“แอนดรูว์” ย้ายออกจากตำหนัก “รอยัลลอดจ์” ท่ามกลางมรสุมคดีอื้อฉาวเอปสตีน

"แอนดรูว์" ย้ายออกจากตำหนัก "รอยัลลอดจ์" ท่ามกลางมรสุมคดีอื้อฉาวเอปสตีน

4 ก.พ. 2569 15:33 น.

“แอนดรูว์” ย้ายออกจากตำหนัก “รอยัลลอดจ์” ท่ามกลางมรสุมคดีอื้อฉาวเอปสตีน

แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ หรืออดีตเจ้าชายแอนดรูว์แห่งราชวงศ์อังกฤษ ได้ย้ายออกจากพระตำหนักรอยัล ลอดจ์ ในเขตวินด์เซอร์ ไปพำนักชั่วคราวที่วูด ฟาร์ม คอตเทจ ภายในเขตพระตำหนักซานดริงแฮม มณฑลนอร์ฟอล์ก ตั้งแต่คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ระหว่างที่บ้านพักถาวรในซานดริงแฮมกำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงซ่อมแซม ท่ามกลางมรสุมข่าวฉาวคดีเอปสตีน

สำนักพระราชวังบักกิงแฮมระบุว่า การย้ายออกจากรอยัล ลอดจ์ ได้รับการประกาศตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมกับการถอดถอนพระยศเจ้าชายของแอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ โดยขณะนี้สถานที่พักถาวรของแอนดรูว์ได้ย้ายไปอยู่ในมณฑลนอร์ฟอล์กอย่างเป็นทางการแล้ว แม้จะยังเดินทางกลับวินด์เซอร์ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อขนย้ายทรัพย์สินที่เหลืออยู่

แหล่งข่าวระบุว่า ในระยะยาว เขามีแนวโน้มจะย้ายไปพำนักที่มาร์ช ฟาร์ม ภายในเขตพระตำหนักซานดริงแฮม โดยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในที่พำนักแห่งใหม่ของพระอนุชา เนื่องจากซานดริงแฮมเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์

ก่อนหน้านี้ แอนดรูว์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งดยุกแห่งยอร์ก ถูกกดดันอย่างต่อเนื่องให้ย้ายออกจากรอยัล ลอดจ์ หลังเกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับค่าเช่าที่จ่ายให้แก่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลทรัพย์สินของราชวงศ์

รายงานจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งชาติ (NAO) ระบุว่า ในปี 2003 เขาได้ทำสัญญาเช่าระยะยาว 75 ปี และจ่ายเงินล่วงหน้ากว่า 8 ล้านปอนด์ สำหรับค่าซ่อมแซมและค่าเช่าในอนาคต คิดเป็นค่าเช่าเฉลี่ยปีละประมาณ 260,000 ปอนด์

ตามข้อตกลงเดิม เขาอาจมีสิทธิได้รับค่าชดเชยราว 488,000 ปอนด์ หากคืนสัญญาเช่าก่อนกำหนด อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดจากสำนักงานทรัพย์สินฯ ระบุว่า สภาพอาคารทรุดโทรมอย่างหนัก จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าเขาจะไม่ได้รับค่าชดเชยใดๆ

แหล่งข่าวราชสำนักเปิดเผยกับบีบีซีเมื่อเดือนตุลาคมว่า การย้ายออกถูกเลื่อนมาถึงต้นปีนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความอับอายในช่วงคริสต์มาส ซึ่งเป็นช่วงที่ราชวงศ์จะรวมตัวกันที่แซนดริงแฮมตามธรรมเนียม

ที่ดินซานดริงแฮมถูกซื้อในปี 1862 โดยเจ้าชายแห่งเวลส์ในขณะนั้น ซึ่งต่อมากลายเป็นพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 และใช้เป็นที่พักส่วนพระองค์ มีพื้นที่กว่า 80 ตารางกิโลเมตร ใกล้เคียงกับขนาดเมืองน็อตติงแฮม

การย้ายที่พักของแอนดรูว์เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากกรณีความเชื่อมโยงกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินผู้ถูกกล่าวหาคดีค้ามนุษย์ ซึ่งเสียชีวิตในเรือนจำสหรัฐฯ เมื่อปี 2019

ตำรวจเทมส์ วัลลีย์ กำลังพิจารณาข้อกล่าวหาที่หญิงรายหนึ่งอ้างว่า ถูกเอปสตีนส่งมายังสหราชอาณาจักรเพื่อมีเพศสัมพันธ์กับแอนดรูว์ในปี 2010 ที่รอยัล ลอดจ์ โดยหญิงรายดังกล่าวอยู่ในวัย 20 ปี และไม่ใช่ชาวอังกฤษ

ทนายความของเธอระบุว่า หลังเหตุการณ์ดังกล่าว เธอได้รับการพาชมพระราชวังบักกิงแฮมและดื่มชา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เหยื่อของเอปสตีนกล่าวอ้างว่า มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นในที่พำนักของราชวงศ์

ก่อนหน้านี้ ในปี 2014 เวอร์จิเนีย จุฟเฟร ผู้ล่วงลับ เป็นสตรีคนแรกที่ออกมากล่าวหาแอนดรูว์ว่า ถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับเขาตั้งแต่อายุ 17 ปี โดยอ้างว่าถูกเอปสตีนและกิสเลน แม็กซ์เวลล์ ค้ามนุษย์ ซึ่งแอนดรูว์ปฏิเสธมาโดยตลอด คดีแพ่งในสหรัฐฯ ได้ยุติลงในปี 2022 ด้วยการยอมความมูลค่าราว 12 ล้านปอนด์

ขณะเดียวกัน กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เปิดเผยเอกสารและภาพจำนวนมากเกี่ยวกับเอปสตีน ซึ่งรวมถึงอีเมลและภาพถ่ายที่เชื่อมโยงถึงแอนดรูว์ ทำให้แรงกดดันให้เขาไปให้การต่อสภาคองเกรสสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น ด้านนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของอังกฤษ ระบุเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ผู้ที่มีข้อมูลควรให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อคำนึงถึงผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง

ด้านลิซา ฟิลลิปส์ หนึ่งในเหยื่อของเอปสตีน กล่าวว่า การที่แอนดรูว์ออกมาให้การจะมีความหมายอย่างยิ่งต่อเหยื่อทั้งหมด ทั้งนี้ แอนดรูว์ยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อรายงานล่าสุดจนถึงขณะนี้.

ที่มา BBC

Leave a comment