นาทีประวัติศาสตร์! มจพ. ปล่อยดาวเทียม ‘KNACKSAT-2’ ขึ้นสู่วงโคจรอวกาศ

นาทีประวัติศาสตร์! มจพ. ปล่อยดาวเทียม ‘KNACKSAT-2’ ขึ้นสู่วงโคจรอวกาศ

นาทีประวัติศาสตร์! มจพ. ปล่อยดาวเทียม ‘KNACKSAT-2’ ขึ้นสู่วงโคจรอวกาศ

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.53 น.

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.30 น. ศาสตราจารย์ ดร.ธีรวุฒิ  บุณยโสภณ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เป็นประธานกล่าวเปิดงานปล่อยดาวเทียมแนคแซท 2 (KNACKSAT-2)   โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน ผู้อำนวยการอุทยานเทคโนโลยี กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ธานินทร์  ศิลป์จารุ อธิการบดี คณะผู้บริหาร ดร.พงศธร สายสุจริต รักษาการผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีอวกาศนานาชาติเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ หัวหน้าโครงการ และนักวิจัยโครงการดาวเทียมแนคแซท 2 ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ อุทยานเทคโนโลยี มจพ.

สำหรับดาวเทียมแนคแซท 2 หรือ KNACKSAT-2 เป็นโครงการดาวเทียมคิวบ์แซท (CubeSat) ขนาด 3U (30 x 10 x 10 ซม.) ออกแบบและพัฒนาโดยเด็กไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ใช้วัสดุภายในประเทศกว่า 98% มีรูปแบบเป็น Ride Sharing Platform Satellite หรือการแชร์พื้นที่ใช้สอยบนดาวเทียมร่วมกัน มีพื้นที่ในการบรรจุเพย์โหลดเพื่อปฏิบัติภารกิจ ทั้งหมด 7 ระบบ โดยแต่ละเพย์โหลดเป็นโครงการความร่วมมือพัฒนาระหว่าง มจพ. กับหน่วยงานอีก 7 หน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่

1. หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)

2. บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด

3. โรงเรียนเตรียมวิศวกรรมไทย-เยอรมัน มจพ.

4. Rail Systems Cluster มจพ.

5. สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

6. UiTM ประเทศมาเลเซีย

7. UPHSD ประเทศฟิลิปปินส์

ดาวเทียม KNACKSAT-2 ได้รับการพัฒนาโดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ผ่านสถาบันเทคโนโลยีอวกาศนานาชาติเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ (สทอศ.) ร่วมกับ บริษัท NBSPACE จำกัด และพันธมิตรจากประเทศญี่ปุ่นคือ Kyushu Institute of Technology (KYUTECH)

KNACKSAT-2 เป็นดาวเทียมขนาดเล็กแบบ 3U CubeSat ที่ออกแบบให้เป็น แพลตฟอร์มบรรจุหลายเพย์โหลด (Multi-Payload CubeSat Platform) ภายใต้แนวคิด Ride-Sharing ซึ่งเปิดโอกาสให้หน่วยงาน นักวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน สามารถส่งเฉพาะเพย์โหลดของตนขึ้นไปทดสอบและใช้งานในอวกาศ โดยไม่จำเป็นต้องพัฒนาดาวเทียมทั้งระบบด้วยตนเอง สามารถลดต้นทุน ลดระยะเวลา และลดความซับซ้อน ในการเข้าถึงเทคโนโลยีอวกาศ และถือเป็นความก้าวสำคัญในการขยายโอกาสด้านการวิจัยและนวัตกรรมอวกาศของประเทศไทย

ความร่วมมือระดับนานาชาติ โครงการ KNACKSAT-2 เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัย ภาคอุตสาหกรรม และพันธมิตรระหว่างประเทศ โดยมีบทบาทสำคัญดังนี้

1. สทอศ. และ มจพ. รับผิดชอบการออกแบบระบบ ภารกิจ และการปฏิบัติการภาคพื้น

2. NBSPACE ดำเนินการผลิต ประกอบ และทดสอบระบบดาวเทียม พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคอุตสาหกรรม

3. KYUTECH สนับสนุนการทดสอบในสภาพแวดล้อมอวกาศ การตรวจสอบความปลอดภัย และความพร้อมก่อนปล่อย

4. JAXA สนับสนุนการปล่อยดาวเทียมผ่านสถานีอวกาศนานาชาติ ด้วยระบบ J-SSOD

ความร่วมมือดังกล่าวทำให้ KNACKSAT-2 เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและวิศวกรรมระดับสากล

