
ดร.เอ้ ยันให้ความสำคัญดันยกระดับอาชีวะไทย ไม่ให้เป็นเพียงทางเลือกที่สอง
วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.05 น.
‘หัวหน้าเอ้’ นำทีมไทยก้าวใหม่เยือน ‘เทคนิคดอนเมือง’ ยันให้ความสำคัญ ดันยกระดับ ‘อาชีวะไทย’ ไม่ให้เป็นเพียงทางเลือกที่สอง เชื่อคือหัวใจของการศึกษา-ใบเบิกทางสู่ตลาดแรงงานคุณภาพ ชูโมเดล ‘KOSEN’ พลิกโฉมสู่สถาบันวิชาชีพชั้นสูง ปั้นยุววิศวกร เงินเดือนสูง เป็นที่ต้องการของตลาด ยันทุกคนมีโอกาสไปได้ไกลเท่าความฝัน
4 กุมภาพันธ์ 2569 ที่วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง กทม. นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่พบปะผู้บริหาร คณะครู และนักเรียน-นักศึกษา ที่วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง โดยนายสุชัชวีร์ กล่าวกับนักศึกษาว่า ตนเองเติบโตมาในครอบครัวครู พ่อเป็นครูช่างยนต์ แม่เป็นครูคหกรรม และเกิดในบ้านพักครูของวิทยาลัยเทคนิคระยอง จึงมีความเข้าใจและผูกพันกับอาชีวะมาตั้งแต่เด็ก จึงขอให้กำลังใจนักเรียนอาชีวศึกษา ไม่ว่าศึกษาอยู่แผนกใด ขอให้ตั้งใจเรียน เพราะทุกคนมีโอกาสไปได้ไกลเท่าความฝัน เช่นเดียวกับตนที่ได้รับทุนไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยระดับโลก จนกลับมาตอบแทนคุณแผ่นดินในทุกวันนี้ ได้เป็น ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมการก่อสร้างใต้ดินคนแรก และเป็นนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
“สิ่งหนึ่งที่พี่เอ้ภาคภูมิใจ คือการนำระบบอาชีวะญี่ปุ่นอย่าง “KOSEN” (โคเซ็น) หรือสถาบันเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ที่เปิดรับนักเรียนจบชั้น ม.3 เข้ามาเรียนต่อในหลักสูตร 5 ปี เพื่อปั้นให้เป็น ยุววิศวกร เพื่อให้ผู้เรียนจบออกมาเป็นกำลังหลักช่วยภาคอุตสาหกรรมได้เร็วขึ้น โดยในสมัยที่พี่เอ้เป็นคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้นำโมเดลนี้มาเปิดในไทยเป็นครั้งแรก โดยเริ่มจากการแลกเปลี่ยนนักศึกษากับ KOSEN Maizuru ของญี่ปุ่น และนำไปสู่การก่อตั้ง สถาบัน KOSEN-KMITLแห่งแรกของประเทศไทย และได้สร้าง ยุววิศวกรไทย สไตล์ญี่ปุ่น ที่จบออกมาแล้วสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ประเทศได้จริง” นายสุชัชวีร์ กล่าว
นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ภาพลักษณ์ของ KOSEN ไม่ใช่เพียงโรงเรียนอาชีวศึกษา แต่คือสถาบันวิชาชีพขั้นสูงที่ผู้เรียนจบมาได้รับเงินเดือนสูงไม่แพ้ปริญญาตรีเพราะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน หรือหากต้องการเรียนต่อมหาวิทยาลัยก็สามารถศึกษาต่อได้ถึงระดับปริญญาเอก ที่สำคัญตนดีใจมากที่ได้มาพบกับเพื่อนเก่าสมัยเรียนที่ไม่ได้เจอกันนานกว่า 40 ปี ดีใจที่ได้เห็นการเติบโตของทุกคนที่มาจากจุดเริ่มต้นการเป็นเด็กช่างด้วยกัน หลายๆ คนเติบโตมาเป็นช่างฝีมือ วิศวกรเทคนิค และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งเป็น คนทำงานตัวจริงที่สังคมขาดไม่ได้ และเป็นหลักฐานสำคัญที่พิสูจน์ว่าระบบอาชีวศึกษาสามารถสร้างบุคลากรคุณภาพระดับประเทศได้จริง โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคขั้นสูง เช่น ช่างระบบอัตโนมัติ ช่างอากาศยาน หรือวิศวกรเทคนิค AI และหุ่นยนต์ หากมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญระดับโลก สามารถสร้างรายได้สูงถึงหลักแสนบาท และในบางสาขาอาจพุ่งแตะระดับ 600,000 บาทต่อเดือน
ต่อมานายสุชัชวีร์ ให้สัมภาษณ์ว่า ในต่างประเทศ เด็กอาชีวะไม่ใช่ ทางเลือกที่สองแต่คือ ทางลัดสู่ตลาดแรงงานคุณภาพสูงที่ได้ฝึกงานจริง มีรายได้เริ่มต้นสูง และเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งถึงเวลาแล้วที่ไทยต้องผลักดันยุทธศาสตร์นี้อย่างจริงจังไม่ปล่อยให้องคาพยพที่สำคัญของชาติถูกมองข้ามไป และเสียโอกาสในการให้อาชีวะสร้างชาติ สร้างงาน และสร้างคนคุณภาพให้กับสังคม
“ผมขออาสามาผลักดันนโยบายด้านการศึกษาที่ทำได้จริง และทำได้เลยให้กับการศึกษาทั้งสายสามัญ และสายอาชีพให้กับประเทศไทย โดยผู้มีประสบการณ์ที่ผ่านการบริหารด้านการศึกษามาจริง โดยขอโอกาสให้กับพรรคไทยก้าวใหม่เบอร์ 49 เข้ามาทำงานรับใช้ประชาชน”นายสุชัชวีร์ กล่าว



