แต่ไม่เคยผลักภาระให้ประชาชน พร้อมตั้งคำถามถึงส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นหลังจากพ้นตำแหน่งว่า ใครคือผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง และย้ำว่า “ยุทธศาสตร์ของประชาชน” คือการเลือกแล้วต้องเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้จากภาษีที่จ่ายไป ไม่ใช่ยุทธศาสตร์ทางการเมืองของใครบางคน

นอกจากนี้ นายพีระพันธุ์ ยังกล่าวถึงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่าหลายพรรคเพิ่งหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาพูดในช่วงการเลือกตั้ง ทั้งที่ในอดีตไม่เคยให้ความสำคัญกับทหารหรือสถานการณ์ชายแดน พร้อมยืนยันว่า รวมไทยสร้างชาติไม่จำเป็นต้องโหนประเด็นนี้ เพราะได้ทำงานเคียงข้างทหารมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี

นายพีระพันธุ์ ยังกล่าวถึงนโยบายพลังงานของพรรค โดยย้ำว่านโยบายทั้งหมดเกิดจากประสบการณ์ทำงานทางการเมืองมากกว่า 30 ปี และการคลุกคลีกับปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่าเข้าใจหัวอกของประชาชนที่ต้องทำงานหนัก โดยย้ำว่า หากได้รับโอกาส จะสามารถลดค่าไฟฟ้าลงได้อีก 50 สตางค์ ให้เหลือเพียง 3.30 บาทต่อหน่วยอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมตั้งเป้าว่าภายใน 4 ปี นโยบายพลังงานของพรรคจะช่วยให้ประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายรวมมากกว่า 1.7 ล้านล้านบาท

นอกจากนี้ นายพีระพันธุ์ ยังประกาศเดินหน้ารื้อโครงสร้างระบบการศึกษาไทย เพื่อคืนอนาคตให้บุตรหลาน ภายใต้นโยบาย “อยากเรียนอะไร ต้องได้เรียน” มุ่งลดความเหลื่อมล้ำและแรงกดดันที่สะสมมายาวนานในสังคมไทย โดยระบุว่า ปัญหาใหญ่ของระบบการศึกษาในปัจจุบันคือการสอบเข้า ซึ่งกลายเป็นภาระหนักของครอบครัวผู้มีรายได้น้อย เนื่องจากต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการกวดวิชาเพื่อแข่งขันกับผู้อื่น นโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติจึงเสนอให้ ยกเลิกระบบสอบเข้า เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนสามารถเลือกเรียนในสิ่งที่ตนเองสนใจได้โดยตรง ลดความเครียด ลดการเหลื่อมล้ำ และสร้างความเท่าเทียมทางโอกาสให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

นายพีระพันธุ์ ระบุว่า แนวคิดใหม่ของพรรคคือ เรียนกี่ปีก็ได้ จบเมื่อพร้อม เพื่อให้สามารถเรียนไปพร้อมกับการช่วยครอบครัวทำมาหากินโดยไม่ถูกตัดสิทธิ์ โดยย้ำว่าหัวใจสำคัญไม่ใช่การเร่งจบตามเกณฑ์เวลา แต่คือการมีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง เพื่อพัฒนาตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติในระยะยาว

ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์  ประกาศจุดยืนอย่างหนักแน่นว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะไม่เล่นเกมการเมือง ไม่ขายอุดมการณ์ และจะยืนหยัดทำการเมืองเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิด “ชีวิตเรา เราเลือกเอง ประชาชนไม่ใช่หมากบนกระดานการเมือง”

ด้าน นายอรรถวิชช์ ได้กล่าวถึงผลงานพลังงานของพรรครวมไทยสร้างชาติว่า แม้นายพีระพันธุ์จะเป็นนักกฎหมาย แต่สามารถ “เปลี่ยนกติกา” ระบบไฟฟ้าไทยจนลดค่าไฟจาก 4.70 บาท เหลือ 3.94 บาท หรือลดลง 76 สตางค์ (16%) ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ช่วยประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายรวมกว่า 270,000 ล้านบาท

นายอรรถวิชช์ ระบุว่า ระบบเครดิตบูโรไทยเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันเสรี ทำให้ธนาคารพาณิชย์มีกำไรสูงกว่าปีละ 2 แสนล้านบาท ต่างจากต่างประเทศที่ใช้ระบบคะแนนเครดิตซึ่งเป็นธรรมกว่า ส่วนปัญหาปุ๋ยแพงคือผลของทุนผูกขาด โดยยอมรับว่าการสู้กับกลุ่มทุนทำให้จำนวน สส. ของพรรคลดลง แต่ยังยืนหยัดเพื่อประชาชน พร้อมย้ำว่าผู้สมัครทั่วประเทศแม้ทุนไม่หนาแต่มี “หัวใจเต็มร้อย” พร้อมเดินหน้าชนโครงสร้างอำนาจเดิมอย่างไม่ถอย

นายอรรถวิชช์ กล่าวแสดงจุดยืนต่อประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยยืนยันไม่เห็นด้วยกับการใช้งบประมาณหนึ่งหมื่นล้านบาทเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมตั้งคำถามถึงความจริงใจของผู้ผลักดัน โดยระบุว่าการแก้ไขสามารถทำได้ตามกระบวนการ แต่การฉีกทิ้งทั้งฉบับจะกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน พร้อมยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นที่ใช้วิธีปรับปรุงแก้ไขต่อเนื่องตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สองโดยไม่เคยฉีกทั้งฉบับ ซึ่งสะท้อนความมั่นคงทางกฎหมายและระบบการเมือง ทั้งนี้รัฐธรรมนูญต้องได้รับการแก้ไขผ่านวิวัฒนาการโดยนักการเมืองที่เข้มแข็งและไม่ฉาบฉวย การแก้ไขทำได้แต่ต้องไม่ใช่การล้มล้างทั้งระบบ

ด้าน นายนราพัฒน์ กล่าวถึงนโยบายด้านการเกษตร โดยระบุว่า เกษตรกรไทยยังยากจนจากต้นทุนการผลิตสูง โดยเฉพาะปุ๋ยที่พึ่งพาการนำเข้าและผันผวนตามตลาดโลก จึงเสนอใช้ทรัพยากรในประเทศอย่าง “โพแทสเซียม” ให้เกิดประโยชน์ ตั้งเป้าลดราคาปุ๋ยไม่เกิน 500 บาท พร้อมชี้ว่าไทยมีก๊าซธรรมชาติสามารถผลิตยูเรียได้เอง ลดภาระต้นทุนเกษตรกร ขณะที่ ด้านข้าว เสนอพลิกจากการขายข้าวเปลือกเป็นการแปรรูปข้าวสาร โดยรัฐสนับสนุนการ อบ สี บรรจุ และแพลตฟอร์มจำหน่ายทั่วประเทศ คาดดันราคาข้าวเปลือกคำนวณย้อนกลับได้ถึง 15,000 บาทต่อตัน เป็นการลงทุนตั้งต้นให้ระบบเดินได้เอง ลดการอุดหนุนซ้ำซ้อน นอกจากนี้ เสนอจัดทำโซนนิ่งการผลิต ใช้ Big Data เชื่อมข้อมูลพาณิชย์-เกษตร หนุน Young Smart Farmer เข้าถึงตลาดโลก เทคโนโลยีสมัยใหม่ ลดบทบาทพ่อค้าคนกลาง และยกระดับเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการธุรกิจการเกษตรอย่างยั่งยืน

– 006

Leave a comment