ภารกิจและการปฏิบัติงานในวงโคจร หลังการปล่อย ดาวเทียม KNACKSAT-2 จะโคจรที่ระดับความสูงประมาณ 400 กิโลเมตร จากพื้นโลก มีอายุการปฏิบัติภารกิจประมาณ 18 เดือน และสามารถควบคุมวงโคจรผ่านประเทศไทยและประเทศใกล้เคียงได้หลายครั้งต่อวัน

ข้อมูลจากเพย์โหลดจะถูกส่งลงสู่สถานีภาคพื้น และจัดเก็บในระบบคลาวด์ โดยแต่ละหน่วยงานสามารถเข้าถึงข้อมูลของตนเองได้อย่างปลอดภัยและเป็นอิสระ

การพัฒนากำลังคนและเศรษฐกิจอวกาศ นอกจากการทดสอบเทคโนโลยีในอวกาศแล้ว NACKSAT-2 ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนากำลังคนด้านวิศวกรรมอวกาศผ่านการเรียนรู้จากภารกิจจริง สนับสนุนการทดลองและนวัตกรรม เช่น ระบบ IoT ผ่านดาวเทียม วางรากฐานสู่ เศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) ของประเทศไทย

โครงการนี้ สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ในการเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่ใช่เพียงผู้ใช้เท่านั้น ก้าวต่อไปของโครงการ KNACKSAT ความสำเร็จของ KNACKSAT-2 ต่อยอดจากภารกิจ KNACKSAT รุ่นก่อนหน้านี้ และเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาดาวเทียมเชิงพาณิชย์และโครงการอวกาศระดับชาติในอนาคต แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศอย่างยั่งยืน ผ่านการบูรณาการการศึกษา วิจัย และอุตสาหกรรม

อีกหนึ่งความสำเร็จของประเทศไทยด้านเทคโนโลยีอวกาศ ด้วยการปล่อย ดาวเทียม KNACKSAT-2 ขึ้นสู่วงโคจรอวกาศสำเร็จ จากสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station, ISS) ผ่านระบบ JEM Small Satellite Orbital Deployer (J-SSOD) โดย Japan Aerospace Exploration Agency (JAXA)

ทั้งนี้ ดร.พงศธร สายสุจริต รักษาการผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีอวกาศนานาชาติเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ (สทอศ.) อาจารย์ประจำภาควิชาวิศกรรมเครื่องกลและการบินอวกาศ มจพ. ในฐานะหัวหน้าโครงการ กล่าวว่า ภารกิจของดาวเทียมว่า “ดาวเทียมแนคแซท 2 มีเป้าหมายในการใช้ IoT Satellite เติมเต็ม IoT Network ในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดในการติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณ Network Cellular ตามปกติ เช่น ในทะเล บนภูเขา และพื้นที่ทางการเกษตร ที่มีปริมาณผู้คนอยู่น้อย แต่มีความจำเป็นต้องใช้ระบบ IoT Solution ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการทำงานด้านความปลอดภัย และความมั่นคงของประเทศ ของหน่วยงานทหาร การตรวจสอบข้อมูลในด้านทรัพยากร การเฝ้าระวังไฟป่า  ของหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการนำมาใช้ในธุรกิจการประมงและการขนส่งทางเรือ พาณิชย์นาวี  การทำเกษตรกรรมในพื้นที่กว้างหรือห่างไกล ไม่สามารถติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญานอินเตอร์เน็ตได้ จะช่วยให้ธุรกิจภาคดังกล่าวสามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีประโยชน์ โดยผ่านระบบ Sensor ตรวจจับต่าง ๆ ราคาที่เป็นของคนไทย ไม่ต้องจ่ายในราคาที่ซื้อจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ดาวเทียมที่สร้างเองได้ออกไปสู่วงโคจรจริง ทำให้มี study case ที่แท้จริง ในการพัฒนาบุคลากรที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยต่อไป

Leave a comment