
4 ก.พ. 2569 05:50 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ผู้นำอิหร่านลั่น พร้อมเจรจากับสหรัฐฯ ทรัมป์เตือนอาจเกิดสิ่งเลวร้าย
ประธานาธิบดีอิหร่านประกาศว่าพร้อมเจรจากับสหรัฐฯ ในขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่า หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ สิ่งที่เลวร้ายก็อาจจะเกิดขึ้น
เมื่อวันอังคารที่ 3 ก.พ. 2569 นายมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ออกมาระบุว่า ประเทศของเขาพร้อมที่จะเจรจากับสหรัฐฯ หลังจากได้รับคำร้องขอจาก “รัฐบาลที่เป็นมิตรในภูมิภาค” ให้ตอบรับข้อเสนอเพื่อเปิดการหารือ
นายเปเซชเคียนระบุในโพสต์บน X ว่า เขาได้สั่งการให้นาย อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ดำเนินการเจรจา ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าต้องมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม คือเป็นสภาพแวดล้อมที่ปราศจากการข่มขู่และความคาดหวังที่ไม่สมเหตุสมผล
ประธานาธิบดีอิหร่านระบุด้วยว่า อิหร่านจะดำเนินการ “เจรจาที่ยุติธรรมและเสมอภาค” กับสหรัฐฯ พร้อมเสริมว่าการหารือเหล่านั้นควร “ดำเนินอยู่ภายใต้กรอบผลประโยชน์ของทั้ง 2 ประเทศ”
ข้อความของนายเปเซชเคียนมีขึ้นหลังจากที่ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านออกมาเตือนว่า หากสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านไม่ว่าจะรูปแบบใดจะกลายเป็นชนวนเหตุให้เกิด “สงครามระดับภูมิภาค”
ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ตอบโต้ว่า หากอิหร่านไม่ตกลงในข้อตกลงเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์และไม่หยุดสังหารกลุ่มผู้ประท้วง พวกเขาจะได้รู้ว่า สงครามจะเกิดขึ้นจริงตามที่พูดหรือไม่
สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า การเจรจาดังกล่าวอาจจัดขึ้นที่กรุงอิสตันบูลในวันศุกร์นี้ โดยนายอารักชีมีกำหนดการพบปะกับ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ
รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศจากอียิปต์ โอมาน ปากีสถาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้รับเชิญให้เข้าร่วมในการหารือครั้งนี้ด้วย
ก่อนหน้านี้ นายอารักชีเพิ่งให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNN ว่า เขามั่นใจว่า “เราจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้” เพื่อ “สร้างความมั่นใจว่าจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์เกิดขึ้น”
อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังคงยืนกรานว่าโครงการนิวเคลียร์ของพวกเขามีเป้าหมายเพื่อใช้ในทางสันติเท่านั้น และปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าอิหร่านกำลังพยายามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
อีกด้านหนึ่งที่สหรัฐฯ ผู้สื่อข่าวได้ถามนายทรัมป์ถึงแนวโน้มของการบรรลุข้อตกลง ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ ตอบว่า “ถ้าเราหาทางออกร่วมกันได้ นั่นก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่ถ้าเราทำไม่ได้ สิ่งที่เลวร้ายก็น่าจะเกิดขึ้น”
นายทรัมป์ย้ำว่า “กองกำลังมหาศาล” กำลังมุ่งหน้าไปยังอิหร่าน ซึ่งรวมถึงเรือรบที่ “ใหญ่ที่สุดและดีที่สุด”
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ดำเนินการเสริมกำลังทางทหารในพื้นที่ใกล้กับอิหร่านอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงส่ง เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ซึ่งมีฝูงบินประจำการประมาณ 70 ลำ และเรือพิฆาตอีก 3 ลำที่ติดตั้งขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์กไปยังทำเลอาหรับ
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc