ทบ. โต้หนังสือประท้วงกัมพูชา ยันปฏิบัติตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วมทุกประการ

ทบ. โต้หนังสือประท้วงกัมพูชา ยันปฏิบัติตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วมทุกประการ

ทบ. โต้หนังสือประท้วงกัมพูชา ยันปฏิบัติตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วมทุกประการ

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.58 น.

ทบ. โต้หนังสือประท้วงกัมพูชา ยืนยันปฏิบัติตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วมทุกประการ  ชี้กัมพูชาควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน ป้องกันการเพิ่มความขัดแย้งในพื้นที่โดยไม่จำเป็น

จากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาได้ยื่นเอกสารประท้วงต่อประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 ก.พ.69 ระบุถึงการลงพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตของคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งนำโดยกองทัพบกไทย ณ โรงแรมในโอร์เสม็ด จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 2 ก.พ.69 ว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของกัมพูชา รวมทั้งเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติและกฎบัตรอาเซียน 

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าว ที่กัมพูชาอ้างถึง เป็นพื้นที่ควบคุมและวางกำลังของฝ่ายไทย หลังสิ้นสุดการปะทะเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.68 ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม Joint Statement ในการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย – กัมพูชา สมัยพิเศษ ในข้อ 2. ที่ระบุว่าทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้คงการวางกำลังที่มีอยู่ในพื้นที่ในปัจจุบัน โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังที่ตั้งอยู่เพิ่มเติม และจะไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลัง รวมทั้งการลาดตระเวนตรงไปยังที่ตั้งของฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นการที่ฝ่ายไทยเข้าควบคุมและมีการดำเนินการในพื้นที่ ไม่ได้เป็นการผิดข้อตกลงระหว่างประเทศแต่อย่างใด

ในส่วนของประเด็นที่พบว่ามีการใช้อาคารในพื้นที่เป็น Scam centers นั้น เกิดจากการที่ภายหลังฝ่ายไทยได้เข้าควบคุมพื้นที่ เพราะในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวโดยรอบ เคยถูกใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารในการคุกคามทำร้ายฝ่ายไทย จึงได้มีการตรวจสอบอาคารและพื้นที่โดยรอบบริเวณตามมาตรการความปลอดภัยโดยละเอียด ทำให้พบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการหลอกลวงข้ามชาติทางออนไลน์ (Cyber Scam)   บริเวณอาคารคาสิโน Scam centers ในพื้นที่ดังกล่าว

ฝ่ายไทยจึงได้มีการประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าไปพิสูจน์ทราบหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม Joint Statement ข้อที่ 10. ที่ระบุว่าทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงอาชญากรรมทางไซเบอร์และการค้ามนุษย์ 

ซึ่งข้อเท็จจริงก่อนหน้านี้ ทราบว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติของประเทศไทย ได้มีการประสานไปยังฝ่ายกัมพูชาให้มีการร่วมตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายเพื่อขยายผลไปสู่การปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์แล้ว แต่ทางฝ่ายกัมพูชายังคงเพิกเฉยหรือไม่ได้ตอบรับในการดำเนินการในเรื่องนี้ 

ทั้งนี้ หากกัมพูชาต้องการที่จะร่วมดำเนินการให้เป็นไปตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม สามารถประสานมายังฝ่ายไทยได้ตลอดเวลา โดยไทยพร้อมส่งข้อมูลชี้เป้าหมายพิกัดเครือข่าย Scam centers ในพื้นที่ควบคุมของกัมพูชาให้ในทันที

และสำหรับกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่ากองทัพบกไทยได้นำคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย เดินทางเข้าพื้นที่โอร์เสม็ด จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา นั้น โฆษกกองทัพบกกล่าวยืนยันว่า ทางคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทยได้มีการเดินทางไปในพื้นที่ช่องจอม จังหวัดสุรินทร์จริง เพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจสอบความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนตามปกติ แต่ไม่ได้มีการเดินทางเข้าไปในพื้นที่ควบคุมของฝ่ายไทยในบางพื้นที่ รวมถึงในพื้นที่ อำเภอโอร์เสม็ด ตามที่กัมพูชาได้กล่าวอ้างด้วย

กองทัพบกยืนยันว่าฝ่ายไทยยึดมั่นและดำเนินการตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม Joint Statement อย่างเคร่งครัดในทุกประการ  พร้อมเรียกร้องให้กัมพูชาได้มีการตรวจสอบข่าวสารให้ครบถ้วนถูกต้องก่อนที่จะมีการนำเสนอต่อสังคม เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดต่อสาธารณชน หรือนำเสนอข้อมูลที่อาจไม่ตรงข้อเท็จจริง ซึ่งผิดต่อข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม Joint Statement ข้อที่ 8. อันจะเป็นการยั่วยุให้สถานการณ์ที่กำลังจะเข้าสู่สภาวะปกติ เกิดความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น

Leave a comment